วิเคราะห์ราคาทองคำ 24 ก.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ทองคำลดลงจากสหรัฐบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับงบประมาณ

คืนนี้สหรัฐจะประกาศยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย.

ทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,410-1,430 ดอลลาร์ 

  • ราคาทองคำเมื่อวานปรับตัวลดลง โดยมีปัจจัยลบจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า จากการที่รัฐบาลสหรัฐและสภาคองเกรสสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับงบประมาณ ซึ่งครอบคลุมงบประมาณเป็นเวลา 2 ปี จะทำให้สหรัฐปรับเพิ่มเพดานหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ได้ รวมทั้งนักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่นายบอริส จอห์สัน ชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมและจะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ ส่วนกองทุน SPDR กลับมาขายทองคำ 2.05 ตันเมื่อวาน หลังจากซื้อทองคำติดต่อกัน 4 วัน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนี PMI ภาคการผลิตและดัชนี PMI ภาคบริการเดือนก.ค.ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.9 และ 51.6 ตามลำดับ ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 659,000 ยูนิต จาก 626,000 ยูนิตในเดือนพ.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,410-1,430 ดอลลาร์  โดยทองคำมีแนวรับที่ 1,410 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 1,400 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่  1,430 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 1,440 ดอลลาร์  

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,417.40 -7.2 1,410/1,400 1,430/1,440

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
20,750 -50 20,700/20,600 20,900/21,000

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
20,930 +30 20,810/20,720 21,040/21,120

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,410-1,430 ดอลลาร์ (GF 20,810-21,040 บาท)

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,426.90 +0.60 1,415/1,405 1,435/1,445

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคา GOU19 ระหว่าง 1,415-1,435 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : เงินปอนด์ร่วง กังวล”จอห์นสัน”นั่งนายกฯอังกฤษอาจส่งผล Brexit ไร้ข้อตกลง

          เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การนายบอริส จอห์นสัน ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษนั้น จะทำให้อังกฤษมีแนวโน้มที่จะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง ขณะที่สกุลเงินดอลลาร์ได้รับปัจจัยหนุนหลังจากทำเนียบขาวและสภาคองเกรสสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือ ชัตดาวน์

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $5.2 นลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังหุ้นพุ่ง,ดอลล์แข็งฉุดตลาด

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ก.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้ราคาทองคำมีความน่าดึงดูดน้อยลง นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐยังทำให้นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 5.2 ดอลลาร์ หรือ 0.36% ปิดที่ 1,421.7 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 6.5 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 16.476 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 55 เซนต์ รับคาดการณ์สต็อกน้ำมันดิบลดลง

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ก.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะลดลงติดต่อกัน 6 สัปดาห์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังขานรับข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนจะจัดการเจรจาการค้าในสัปดาห์หน้า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 55 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 56.77 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 57 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 63.83 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดบวก 177.29 จุด รับผลประกอบการสดใส,เจรจาการค้าสหรัฐ-จีน

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ก.ค.) ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงโคคา โคล่า และยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานที่ว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนจะจัดการเจรจาการค้าในสัปดาห์หน้า รวมทั้งข่าวทำเนียบขาวและสภาคองเกรสสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,349.19 จุด เพิ่มขึ้น 177.29 จุด หรือ +0.65% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,005.47 จุด เพิ่มขึ้น 20.44 จุด หรือ +0.68% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,251.40 จุด เพิ่มขึ้น 47.27 จุด หรือ +0.58%

“ทรัมป์” เผยทำเนียบขาว-คองเกรสบรรลุดีลเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐ 2 ปีแล้ว

          นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ทวีตข้อความว่า รัฐบาลสหรัฐและสมาชิกระดับแกนนำในสภาคองเกรส ได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับงบประมาณแล้ว โดยข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมงบประมาณเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งจะทำให้มีการปรับเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐด้วย เพื่อให้สหรัฐไม่เกิดการผิดนัดชำระหนี้ ข้อความดังกล่าว ระบุว่า “ผมมีความยินดีที่จะประกาศให้ทราบว่า นายมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐ นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาสหรัฐ นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และนายเควิน แมคคาร์ธี ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้มีข้อตกลงร่วมกันในเรื่องงบประมาณและเพดานหนี้ระยะเวลา 2 ปี” อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ ไม่ได้เปิดเผยว่าตนจะลงนามบังคับใช้ข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่ หากข้อตกลงนี้ได้รับการอนุมัติทั้งในสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ไม่นาน ปธน.ทรัมป์ ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนขณะให้การต้อนรับนายอิมราน ข่าน นายกรัฐมนตรีปากีสถานที่ห้องทำงานรูปไข่ว่า ประเด็นดังกล่าวกำลัง “ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในทางที่ดี” ระหว่างเจ้าหน้าที่ฝั่งรัฐบาลและแกนนำฝั่งสภาคองเกรสจากทั้งสองพรรค  “เรากำลังเดินหน้าไปด้วยดีเมื่อมองในประเด็นเพดานหนี้ อย่างไรก็ดี ยังต้องมีการทำให้ชัดเจน” ปธน.ทรัมป์ กล่าว “และผมคิดว่าเรากำลังคืบหน้าอย่างมากในเรื่องงบประมาณ”  ด้านสื่อสหรัฐรายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะเพิ่มระดับการใช้จ่ายขึ้น 3.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 2 ปีข้างหน้า เมื่อเทียบกับขีดจำกัดเดิมตามกฎหมายเมื่อปี 2554 นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวจะระงับเพดานหนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2564 โดยเพดานหนี้ปัจจุบันได้หมดอายุไปเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ซึ่งขณะนั้นหนี้ได้ทะยานขึ้นแตะระดับกว่า 22 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ทางกระทรวงการคลังได้พยายามใช้ “มาตรการพิเศษ” ต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ คาดว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะโหวตข้อตกลงดังกล่าวก่อนที่สภาจะปิดสมัยประชุมภาคฤดูร้อนในวันที่ 26 ก.ค. ขณะที่ทางวุฒิสภาจะพักการประชุมวันที่ 2 ส.ค.

สหรัฐคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันจีน โทษฐานละเมิดกฎห้ามซื้อน้ำมันอิหร่าน

          นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐได้ทำการคว่ำบาตรบริษัท จูไห่ เจิ้นหรง ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานของรัฐบาลจีน เนื่องจากละเมิดข้อจำกัดที่กำหนดไว้สำหรับภาคอุตสาหกรรมน้ำมันของอิหร่าน การคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันของจีนเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตก รวมถึงความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นายปอมเปโอระบุว่า บริษัท จูไห่ เจิ้นหรง ยังคงซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่าน หลังจากที่การยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อจีนได้หมดอายุลงเมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา นายปอมเปโอระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรจะส่งผลต่อทรัพย์สินและผลประโยชน์ทั้งหมดในทรัพย์สินของจูไห่ เจิ้นหรง ที่อยู่ในสหรัฐ และยังครอบคลุมการสั่งห้ามนายหยูมิน หลี่ ซีอีโอของจูไห่ เจิ้นหรง ไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐด้วย ทั้งนี้ สหรัฐได้กลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านอีกครั้งในเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ระหว่างอิหร่านกับประเทศมหาอำนาจ 6 ชาติ

“คิม จอง อึน”ปลื้มเรือดำน้ำลำใหม่เกาหลีเหนือ สื่อชี้ส่อแววพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป

          สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือรายงานในวันนี้ว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้เดินทางไปตรวจสอบเรือดำน้ำขนาดใหญ่ที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของโครงการขีปนาวุธข้ามทวีปที่สามารถยิงจากเรือดำน้ำ (SLBM)  KCNA ไม่ได้อธิบายถึงชนิดของระบบอาวุธที่ติดตั้งบนเรือดำน้ำดังกล่าว รวมถึงสถานที่และเวลาของการตรวจสอบที่เกิดขึ้น และรายงานด้วยว่า นายคิม จอง อึน พอใจกับเรือดำน้ำลำใหม่ ภายหลังจากที่ได้รับรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติการและระบบอาวุธของเรือดำน้ำลำนี้  ทั้งนี้ เกาหลีเหนือมีกองเรือดำน้ำขนาดใหญ่ แต่มีเรือดำน้ำเพียงลำเดียวที่สามารถติดตั้งขีปนาวุธข้ามทวีป