วิเคราะห์ราคาทองคำ 22 ก.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

เน้นเก็งกำไรระยะสั้นโดยเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,417-1,415 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรขายทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่านโซนแนวต้านบริเวณ 1,439-1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,415 1,400 1,389  แนวต้าน : 1,439 1,453 1,466

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง  20.12 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  จากการที่นักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ช่วงปลายเดือนนี้  หลังจากวอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า เจ้าหน้าเฟดหลายรายบ่งชี้ว่า พวกเขาพร้อมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมนโยบายในวันที่ 30-31 ก.ค.นี้ แต่พวกเขาไม่ได้เตรียมที่จะปรับลดดอกเบี้ยลงถึง 0.5%  ส่วนนายเอริค โรเซนเกรน ประธานเฟดบอสตัน  เปิดเผยว่า เขาไม่คิดว่า เฟดจำเป็นจะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้เพราะภาวะเศรษฐกิจสหรัฐค่อนข้างเหมาะสม  ประกอบกับสกุลเงินยูโรอ่อนค่าจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุมสัปดาห์นี้  สถานการณ์ดังกล่าวหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่าจนกดดันราคาทองคำ  อย่างไรก็ดี  ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงจากข่าวเฟดเช่นกันจึงส่งผลกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเข้ามาบางส่วน  อีกทั้งนักลงทุนยังวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง  หลังอิหร่านได้เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งของอังกฤษ  จึงส่งผลให้ราคายังทรงตัวในระดับสูงได้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มในวันศุกร์ +5.87 ตัน  สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

แม้จะมีแรงซื้อให้ราคาดีดตัวขึ้นจนสร้างระดับสูงสุดใหม่ของปี 2019 แต่ยังคงเห็นแรงขายกดดันสลับออกมาเช่นกัน ทั้งนี้ หากการดีดตัวของราคายังคงจำกัดหรือมีแรงซื้อไม่มากพอจนดันราคาให้ยืนเหนือแนวต้าน 1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดแรงขายกดดันให้ปรับตัวลงสู่ระดับ 1,417-1,415 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,417-1,415 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ ถ้ารับความเสี่ยงได้ต้องการลงทุนจากการแกว่งตัวอาจเปิดสถานะขายหากราคาทองคำไม่ผ่าน 1,439-1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามลดพอร์ตฝั่งซื้อลงหากราคาหลุด 1,415 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 68.77 จุด เหตุตลาดผิดหวังเฟดจะลดดอกเบี้ยแค่ 0.25%  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (19 ก.ค.) โดยตลาดลดช่วงบวกลงหลังจากมีข่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพียง 0.25% มากกว่าที่จะปรับลดลง 0.5% ในช่วงสิ้นเดือนนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากรายงานข่าวที่ว่า อิหร่านได้เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งของอังกฤษ ขณะแล่นเข้าสู่น่านน้ำของอิหร่าน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,154.20 จุด ลดลง 68.77 จุด หรือ -0.25% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,976.61 จุด ลดลง 18.50 จุด หรือ -0.62% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,146.49 จุด ลดลง 60.75 จุด หรือ -0.74%
  • (+) รมว.ต่างประเทศอังกฤษยืนยันอิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ  นายเจเรมี ฮันท์ รมว.ต่างประเทศของอังกฤษเปิดเผยว่า เอกอัคราชทูตของอังกฤษในอิหร่านได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลในกรุงเตหะราน หลังอิหร่านเข้ายึดเรือสองลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในอ่าวโอมาน ซึ่งลำหนึ่งเป็นเรือของอังกฤษ และอีกลำหนึ่งเป็นของไลบีเรีย
  • (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำกว่าคาดในเดือนก.ค.  ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นแตะระดับ 98.4 ในเดือนก.ค. แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 98.5 จากระดับ 98.2 ในเดือนมิ.ย.
  • (+) “ทรัมป์”หนุนเฟดลดดอกเบี้ย ขณะย้ำยุติคุมเข้มนโยบายที่”บ้าคลั่ง”  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ สนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขณะที่เน้นย้ำว่า เฟดต้องยุติการคุมเข้มนโยบายการเงินที่”บ้าคลั่ง”  ผมชอบถ้อยแถลงครั้งแรกของคุณจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟด สาขานิวยอร์ก มากกว่าถ้อยแถลงครั้งที่ 2 โดยถ้อยแถลงครั้งแรกถูกต้อง 100% เกี่ยวกับการพูดที่ว่า เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป และล่วงหน้ามากเกินไป นอกจากนี้ เฟดจะต้องยุติการใช้นโยบายคุมเข้มเชิงปริมาณที่บ้าคลั่ง ขณะเราอยู่ในโลกแห่งการแข่งขัน” ทวิตเตอร์ระบุ
  • (-) ประธานเฟดบอสตันเผยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐขณะนี้เหมาะสม ยังไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ย  นายเอริค โรเซนเกรน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาบอสตันเปิดเผยว่า เขาไม่คิดว่า เฟดจำเป็นจะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้  นายโรเซนเกรนกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซีในวันศุกร์ว่า หากเขาอยู่ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือธนาคารกลางยุโรป เขาจะพิจารณาอย่างจริงจังเกี่ยวกับมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม  แต่เขากล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ได้อยู่ในจุดนั้น ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐค่อนข้างเหมาะสมในขณะนี้ และข่าวส่วนใหญ่ที่ได้รับก็เป็นไปค่อนข้างดี  นายโรเซนเกรนกล่าวเสริมว่า เขาไม่ต้องการที่จะลดอัตราดอกเบี้ย หากเศรษฐกิจกำลังปรับตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยที่ไม่ต้องลดดอกเบี้ย
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนmujระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นในเดือนก.ค.  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.36% สู่ระดับ 97.1493  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.77 เยน จากระดับ 107.51 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3062 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3045 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9825 ฟรังก์ จากระดับ 0.9832 ฟรังก์  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1219 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1266 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2499 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2538 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7043 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7066 ดอลลาร์  ตลาดปรับตัวลง หลังหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า เจ้าหน้าเฟดหลายรายบ่งชี้ว่า พวกเขาพร้อมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมนโยบายในวันที่ 30-31 ก.ค.นี้ แต่พวกเขาไม่ได้เตรียมที่จะปรับลดดอกเบี้ยลงถึง 0.5%