วิเคราะห์ราคาทองคำ 19 ก.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ทองคำขึ้นแรงจากเรือรบของสหรัฐได้ยิงโดรนของอิหร่าน

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.

ทองคำคาดมีแรงเทขายถ้าสถานการณ์อิหร่านไม่รุนแรงมากขึ้น

  • ราคาทองคำเมื่อวานปรับขึ้นแรงในการซื้อขายช่วงกลางคืน และทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 6 ปีที่ 1,447  ดอลลาร์ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดด้านการเมืองระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่า เรือรบของสหรัฐได้ยิงทำลายโดรนลำหนึ่งของอิหร่านซึ่งคุกคามเรือรบของสหรัฐ และไม่สนใจคำเตือนหลายครั้งของสหรัฐ ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 11.44 ตันเมื่อวาน
  • ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ได้ออกมาสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยแถลงว่าเมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำขณะนี้ เฟดควรจะดำเนินการอย่างรวดเร็วและควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ยาวนานขึ้น
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. ตลาดคาดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 98.6 จากระดับ 98.2 ในเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ติดตามสถานการณ์การเมืองระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ส่วนสัปดาห์หน้าติดตามผลการโหวตเลือกนายกอังกฤษคนใหม่ และการประชุมธนาคารกลางยุโรป
  • ทองคำคาดเริ่มมีแรงเทขายออกมา ถ้าสถานการณ์การเมืองสหรัฐและอิหร่านไม่มีความรุนแรงมากขึ้น โดยทองคำมีแนวต้านที่  1,450 ดอลลาร์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,460 ดอลลาร์  ขณะที่มีแนวรับที่ 1,430 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 1,420 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,445.50 +19.0 1,430/1,420 1,450/1,460

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
20,750 +200 20,800/20,700 21,000/21,100

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
20,950 +50 20,940/20,860 21,160/21,240

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่บริเวณ 1,420 ดอลลาร์ (GF 20,860 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,410 ดอลลาร์ (GF 20,760 บาท)

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,434.90 +5.80 1,435/1,425 1,455/1,465

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOU19 ปรับลงมาที่บริเวณ 1,425 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,415 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังข้อมูลศก.สหรัฐซบเซา

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (18 ก.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ และจากการที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า ดอลลาร์มีมูลค่าสูงเกินจริง

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $4.8 รับคาดการณ์เฟดหั่นดอกเบี้ย

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (18 ก.ค.) หลังจากสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับราคาทองคำ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. พิ่มขึ้น 4.80 ดอลลาร์ หรือ 0.34% ปิดที่ 1,428.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดในรอบ 6 ปี หรือนับตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.2556 สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 22.7 เซนต์ หรือ 1.42% ปิดที่ 16.198 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.48 เหตุนลท.กังวลสต็อกน้ำมันดิบ

             สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา (18 ก.ค.) โดยตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลงน้อยกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้ฉุดสัญญาน้ำมันดิบปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน และยังได้บดบังปัจจัยบวกรายงานข่าวที่ว่า อิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม   สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ร่วงลง 1.48 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดที่ 55.30 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย.ปีนี้         สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 1.73 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดที่ 61.93 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย.ปีนี้

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดบวก 3.12 จุด ขานรับปธ.เฟดนิวยอร์กหนุนลดดอกเบี้ย

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (18 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ที่ออกมาสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยให้ตลาดดีดตัวขึ้นหลังจากที่ร่วงลงในช่วงแรก อันเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึง เน็ตฟลิกซ์ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,222.97 จุด เพิ่มขึ้น 3.12 จุด หรือ +0.01% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,995.11 จุด เพิ่มขึ้น 10.69 จุด หรือ +0.36% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,207.24 จุด เพิ่มขึ้น 22.04 จุด หรือ +0.27%

“วอลล์สตรีท เจอร์นัล”เผย เจรจาการค้าสหรัฐ-จีนหยุดชะงักเนื่องจากประเด็น “หัวเว่ย”

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการบรรลุข้อตกลงร่วมกันนั้นได้หยุดชะงักลง เนื่องจากอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับประเด็นบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ โดยแม้จะมีรายงานเมื่อเร็วๆนี้ว่า สหรัฐจะผ่อนคลายความเข้มงวดด้านการขายอุปกรณ์บางส่วนให้กับหัวเว่ย แต่ทางการจีนยังคงรอดูว่า สหรัฐจะดำเนินการดังกล่าวอย่างจริงจังหรือไม่ ก่อนที่จะเดินหน้าจัดการเจรจารอบใหม่

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ IMF เตือนทั่วโลกระมัดระวังการดำเนินนโยบายที่บิดเบือนการค้า

ปิตา โกปินาธ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF กล่าวระหว่างการแถลงข่าวเรื่องการเปิดเผยรายงาน External Sector Report ซึ่งเป็นการประเมินค่าเงินและดุลการค้าของประเทศเศรษฐกิจสำคัญทั่วโลกประจำปีว่า เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระดับทวิภาคีซึ่งเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ยังไม่ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของโลกอยู่ในภาวะไร้สมดุล แต่ความไม่สมดุลจากภายนอกที่สะท้อนมาจากนโยบายระดับมหภาคกำลังกระทบต่อการออมและการลงทุน โกปินาธได้ระบุว่าการตัดสินใจขึ้นภาษีในแต่ละครั้งนั้นทำให้ราคาผู้บริโภคต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการเติบโตของโลก ทั้งยังเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่น และสร้างอุปสรรค์ให้กับซัพพลายเซนทั่วโลกอีกด้วย

“บอริส จอห์นสัน” ตัวเก็งนายกฯอังกฤษคนใหม่ยันถอนตัวจาก EU ตามเส้นตายแน่นอน

นายบอริส จอห์นสัน ตัวเก็งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษออกโรงยืนกรานว่า ตนเองจะนำพาอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (EU) ตามกำหนดการณ์ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ ไม่ว่าจะมีข้อตกลงหรือปราศจากข้อตกลงก็ตาม นายจอห์นสันได้แสดงจุดยืนดังกล่าวในระหว่างการอภิปรายเพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมกับนายเจเรมี ฮันท์

สภาผู้แทนฯสหรัฐมีมติระงับการยื่นถอดถอน”ทรัมป์”จากกรณีเหยียดเชื้อชาติส.ส.หญิง

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนน 332 ต่อ 95 เสียง ให้ระงับกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในกรณีที่ปธน.ทรัมป์ได้แสดงความคิดเห็นในเชิงเหยียดเชื้อชาติต่อสมาชิกสภาคองเกรส โดยกระบวนการทางกฎหมายที่จะถอดถอนปธน.ทรัมป์ในกรณีดังกล่าวได้ถูกตีตกไปในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แม้จะได้รับการสนับสนุนจากส.ส.เกือบ 100 คนก็ตาม สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผลการลงมติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าในพรรคเดโมแครตเองก็แบ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการถอดถอนและไม่ต้องการถอดถอนปธน.ทรัมป์ โดยเฉพาะหลังจากปธน.ทรัมป์ได้แสดงความคิดเห็นในเชิงเหยียดเชื้อชาติต่อสมาชิกสภาคองเกรส ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้กับส.ส.จากทั้งรีพับลิกันและเดโมแครต

สหรัฐเล็งส่งทหารเพิ่ม 2,100 นาย ประจำการชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก

          กระทรวงกลาโหมสหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐเตรียมส่งทหารอีกประมาณ 2,100 นาย เข้าไปประจำการบริเวณชายแดนทางตอนใต้ที่ติดกับเม็กซิโก ตามคำร้องขอของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กองกำลังทหารประจำการจะเข้ามาสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานศุลกากรและการป้องกันแนวชายแดนของสหรัฐ (CBP) ในด้านการเฝ้าระวังทางอากาศ การปฏิบัติงาน การขนส่ง และการสนับสนุนด้านการบริหาร ส่วนหน่วยรักษาความปลอดภัยแห่งเท็กซัสจะถูกส่งไปยังสถานที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้อพยพ หรือเป็นกำลังสำรองที่สนามบินต่างๆในเท็กซัส รวมทั้งท่าเรือที่ใช้สำหรับเข้าเมือง