วิเคราะห์ราคาทองคำ 1 ส.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

เฟดมีมติลดอัตราดอกเบี้ย 0.25%

ประธานเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับลดลง

  • ราคาทองคำเมื่อวานปรับลดลง หลังจากปรับขึ้นติดต่อกัน 3 วัน สำหรับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อคืนที่ผ่านมาเฟดมีมติลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.00-2.25% ตามที่ตลาดคาด ถือว่าเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 11 ปี แต่นักลงทุนผิดหวังที่ประธานเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในอนาคต ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและมีแรงเทขายทองคำออกมา ส่วนการจ้างงานภาคเอกชน ADP ของสหรัฐเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 156,000 ตำแหน่ง ใกล้เคียงกับตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 150,000 ตำแหน่ง ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำ 1.47 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 6,000 ราย สู่ระดับ 212,000 ราย ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ค. ตลาดคาดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ  52.0 จากระดับ 51.7ในเดือนมิ.ย.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับลดลง โดยคาดว่าในช่วงนี้ตลาดจะให้น้ำหนักความสนใจไปที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ทั้งนี้ติดตามแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟดในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮลในวันที่ 21 ส.ค. ทองคำมีแนวรับ 1,400 ดอลลาร์ และ 1,390  ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,420 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,413.70 -17.1 1,400/1,390 1,420/1,430

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
20,850 20,500/20,400 20,750/20,850

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
20,860 -110 20,670/20,560 20,870/20,970

การลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์ส การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่บริเวณ 1,400 ดอลลาร์ (GF 20,670 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,390 ดอลลาร์ (GF 20,560 บาท)

ส่วนการลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,400 ดอลลาร์ และ 1,380-1,385 ดอลลาร์

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,430.00 -7.80 1,405/1,395 1,425/1,435

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOU19 ปรับลงมาที่บริเวณ 1,405 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,395 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ :เงินดอลล์แข็งรับเฟดลดดบ.ตามคาด,พาวเวลเมินส่งสัญญาณหั่นดบ.ในอนาคต

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (31 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพียง 0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ตามคาด รวมทั้งการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ไม่ได้รับประกันว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในอนาคต ดอลลาร์ได้รับปัจจัยหนุนหลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 2.00-2.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ตามคาด ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2551 โดยเฟดระบุว่าความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อในระดับต่ำของสหรัฐ เป็นสาเหตุสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : เงินดอลล์แข็งค่า ฉุดทองปิดลบ 4 ดอลลาร์

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (31 ก.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้ลดความน่าดึงดูดของทองคำ โดยสัญญาทองคำปิดในแดนลบเป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะแถลงมติการประชุม ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนของก.ค.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 4 ดอลลาร์ หรือ 0.3% ปิดที่ 1,437.80  ดอลลาร์/ออนซ์   สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 15.3 เซนต์ หรือ 0.92% ปิดที่ 16.405 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 53 เซนต์ ขานรับสต็อกน้ำมันดิบลดต่อเนื่อง

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (31 ก.ค.) ขานรับสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และยังลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 7 นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานี้ตามคาด สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 53 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 58.58 ดอลลาร์/บาร์เรล  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 45 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 65.17 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดร่วง 333.75 จุด หลัง”พาวเวล”เมินส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยอีกในอนาคต

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงหนักสุดในรอบ 2 เดือนเมื่อคืนที่ผ่านมา (31 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในอนาคต แม้คณะกรรมการเฟดได้ตัดสินใจลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งแรกในรอบ 11 ปี ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดวันทำการล่าสุดที่ 26,864.27 จุด ร่วงลง 333.75 จุด หรือ -1.23% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับ 2,980.38 จุด ลดลง 32.80 จุด หรือ -1.09% โดยทั้งดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P500 ต่างก็ปิดร่วงลงในวันเดียวที่หนักที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.ปีนี้ ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,175.42 จุด ลดลง 98.19 จุด หรือ -1.19%