วิเคราะห์ราคาทองคำ 6 ส.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือ 1,454 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ เสี่ยงเปิดสถานะซื้อ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,441 ดอลลาร์ต่อออนซ์อาจต้องชะลอการเปิดสถานะซื้อออกไปก่อน

แนวรับ : 1,454 1,441 1,430  แนวต้าน : 1,474 1,487 1,496

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้น 22.41  ดอลลาร์ต่อออนซ์  สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก  หลังจากวานนี้สื่อรายงานว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีนได้ระงับการซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐเรียบร้อยแล้ว  ไม่ใช่แค่นั้น  วานนี้จีนได้ปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 7 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีซึ่งก่อให้เกิดความวิตกว่า  จีนอาจปล่อยให้หยวนอ่อนค่าเพื่อลดผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีของสหรัฐ  สถานการณ์ Trade War ที่มีแนวโน้มลุกลามไปสู่ Currency War  เป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกให้ดิ่งลงอย่างหนักซึ่งกระตุ้นแรงซื้อทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  นอกจากนี้สงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปีนี้  ซึ่งกดดันดอลลาร์สหรัฐให้อ่อนค่าและช่วยหนุนทองคำในอีกทางหนึ่งจนทำให้วานนี้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น +1.5% ขณะที่เช้ามืดวันนี้ตามเวลาไทย  กระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ระบุว่า “จีนปั่นค่าเงิน” และสหรัฐจะร่วมมือกับ IMF เพื่อขจัดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากจีน  นั่นทำให้ราคาทองคำขึ้นต่อไปแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายของเช้าวันนี้ของตลาดเอเชีย  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +4.40 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผย JOLTS Job Openings ของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,454 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อ โดยหากยืนเหนือระดับบริเวณ 1,474ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ การขยับขึ้นจะมีแนวต้านที่ 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับแรก กรอบด้านล่างจะอยู่ที่ 1,441 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

หากราคาสามารถยืนเหนือ 1,454 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ สามารถเปิดสถานะซื้อหรือถือสถานะซื้อต่อไป ทั้งนี้ หากราคาดีดตัวขึ้นไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจปิดสถานะซื้อออกเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้สามารถถือต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐตราหน้าจีน “ปั่นค่าเงิน” หลังปล่อยเงินหยวนอ่อนค่าสู่ระดับต่ำสุดรอบ 11 ปี  กระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ระบุว่า จีนปั่นค่าเงิน และทางสหรัฐจะร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อขจัดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากจีน  แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยืนยันว่า จีนได้กระทำการปั่นค่าเงิน ด้วยการปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 7 ดอลลาร์เมื่อวานนี้ แตะที่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี  “จีนมีประวัติอันยาวนานในการแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยการปล่อยให้เงินหยวนมีมูลค่าต่ำเกินจริง และเมื่อไม่กี่วันมานี้ จีนได้ใช้มาตรการเชิงรุกด้วยการปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงอีก ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเม็ดเงินจำนวนมากในระบบทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ แม้ว่าจีนได้ใช้เครื่องมือต่างๆเหล่านั้นในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม” แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุ
  • (+) สื่อเผยจีนระงับนำเข้าสินค้าเกษตรสหรัฐแล้ว ขณะขู่เรียกเก็บภาษีสินค้าเกษตรก่อนหน้านี้    สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า จีนได้ระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐแล้ว และจีนอาจเรียกเก็บภาษีจากสินค้าเกษตรของสหรัฐซึ่งจีนได้ซื้อมาก่อนหน้านี้  “บริษัทที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีนได้ระงับการซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐแล้ว และคณะกรรมการภาษีศุลกากรของสภาแห่งรัฐของจีนไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าเกษตรของสหรัฐที่จีนได้ซื้อมาหลังจากวันที่ 3 ส.ค. โดยจีนมีตลาดขนาดใหญ่ และมีแนวโน้มที่สดใสในการนำเข้าสินค้าเกษตรคุณภาพสูงจากสหรัฐ แต่จีนหวังว่าสหรัฐจะทำตามฉันทามติที่ได้ให้ไว้ในการประชุมระหว่างผู้นำของจีนและสหรัฐ และสร้างภาวะที่เอื้อต่อความร่วมมือในด้านการเกษตรระหว่างประเทศทั้งสอง” รายงานระบุ
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 767.27 จุด วิตกจีนปล่อยเงินหยวนทรุดจุดชนวนสงครามการค้าบานปลาย  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงหนักสุดในรอบ 1 ปีเมื่อคืนนี้ (5 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากที่จีนปล่อยให้หยวนอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี และประกาศระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐ เพื่อตอบโต้รัฐบาลสหรัฐที่ขู่เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 3 แสนล้านดอลลาร์  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,717.74 จุด ดิ่งลง 767.27 จุด หรือ -2.90% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,844.74 จุด ลดลง 87.31 จุด หรือ -2.98% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,726.04 จุด ลดลง 278.03 จุด หรือ -3.47%
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุวิตกสงครามการค้าสหรัฐ-จีนบานปลาย  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 ส.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้ส่งผลให้นักลงทุนหันไปถือครองสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เช่นเงินเยนและฟรังก์สวิส  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.03 เยน จากระดับ 106.56 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9736 ฟรังก์ จากระดับ 0.9824 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3217 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3211 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1202 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1111 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2141 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2157 ดอลลาร์
  • (+) ยอนฮัปเผยเกาหลีเหนือยิงจรวดไม่ทราบชนิด 2 ลูกลงสู่ทะเลฝั่งตะวันออกเช้านี้  สำนักข่าวยอนฮัปรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของคณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ (JCS) ว่า เกาหลีเหนือได้ยิงจรวดไม่ทราบชนิดจำนวน 2 ลูก จากจังหวัดฮวังเกตอนใต้ ลงสู่ทะเลฝั่งตะวันออก ในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นการยิงจรวดครั้งที่ 4 ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์  ทั้งนี้ JCS ออกแถลงการณ์ว่า กองทัพเกาหลีใต้กำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าเกาหลีเหนือจะยิงจรวดอีกหรือไม่ และทางกองทัพยังคงอยู่ในสถานะที่พร้อมรับมือ