วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 ส.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ทองคำลงแรงจากสหรัฐเลื่อนการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน

คืนนี้สหรัฐไม่มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways down

  • ราคาทองคำเมื่อวานเคลื่อนไหวผันผวน โดยในช่วงกลางวันปรับขึ้นต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดที่ 1,534 ดอลลาร์ แต่ในช่วงกลางคืนราคาทองคำปรับลงแรงและปิดตลาดที่ 1,501 ดอลลาร์ หลังจากสหรัฐประกาศเลื่อนการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. จากเดิมวันที่ 1 ก.ย. ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ทำให้มีแรงขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น สะท้อนให้เห็นจากกองทุน SPDR เริ่มขายทองคำสูงถึง 11.11 ตันเมื่อวาน หลังจากที่เมื่อวันจันทร์ซื้อทองคำ 7.92 ตัน
  • คืนนี้สหรัฐไม่มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่คืนพรุ่งนี้สหรัฐจะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญหลายตัว ได้แก่ ดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนส.ค. ยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์กเดือนส.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways down เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนตึงเครียดลดลง แต่คาดยังมีแรงซื้อกลับเข้ามาเมื่อราคาทองคำปรับลดลง โดยทองคำมีแนวรับ 1,480 ดอลลาร์ และ 1,470 ดอลลาร์ ขณะที่มี แนวต้านที่ 1,520 ดอลลาร์ และ 1,530 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,501.40 -9.70 1,480/1,470 1,520/1,530

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
22,300 +400 21,650/21,550 22,100/22,200

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
22,050 -450 21,810/21,700 22,250/22,350

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่บริเวณ 1,480 ดอลลาร์ (GF 21,810 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,470 ดอลลาร์ (GF 21,700 บาท)

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,507.90 -26.90 1,485/1,475 1,525/1,535

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOU19 ปรับลงมาที่บริเวณ 1,485 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,475 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับข่าวสหรัฐชะลอเรียกเก็บภาษีจีน

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ส.ค.) หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งเป็นสองยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลก ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นหลังจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในวันที่ 1 ก.ย. โดยสินค้าที่ได้รับการชะลอการจัดเก็บภาษี ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ คอนโซลวิดีโอเกม ของเล่น จอมอนิเตอร์ รองเท้า และเสื้อผ้า

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $3.1 เหตุนลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังดาวโจนส์พุ่งแรง

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยกดดันสัญญาทองคำ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 3.1 ดอลลาร์ หรือ 0.2% ปิดที่ 1,514.10  ดอลลาร์/ออนซ์                  สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 8.6 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 16.985 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $2.17 หลังนลท.คลายกังวลสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์เมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีน ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 2.17 ดอลลาร์ หรือ 4% ปิดที่ 57.10 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.ปีนี้ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 2.73 ดอลลาร์ หรือ 4.7% ปิดที่ 61.30 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 372.54 จุด ขานรับสหรัฐชะลอเรียกเก็บภาษีจีน

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ส.ค.) หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งเป็นสองยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลก และยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นของบริษัทที่เข้าไปลงทุนจำนวนมากในประเทศจีน เช่น แอปเปิล และอินเทล ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,279.91 จุด เพิ่มขึ้น 372.54 จุด หรือ +1.44% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,926.32 จุด เพิ่มขึ้น 42.57 จุด หรือ +1.48% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,016.36 จุด เพิ่มขึ้น 152.95 จุด หรือ +1.95%