วิเคราะห์ราคาทองคำ 23 ก.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

เน้นการเก็งกำไรระยะสั้น หากยังไม่มีการถือครองทองคำอาจเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,415 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ ทำให้ยังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้าน 1,430-1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,415 1,400 1,389  แนวต้าน : 1,439 1,453 1,466

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อยราว 0.78  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังจากนักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.5% ในการประชุมวันที่ 30-31 ก.ค.นี้  นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการร่วงลงของค่าเงินปอนด์  ท่ามกลางการคาดการณ์ว่านายบอริส จอห์นสัน จะได้รับการประกาศชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษ ซึ่งจุดยืนของนายจอห์นสันทำให้ความเสี่ยงที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันที่ 31 ต.ค. โดยปราศจากข้อตกลงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก  อีกทั้งยังเพิ่มความไม่แน่นอนทางการเมืองในอังกฤษเนื่องจากรัฐมนตรีหลายท่านต่างออกมาประกาศลาออกจากตำแหน่งเพื่อคัดค้านจุดยืนของนายจอห์นสัน  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคำอาทิ  นายอลัน ดันแคน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ, นางมาร์กอท เจมส์ รัฐมนตรีวัฒนธรรม  และนายฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีคลังอังกฤษ สถานการณ์ดังกล่าวกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +4.69 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  อาทิ  ดัชนีราคาบ้าน (HPI), ยอดขายบ้านมือสอง และดัชนีภาคการผลิตเดือนก.ค.จากเฟดริชมอนด์

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำยังคงมีการแกว่งตัวและแรงซื้อค่อนข้างจำกัด แต่หากระยะสั้น ราคายืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,415 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจมีแรงดีดกลับและพยายามจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านระดับ 1,430-1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวอาจจะเกิดแรงขายสลับออกมาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

ดูบริเวณ 1,415 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,430-1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้ตัดขาดทุนเพื่อรอดูบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “ทรัมป์”กดดันเฟดหั่นดอกเบี้ยมากขึ้นในการประชุมนโยบายการเงินเดือนนี้  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากขึ้นในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนนี้  “เฟดควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากขึ้นในขณะนี้ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่า และใช้ต้นทุนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยขณะที่เศรษฐกิจในอนาคตอยู่ในช่วงขาลง โดยเฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วและแรงเกินไปในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้น เฟดไม่ควรทำผิดพลาดอีก” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ
  • (+) อังกฤษเตรียมประกาศมาตรการตอบโต้อิหร่าน หลังยึดเรือบรรทุกน้ำมันอังกฤษ  รัฐบาลอังกฤษเตรียมประกาศมาตรการตอบโต้อิหร่านกรณียึดเรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษ ขณะที่นางเทเรซา เมย์ รักษาการนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉินในวันนี้  ทั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษเตรียมประกาศมาตรการตอบโต้อิหร่านต่อรัฐสภาในวันนี้ หลังจากที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมัน Stena Impero ในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา 
  • (-) “ทรัมป์”,ผู้นำคองเกรสบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้,ขีดจำกัดการใช้จ่ายของรบ.  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐและผู้นำสภาคองเกรสสหรัฐบรรลุข้อตกลงเมื่อวานนี้ในการขยายเพดานหนี้และขีดจำกัดการใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง 2 ปี ซึ่งจะหลีกเลี่ยงความกังวลว่ารัฐบาลจะผิดนัดชำระหนี้ในช่วงต่อไปในปีนี้ แต่เพิ่มยอดขาดดุลงบประมาณ  ปธน.ทรัมป์กล่าวผ่านทวิตเตอร์ระบุว่า “ผมยินดีที่จะประกาศว่า ได้มีการบรรลุข้อตกลงแล้วกับนายมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากวุฒิสภา, นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยวุฒิสภา, นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายเควิน แมคคาร์ธีย์ ผู้นำเสียงข้างน้อยสภาผู้แทนราษฎร”  นายชูเมอร์และนางเพโลซีได้ออกแถลงการณ์ยืนยันข้อตกลงดังกล่าวในทันที โดยระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะได้รับการลงมติ “อย่างรวดเร็ว” ในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่นำโดยพรรคเดโมแครต ส่วนวุฒิสภาที่นำโดยพรรครีพับลิกันต้องผ่านมาตรการดังกล่าวก่อนลงนามเป็นกฎหมายโดยปธน.ทรัมป์
  • (-) รัฐมนตรีเมืองผู้ดีตบเท้าลาออก ก่อน”บอริส จอห์นสัน”ขึ้นเป็นนายกฯอังกฤษคนใหม่  นายอลัน ดันแคน ประกาศลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษในวันนี้ ก่อนที่นายบอริส จอห์นสัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ และอดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน จะได้รับการประกาศชื่อเป็นผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมคนใหม่ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งผู้ชนะจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษโดยอัตโนมัติ    การลาออกของนายดันแคนถือเป็นการคัดค้านจุดยืนของนายจอห์นสันที่จะนำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันที่ 31 ต.ค. แม้ไม่มีการทำข้อตกลงก็ตาม  ก่อนหน้านี้ นางมาร์กอท เจมส์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีวัฒนธรรมในสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อคัดค้านจุดยืนของนายจอห์นสันเช่นกัน  ทางด้านนายฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีคลังอังกฤษ ประกาศว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่งในวันพุธ ขณะที่คัดค้านนโยบาย Brexit แบบไร้ข้อตกลงของนายจอห์นสัน
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ยเพียง 0.25%  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 ก.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพียง 0.25% ในการประชุมเดือนนี้ แทนที่จะปรับลด 0.50% ตามที่มีกระแสคาดการณ์ในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่เงินปอนด์ร่วงลงเนื่องจากความกังวลที่ว่า นายบอริส จอห์นสัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษอาจจะได้รับการประกาศชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษ ซึ่งจะทำให้อังกฤษมีแนวโน้มที่จะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.87 เยน จากระดับ 107.77 เยน  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1211 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1219 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2481 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2499 ดอลลาร์