วิเคราะห์ราคาทองคำ 15 ส.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,509 1,498 1,487

แนวต้าน : 1,524 1,535 1,544

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป ความกังวลว่าแรงซื้อทองคำจากจีนอาจชะลอตัวลง เมื่อแหล่งข่าวระบุว่า จีนจำกัดการนำเข้าทองคำอย่างเข้มงวด นับตั้งแต่เดือนพ.ค. ภายใต้การควบคุมการไหลออกของดอลลาร์เพื่อหนุนค่าเงินหยวนไม่ให้อ่อนค่าลง โดยข้อมูลจากกรมศุลกากรจีนซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลกระบุว่า มีการนำเข้าทองคำประมาณ 1,500 ตัน ในปีที่ผ่านมา ซึ่งมาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้การนำเข้าทองคำของจีนลดลง  300-500 ตันเทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตัวเลขของกรมศุลกากรจีนแสดงว่า จีนนำเข้าทองคำเพียง 575 ตันในครึ่งปีแรก ลดลงจาก 883 ตันในช่วงเดียวกันของปี 2018  เบื้องต้นแนะนำหาจังหวะซื้อขายทำกำไรระยะสั้น โดยรอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,509-1,498 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อออกไป และขายทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำผ่านได้อาจมีการปรับตัวขึ้นต่อโดยประเมินแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับโซน 1,509-1,498 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างแข็งแกร่ง มีโอกาสเห็นการดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวดังกล่าวได้ ราคาทองคำอาจมีการอ่อนตัวลง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position นักลงทุนอาจลดสถานะลง หากราคาหลุดแนวรับบริเวณ 1,498 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุน

Short Position สามารถถือต่อได้หากราคาหลุดแนวรับ 1,509-1,498 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีเป้าหมายทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านที่ 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ นักลงทุนอาจพิจารณาปิดสถานะ

Open New แนะนำให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,509-1,498 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาย่อตัวลงไปไม่หลุดแนวรับจะเป็นจังหวะที่นักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นได้ แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อออกไปก่อน

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) CNN ชี้นโยบายสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกของ”ทรัมป์”บั่นทอนโอกาสคว้าชัยเลือกตั้งเทอม 2  ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ออกมาสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกแทนที่จะทำหน้าที่ผู้รักษาเสถียรภาพให้กับโลกอย่างที่สหรัฐเคยทำมาอย่างยาวนานในอดีตนั้น จะเป็นปัจจัยที่บ่อนทำลายโอกาสในการคว้าชัยศึกเลือกประธานาธิบดีสหรัฐของทรัมป์เอง  นโยบายที่สร้างความตื่นตระหนกทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจหลายระลอกนั้นกำลังสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก และยังก่อให้เกิดความตึงเครียดกับระบบการเมืองในระดับสากล ซึ่งซีเอ็นเอ็นมองว่า เป็นการกระทำที่จงใจของทรัมป์ที่จะบ่อนทำลาย  โดยตลาดหุ้นต่างๆที่พากันร่วงลงนั้น ถือเป็นสัญญาณเตือนของการถดถอยทั่วโลกที่ถูกทำให้รุนแรงขึ้นจากความหวั่นวิตกอันเนื่องมาจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ   นอกจากนี้ กรณีความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและปากีสถานที่ต่างครอบครองอาวุธนิวเคลียร์นั้น ก็เป็นอีกสถานการณ์ที่อันตราย และยังบ่งชี้ให้เห็นด้วยว่า กลไกการควบคุมอาวุธในช่วงหลังสงครามเย็นนั้น กำลังพังทลายลง  ส่วนความขัดแย้งระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นซึ่งเป็นฐานอำนาจของสหรัฐในเอเชียนั้น ก็กลายเป็นปัจจัยที่ก่อให้ปลุกความเกลียดชังในสมัยอดีตขึ้นมาอีกครั้ง  ความกังวลเกี่ยวกับการใช้มาตรการกวาดล้างผู้ชุมนุมในฮ่องกงเหมือนเมื่อครั้งที่มีการกวาดล้างที่จตุรัสเทียนอันเหมินของจีนนั้น กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น ในขณะที่ทรัมป์มีมุมมองที่แตกต่างออกไปในการจัดการกับกลุ่มผู้ประท้วง   และสำหรับกรณีของสหภาพยุโรปที่ถือเป็นกลุ่มที่มีส่วนสำคัญในการสร้างเสถียรภาพในโลกร่วมกับสหรัฐ ก็กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ประเทศสมาชิกรายสำคัญอย่างอังกฤษกำลังเตรียมถอนตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) ภายใต้การสนับสนุนอย่างยิ่งยวดจากทำเนียบขาว    นอกเหนือไปจากสถานการณ์และปัจจัยที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วนข้างต้นอันเนื่องมาจากนโยบายของทรัมป์แล้ว ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐก็เป็นอีกประเด็นที่ปะทุขึ้นจนเกือบจะทำให้เกิดสงครามหลังจากที่ทรัมป์ได้ใช้มาตรการกดดันอิหร่านในระดับสูงสุด   
  • (+) กองกำลังจีนฝึกซ้อมใกล้ฮ่องกงขณะสหรัฐหวั่นจีนระดมกำลังสลายม็อบในฮ่องกง  สมาชิกหลายร้อยนายของกองกำลังตำรวจติดอาวุธแห่งประชาชนจีน (PAP) ทำการฝึกซ้อมในวันนี้ที่สนามกีฬาแห่งหนึ่งในเมืองเซินเจิ้น ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแสดงความกังวลว่า พวกเขาจะระดมกำลังข้ามพรมแดนสู่ฮ่องกงเพื่อสลายการชุมนุมประท้วง   แต่นักการทูตตะวันตกและเอเชียในฮ่องกงระบุว่า จีนแทบไม่มีความปรารถนาในการระดมกำลัง PAP หรือกองกำลังปลดปล่อยประชาชนจีนเข้าสู่ท้องถนนฮ่องกง 
  • (+) ที่ปรึกษา”ทรัมป์”ชี้เส้นอัตราบอนด์ยีลด์พลิกกลับแสดงว่าเฟดจำเป็นต้องลดดบ.  เมื่อวานนี้นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าทำเนียบขาวระบุว่า การพลิกกลับของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นอีกสัญญาณว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ย   เขากล่าวว่า “ความผันผวนที่คุณเห็นในวันพุธในการพลิกกลับของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นอีกสัญญาณว่า เฟดจำเป็นต้องลดดอกเบี้ย 0.50% เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
  • (-) ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวก 6.89 จุด รับราคาบ้านในเมืองใหญ่มีเสถียรภาพ  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ปรับตัวสูงขึ้น ภายหลังจากที่จีนได้เปิดเผยข้อมูลราคาบ้านที่ยังคงมีเสถียรภาพ    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 6.89 จุด หรือ 0.25% ปิดที่ 2,815.80 จุด   สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ราคาบ้านใน 70 เมืองใหญ่ของจีนยังคงมีเสถียรภาพ โดยราคาบ้านในเมืองขนาดใหญ่ดีดตัวขึ้นเล็กน้อยในเดือนก.ค.  รายงานของ NBS ระบุว่า ราคาบ้านใหม่ใน 4 เมืองหลักของจีน ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น และกว่างโจว ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค.เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย.ที่มีการขยายตัว 0.2%   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้เสนอให้มีการจัด “การประชุมส่วนตัว” กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เพื่อหารือถึงแนวทางคลี่คลายสถานการณ์ประท้วงในฮ่องกงที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น พร้อมเตือนรัฐบาลจีนให้จัดการกับผู้ประท้วง “อย่างมีมนุษยธรรม” หากต้องการบรรลุการเจรจาการค้ากับสหรัฐ