วิเคราะห์ราคาทองคำ 9 ส.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,483 1,472 1,463

แนวต้าน : 1,511 1,521 1,532

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป ทำเนียบขาวเลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับใบอนุญาตสำหรับบริษัทสหรัฐในการเริ่มทำธุรกิจอีกครั้งกับบริษัท Huawei Technologies Co หลังจีนระบุว่า จีนได้ระงับการซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐ ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าสหรัฐ-จีน ยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ข้อมูล ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนปรับลงในเดือนก.ค.เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงของภาวะเงินฝืดในประเทศ สถานการณ์ดังกล่าว สร้างแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย พร้อมทั้งกดดันตลาดหุ้นจีนให้พลิกจากแดนบวกในช่วงต้นกลับมาปรับตัวลงในวันนี้ โดยสัปดาห์นี้ดัชนี  CSI300 ปรับลง 3%  ขณะที่ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตอ่อนลง 3.2% ซึ่งดัชนีทั้ง 2 ร่วงลงในรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดในรอบ 3 เดือน อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาขยับขึ้นให้จับตาโซนแนวต้าน 1,509-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคำยังไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ แนะนำนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจทยอยขายทำกำไรออกมาเมื่อราคาขยับขึ้น โดยในระยะสั้นหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,472 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับราคาทองคำจะพยายามเคลื่อนไหวในกรอบ นอกจากนี้ ตลาด TFEX จะปิดทำการในวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม นักลงทุนควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบเนื่องจากตลาดทองคำต่างประเทศยังเปิดทำการตามปกติส่งผลให้เกิดความเสี่ยง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,509-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,489-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ หากไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการอ่อนตัวลงต่อ โดยราคามีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวรับบริเวณ 1,472 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,509-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง

Short Position ปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,489-1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,472 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New สำหรับนักลงทุนระยะสั้นยังเน้นรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,483 หรือ 1,472 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือบริเวณแนวต้าน 1,509-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งควรปรับสถานะการลงทุนหากราคาทะลุกรอบด้านใดด้านหนึ่ง

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 19.80 จุด เหตุวิตกข้อพิพาทการค้า  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังมีรายงานข่าวว่า สหรัฐชะลอการตัดสินใจออกใบอนุญาตขายสินค้าให้หัวเว่ย  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดวันนี้ที่ 2,774.75 จุด ลดลง 19.80 จุด, -0.71%  อย่างไรก็ดี การซื้อขายยังพอได้รับปัจจัยหนุนบ้าง หลังสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย.ที่มีการขยายตัว 2.7% และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.7%
  • (-) เยอรมนีเผยยอดเกินดุลการค้าลดลง เหตุนำเข้าพุ่งแซงส่งออก  สำนักงานสถิติเยอรมนี (FSO) เปิดเผยว่า เยอรมนีเกินดุลการค้าลดลงในครึ่งปีแรก เนื่องจากการนำเข้าขยายตัวเร็วกว่าการส่งออก อันเป็นผลจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง  ยอดนำเข้าในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 3% แตะระดับ 5.562 แสนล้านยูโร (6.222 แสนล้านดอลลาร์) ขณะที่การส่งออกเพิ่มขึ้น 0.5% แตะที่ 6.661 แสนล้านยูโร ส่งผลให้ยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนีปรับตัวลดลงจาก 1.224 แสนล้านยูโร ลงเหลือ 1.099 แสนล้านยูโร และเกินดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงเหลือ 1.264 แสนล้านยูโรจากระดับ 1.306 แสนล้านยูโร  FSO ระบุว่า การที่ตัวเลขนำเข้าขยายตัวเร็วกว่าการส่งออกนั้น เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจของเยอรมนี กำลังลดการพึ่งพาการส่งออกลง
  • (-) รัฐบาลอิตาลีเสี่ยงเผชิญภาวะวิกฤต หลังรองนายกฯเรียกร้องจัดการเลือกตั้งก่อนเวลา  นายจูเซปเป คอนเต นายกรัฐมนตรีอิตาลี เปิดเผยว่า เขาจะขอให้รัฐสภาลงมติไว้วางใจ หลังจากที่นายมัตเตโอ ซัลวินี รองนายกรัฐมนตรีอิตาลี เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนด ส่งผลให้รัฐบาลอิตาลีใกล้เผชิญภาวะวิกฤต  นายซัลวินี เป็นผู้นำพรรคลีก ซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนจากรัฐสภามากถึง 30 นับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2561 ในขณะที่เขาได้ก่อตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรคไฟว์ สตาร์ มูฟเมนต์ ซึ่งมีเสียงสนับสนุนลดลงมาอยู่ที่ระดับ 17%  นายซัลวินีได้ออกแถลงการณ์ซึ่งระบุว่า “พรรคเสียงข้างมากไม่มีอยู่แล้ว” และเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนด ตลอดปีที่ผ่านมา รัฐบาลอิตาลีเผชิญกับความตึงเครียดระหว่าง 2 พรรคซึ่งมีความคิดเห็นขัดแย้งกันในหลายประเด็น โดยประเด็นล่าสุดนั้นเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมผ่านเทือกเขาแอลป์ ซึ่งพรรคไฟว์สตาร์ มูฟเมนต์ ประกาศไม่สนับสนุน ขณะที่พรรคลีกสนับสนุนโครงการดังกล่าวอย่างเต็มตัว
  • (-) เฟดปรับลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐในสัปดาห์ล่าสุด  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า เฟดปรับลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐ โดยในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 7 ส.ค. มูลค่าการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐโดยเฉลี่ยต่อวันลดลง 11,509 ล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 2,080,703 ล้านดอลลาร์  เฟดระบุว่า พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐส่วนใหญ่ที่เฟดถือครองนั้น เป็นหลักทรัพย์ระยะยาวที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐ อาทิ ตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งมีมูลค่ารวม 1,940,396 ล้านดอลลาร์  เฟดได้ซื้อหลักทรัพย์ที่ออกโดยรัฐบาลและหลักทรัพย์อื่นๆ เช่น หลักทรัพย์ที่ค้ำประกันโดยการจำนอง (MBS) จากตลาด เพื่อเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียน และกระตุ้นให้มีการปล่อยสินเชื่อและการลงทุนหลังเกิดวิกฤตการเงินในปี 2551  ทั้งนี้ มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ซึ่งเป็นนโยบายการเงินพิเศษ ทำให้เฟดต้องถือครองหลักทรัพย์เป็นจำนวนมาก  ในขณะเดียวกัน ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่า เฟดปรับลดการถือครอง MBS ลงด้วย โดยการถือครอง MBS โดยเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 1,511,775 ล้านดอลลาร์สำหรับสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 7 ส.ค.
  • (-) นายกฯอังกฤษยืนยันหนักแน่นอังกฤษต้องแยกตัวจากอียูในวันที่ 31 ต.ค.  เมื่อวานนี้เมื่อนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษได้รับคำถามว่า เขาจะลาออกหรือไม่หากรัฐบาลของเขาพ่ายแพ้ในการลงมติไม่ไว้วางใจว่า เขากล่าวว่า รัฐสภาควรเคารพการทำประชามติเบร็กซิทปี 2016 และออกจากสหภาพยุโรป (EU) ในวันที่ 31 ต.ค.  นายกฯจอห์นสันสัญญาว่า จะนำอังกฤษออกจาก EU ในสิ้นเดือนต.ค. โดยมีหรือไม่มีข้อตกลง ซึ่งทำให้เขาขัดแย้งกับสมาชิกสภานิติบัญญัติ ซึ่งประกาศว่าจะพยายามและยับยั้งการเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง ซึ่งรวมถึงการพยายามโค่นรัฐบาล