วิเคราะห์ราคาทองคำ 5 ส.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายไปที่แนวต้านถัดไป และเมื่อราคาอ่อนตัวลงให้เข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,437-1,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,437 1,430 1,422  แนวต้าน : 1,453 1,466 1,474

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง  4.51 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ในระหว่างวันเกิดแรงขายทำกำไรกดดันให้ราคาทองคำอ่อนตัวลง  อย่างไรก็ดีทองคำยังคงพยุงตัวรักษาระดับไว้ได้โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์  หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้น 164,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ซึ่งแม้จะสอดคล้องกับการคาดการณ์  แต่ก็ลดลงจากในเดือนก่อนหน้า  ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.7% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 3.6% ขณะที่ค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 0.3%  โดยรวมแล้วถือว่าตลาดแรงงานสหรัฐมีการขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง  ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในปีนี้จนหนุนราคาทองคำ  นอกจากนี้ราคายังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากความวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าจีน-สหรัฐ หลังนายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่ชะลอ หรือระงับการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ แม้ว่าจีนมีการตอบรับที่ดีต่อสหรัฐก็ตาม  สถานการณ์ดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่ม  ด้านกองทุน SPDR เพิ่มการถือครองทองคำในวันศุกร์ +2.94 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

หลังจากราคาทองคำดีดตัวขึ้นในระยะสั้นในช่วงที่ก่อนหน้านี้  แต่ก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาแสดงให้เห็นถึงการแกว่งตัวที่ผันผวนเพิ่มขึ้น เบื้องต้น หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1453 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยนักลงทุนต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรออกมาที่อาจเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาทองคำให้ลงสู่แนวรับในระดับ 1,437-1,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

กลยุทธ์การลงทุน :

ยังเน้นเก็งกำไรระยะสั้นบริเวณกรอบแนวรับแนวต้าน โดยเปิดสถานะบริเวณ 1,437-1,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไป ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอเข้าซื้อใหม่เมื่อราคาอ่อนตัว

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 98.41 จุด เหตุนลท.วิตกการค้าสหรัฐ-จีน,ข้อมูลศก.ต่ำกว่าคาด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลงต่อเมื่อวันศุกร์ (2 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนอีก 10% ขณะที่นักลงทุนผิดหวังกับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ต่ำกว่าคาด และเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายหนึ่งแสดงความไม่เห็นด้วยกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดสัปดาห์นี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,485.01 จุด ลดลง 98.41 จุด หรือ -0.37% ขณะที่ ดัชนี 2,932.05 จุด ลดลง 21.51 จุด หรือ -0.73% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,004.07 จุด ลดลง 107.05 จุด หรือ -1.32%
  • (+) ดอลล์อ่อนค่าหลังสหรัฐเผยข้อมูลจ้างงานชะลอตัว  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (2 ส.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานชะลอตัวในเดือนก.ค.  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.32% สู่ระดับ 98.0778  ในการซื้อขายเมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.56 เยน จากระดับ 107.35 เยน ขณะที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9824 ฟรังก์ จากระดับ 0.9901 ฟรังก์ และ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาสู่ระดับ 1.3211 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3234 ดอลลาร์แคนาดา  ส่วนยูโรแข็งค่าแตะระดับ 1.1111 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1081 ดอลลาร์,เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2157 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2146 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6795 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6804 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+) เฟดแอตแลนตาคาดเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.9% ในไตรมาส 3  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองการคาดการณ์ GDPNow แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัว 1.9% ในไตรมาส 3 หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร, ยอดขาดดุลการค้า และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐในวันนี้  ตัวเลขการขยายตัวดังกล่าว ต่ำกว่าระดับ 2.2% ที่เฟดคาดการณ์เมื่อวานนี้
  • (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำกว่าคาดในเดือนก.ค.  ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นแตะระดับ 98.4 ในเดือนก.ค. แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 98.5 จากระดับ 98.2 ในเดือนมิ.ย.
  • (+) ที่ปรึกษาทำเนียบขาวยัน”ทรัมป์”ไม่ชะลอรีดภาษีสินค้าจีน 3 แสนล้านดอลลาร์  นายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะไม่ชะลอ หรือระงับการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ แม้ว่าจีนมีการตอบรับที่ดีต่อสหรัฐก็ตาม  “ผมยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ โดยท่านประธานาธิบดีมีความไม่พอใจต่อความคืบหน้าในการเจรจาการค้าในขณะนี้” นายคุดโลว์กล่าว
  • (+/-) สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่ม 164,000 ตำแหน่ง ขณะว่างงานทรงตัวที่ 3.7%  กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 164,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 165,000 ตำแหน่ง  ส่วนอัตราการว่างงานยังคงอยู่ที่ระดับ 3.7% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 3.6% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี  ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% เช่นเดียวกันในเดือนมิ.ย.  เมื่อเทียบรายปี ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 3.1% ในเดือนมิ.ย. ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ