วิเคราะห์ราคาทองคำ 7 ส.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

ยังมีลุ้นที่ราคาอาจไปทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,496-1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายืนไม่ได้อาจเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงจะมีแนวรับบริเวณ 1,474-1,463 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,454 1,441 1,430  แนวต้าน : 1,474 1,487 1,496

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  11.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ในระหว่างวันราคาทองคำจะเกิดแรงขายทำกำไรสลับออกมา  ประกอบกับวานนี้ทางการจีนดำเนินการสร้างเสถียรภาพเงินหยวน  ซึ่งทำให้นักลงทุนบางส่วนคลายความวิตกจึงเริ่มเห็นแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง  ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นขึ้นมาปิดตลาดในแดนบวกพร้อมกับการที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น  อย่างไรก็ดี  นักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยต่อไป  ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่าสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐจะยืดเยื้อ  ซึ่งจะสร้างความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก  และความเสี่ยงดังกล่าวถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเร็ววันนี้  ทำให้ทองคำปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้จะเผชิญกับปัจจัยลบก็ตาม  ขณะที่เช้านี้ราคาทองคำทะยานขึ้นต่อและทำระดับสูงสุดของปีนี้ครั้งใหม่ในตลาดเอเชีย  หลังจากเช้านี้ธนาคารกลางจีน (PBOC) กำหนดอัตราค่ากลางของการซื้อขายรายวันอ่อนค่ากว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ซึ่งกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนและสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำอย่างต่อเนื่อง  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มวานนี้  +1.76 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,496-1,500  ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ นักลงทุนต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากครั้งที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมา อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับอยู่ที่ 1,474-1,463 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาอาจพยายามทรงตัวและดีดตัวขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะซื้อทำกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับโซน 1,474-1,463 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาขยับขึ้นอาจแบ่งขายทำกำไรหากราคาไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,496-1,500  ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้แนะนำถือต่อเพื่อรอขายที่แนวต้านถัดไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

• (+) สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานลดลงในเดือนมิ.ย. สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 36,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.3 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย.
• (+) ทำเนียบขาวเชื่อสหรัฐถือไพ่เหนือกว่าจีนในการเจรจาการค้า เหตุเศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่า นายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า เขาเชื่อว่าสหรัฐถือไพ่เหนือกว่าจีนในการเจรจาการค้า เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งกว่าจีน “เศรษฐกิจจีนกำลังล่มสลาย โดยจีนไม่ได้เป็นประเทศที่ทรงพลังเหมือนเมื่อ 20 ปีก่อน” นายคุดโลว์กล่าว นายคุดโลว์กล่าวอีกว่า “ตัวเลขสถิติบ่งชี้ว่าการลงทุน และเศรษฐกิจของจีนกำลังปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตัวเลข GDP ของจีน ซึ่งอาจมีการแต่งเติมไปหลายจุด ก็กำลังลดลงเรื่อยๆ ผมคิดว่าจีนกำลังได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยมากกว่าที่เราได้รับ”
• (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 311.78 จุด ขานรับจีนสร้างเสถียรภาพเงินหยวน,ทรัมป์เปิดกว้างเจรจากับจีน ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดเมื่อคืนนี้ (6 ส.ค.) หลังจากจีนได้ออกมาเคลื่อนไหวในเชิงบวกด้วยการสร้างเสถียรภาพเงินหยวน ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการที่จีนจะใช้หยวนเป็นเครื่องมือในการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนยังขานรับข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังคงเปิดกว้างในการทำข้อตกลงการค้ากับจีน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,029.52 จุด พุ่งขึ้น 311.78 จุด หรือ +1.21% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,881.77 จุด เพิ่มขึ้น 37.03 จุด หรือ +1.30% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,833.27 จุด พุ่งขึ้น 107.23 จุด หรือ +1.39%
• (-) ดอลล์แข็งค่า หลังจีนยืนยันไม่ใช้เงินหยวนทำสงครามการค้า ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ส.ค.) ขานรับธนาคารกลางจีนที่ออกมายืนยันว่า จีนจะไม่ใช้เงินหยวนเป็นเครื่องมือในการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนก.ค. ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.53 เยน จากระดับ 106.03 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9768 ฟรังก์ จากระดับ 0.9736 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3279 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3217 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1200 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1202 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2152 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2141 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6756 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6760 ดอลลาร์สหรัฐ
• (+/-) ทำเนียบขาวเผย”ทรัมป์”เปิดกว้างเจรจาการค้ากับจีน พร้อมใช้ความยืดหยุ่นต่อมาตรการภาษี นายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังคงเปิดกว้างในการทำข้อตกลงการค้ากับจีน ซึ่งจะทำให้สหรัฐใช้ความยืดหยุ่นในการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน “ในความเป็นจริงคือ เราต้องการที่จะทำการเจรจา เรากำลังเตรียมการที่จะให้เจ้าหน้าที่ของจีนเดินทางมาที่นี่ในเดือนหน้า โดยสิ่งต่างๆอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยขึ้นอยู่กับมาตรการทางภาษี” นายคุดโลว์กล่าว ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งอย่างมาก ขณะที่อัตราดอกเบี้ย และโอกาสในการลงทุนกำลังเป็นปัจจัยดึงดูดเม็ดเงินจำนวนมากออกจากจีน “เม็ดเงินจำนวนมากจากจีนและส่วนอื่นของโลกกำลังหลั่งไหลเข้าสู่สหรัฐ จากปัจจัยความปลอดภัย โอกาสในการลงทุน และอัตราดอกเบี้ย โดยเราอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งอย่างมาก ขณะที่บริษัทจำนวนมากกำลังย้ายเข้ามาในสหรัฐ” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ