วิเคราะห์ราคาทองคำ 1 ส.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

พิจารณาโซน 1,417-1,428 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเปิดสถานะขาย ขณะที่การเปิดสถานะซื้อจำเป็นต้องรอการอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับซึ่งจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น

แนวรับ : 1,400 1,391 1,382  แนวต้าน : 1,417 1,428 1,439

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  17.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำเผชิญกับแรงขายจากการที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี  หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 2.00-2.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ตามคาด  พร้อมกันนี้เฟดยังได้ตัดสินใจที่จะยุติการปรับลดงบดุลเร็วกว่าเดิมถึง 2 เดือนจากเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนก.ย.  อย่างไรก็ดีนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด  กลับกล่าวว่า  การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นเพียงการป้องกันความเสี่ยง(Insurance cut) ในช่วงขาลงเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ และกระตุ้นเงินเฟ้อ  และนี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว  นอกจากนี้นายพาวเวลยังไม่ได้ให้การรับประกันว่าเฟดจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอีกด้วย  ท่าทีในเชิงผ่อนคลายนโยบายการเงิน(Dovish) ที่น้อยกว่าคาดจึงสร้างแรงขายให้แก่ตลาดทองคำ  ส่งผลให้ราคาร่วงลงมาแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,410.30  ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายของวานนี้  และอ่อนตัวลงต่อในช่วงเช้าวันนี้ที่ตลาดเอเชีย  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง  -1.47  ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี)คาดคงอัตราดอกเบี้ยตามเดิม  รวมถึงติดตามการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐจาก ISM

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำเกิดแรงซื้อเก็งกำระยะสั้นหลังจากราคาอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับโซน  1,404-1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์   เบื้องต้นมีแนวต้านระยะสั้นที่ 1,417-1,428 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้ ประเมินว่าจะเกิดแรงขายกดดันมาเข้าใกล้ โซนแนวรับดังกล่าวอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการซื้อขายทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยจุดเปิดสถานะขายระยะสั้นจะอยู่ในบริเวณ 1,417-1,428 ดอลลาร์ต่อออนซ์  (ตัดขาดทุนหากยืน1,428 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้) แต่หากราคาอ่อนตัวลงไปก่อนให้พิจารณาบริเวณ 1,404-1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดเปิดสถานะซื้อ แต่หากหลุดโซนดังกล่าวแนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 333.75 จุด หลัง”พาวเวล”เมินส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยอีกในอนาคต  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงหนักสุดในรอบ 2 เดือนเมื่อคืนนี้ (31 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในอนาคต แม้คณะกรรมการเฟดได้ตัดสินใจลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งแรกในรอบ 11 ปี  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดวันทำการล่าสุดที่ 26,864.27 จุด ร่วงลง 333.75 จุด หรือ -1.23% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับ 2,980.38 จุด ลดลง 32.80 จุด หรือ -1.09% โดยทั้งดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P500 ต่างก็ปิดร่วงลงในวันเดียวที่หนักที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.ปีนี้ ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,175.42 จุด ลดลง 98.19 จุด หรือ -1.19%
  • (-) เงินดอลล์แข็งรับเฟดลดดบ.ตามคาด,พาวเวลเมินส่งสัญญาณหั่นดบ.ในอนาคต  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (31 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพียง 0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ตามคาด รวมทั้งการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ไม่ได้รับประกันว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในอนาคต  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.77 เยน จากระดับ 108.60 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9934 ฟรังก์ จากระดับ 0.9902 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3197 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3152 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1085 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1156 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 1.2162 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2161 ดอลลาร์
  • (-) จีนเผยเจรจาการค้ากับสหรัฐเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ขณะเตรียมเจรจารอบใหม่ในเดือนก.ย.  กระทรวงพาณิชย์ของจีนออกแถลงการณ์ในวันนี้ ระบุว่า การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่เพิ่งสิ้นสุดลงในวันนี้ เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยทั้งสองฝ่ายมีการหารือกันเกี่ยวกับการให้จีนซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐมากขึ้น และเห็นพ้องที่จะจัดการเจรจาครั้งต่อไปในเดือนก.ย.ที่สหรัฐ  “ทั้งสองฝ่ายมีการเจรจาที่สร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพ โดยมีการหารือเกี่ยวกับประเด็นการค้า และเศรษฐกิจที่เป็นผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย” แถลงการณ์ระบุ
  • (-) “พาวเวล”ไม่รับประกันเฟดลดดอกเบี้ยในอนาคต หลังจากปรับลด 0.25% วันนี้  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวภายหลังการประชุมเฟดว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ของเฟดในวันนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของมาตรการที่เฟดกำลังดำเนินการอยู่ เพื่อปรับให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ  อย่างไรก็ดี นายพาวเวลไม่ได้ให้การรับประกันว่าเฟดจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต “การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นการป้องกันความเสี่ยงในช่วงขาลงเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ และเพื่อกระตุ้นเงินเฟ้อ” นายพาวเวลกล่าวในการแถลงข่าว  “เรามองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนนโยบายในช่วงกลางวัฏจักร ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ต่อเป้าหมายทั้งหมดของเฟด” เขากล่าว  นายพาวเวลกล่าวว่า การผ่อนคลายนโยบายการเงินเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงต้นปีนี้ ซึ่งขณะนั้น เฟดได้เปลี่ยนแปลงจุดยืนจากเดิมที่ตั้งใจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ไปสู่การใช้ท่าที”ที่มีความอดทน”
  • (+/-) เฟดลดดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด ครั้งแรกรอบ 11 ปี พร้อมทั้งยุติปรับลดงบดุล  คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 8-2 เสียงในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 2.00-2.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้  การประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2551  แถลงการณ์เฟดระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อในระดับต่ำของสหรัฐ เป็นสาเหตุสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้  นอกจากนี้ เฟดยังได้ส่งสัญญาณพร้อมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงต่อไป หากมีความจำเป็น  ขณะเดียวกัน เฟดยังได้ตัดสินใจที่จะยุติการปรับลดงบดุล โดยเร็วกว่าเดิมถึง 2 เดือน จากเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนก.ย.