วิเคราะห์ราคาทองคำ 17 ก.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ราคาทองคำลดลงเนื่องจากยอดค้าปลีกสหรัฐแข็งแกร่ง

คืนนี้ติดตามการเปิดเผยรายงาน Beige Book

ราคาทองคำคาดปรับลดลง แต่มีกรอบที่จำกัด

  • ราคาทองคำเมื่อวานปิดตลาดลดลงเนื่องจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น จากที่สหรัฐประกาศยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 0.4% สูงกว่าตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% อย่างไรก็ดีมีปัจจัยหนุนจากประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวถึงการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 1.17 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้ติดตามการเปิดเผยรายงาน Beige Book ซึ่งเป็นรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด 12 เขตในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาที่เฟดจะนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่จะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 30-31 ก.ค. ซึ่งตลาดคาดเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศคืนนี้ ได้แก่ การอนุญาตก่อสร้างเดือนมิ.ย. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ  1.30 ล้านยูนิต และการเริ่มสร้างบ้านเดือนมิ.ย. ตลาดคาดจะลดลงสู่ระดับ  1.26 ล้านยูนิต
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับลดลง แต่คาดการปรับตัวลงมีกรอบที่จำกัด เนื่องจากยังมีปัจจัยหนุนจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ โดยทองคำมีแนวรับที่ 1,400 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 1,390 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่  1,420 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,406.00 -8.2 1,400/1,390 1,420/1,425

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
20,700 +50 20,500/20,400 20,700/20,750

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
20,790 -40 20,670/20,570 20,860/20,910

การเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำที่ราคาทอง Spot 1,400 ดอลลาร์  (GF 20,670 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,390 ดอลลาร์ (GF 20,570 บาท)

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,421.80 -3.00 1,405/1,395 1,425/1,430

การเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำที่ราคา GOU19 1,405 ดอลลาร์  โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,395 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับยอดค้าปลีกสหรัฐแข็งแกร่งเกินคาด

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (16 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับรายงานยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทั้ง 12 ภาคในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $2.30 เหตุเงินดอลล์แข็งกดดันตลาด

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (16 ก.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ ยังส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 2.30 ดอลลาร์ หรือ 0.16% ปิดที่ 1,411.20 ดอลลาร์/ออนซ์  สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 31.3 เซนต์ หรือ 2.04% ปิดที่ 15.678 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมันปิดร่วง $1.96 เหตุนักลงทุนคลายกังวลสถานการณ์อิหร่าน

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% เมื่อคืนที่ผ่านมา (16 ก.ค.) หลังจากนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐเปิดเผยว่า อิหร่านพร้อมที่จะเจรจาเกี่ยวกับโครงการอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันนี้  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ร่วงลง 1.96 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ปิดที่ 57.62 ดอลลาร์/บาร์เรล  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ย. ดิ่งลง 2.13 ดอลลาร์ หรือ  3.2% ปิดที่ 64.35 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดลบ 23.53 จุด หลัง”ทรัมป์”เผยสหรัฐ-จีนเจรจาการค้าไม่คืบ

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (16 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเริ่มวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยว่า สหรัฐและจีนยังคงไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาการค้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยกดดันหลังจากธนาคารรายใหญ่บางแห่งของสหรัฐเปิดเผยว่า รายได้จากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลงในไตรมาส 2 แม้กำไรสุทธิออกมาสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ก็ตาม ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,335.63 จุด ลดลง 23.53 จุด หรือ -0.09% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,004.04 จุด ลดลง 10.26 จุด หรือ -0.34% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,222.80 จุด ลดลง 35.39 จุด หรือ -0.43%

อิหร่านขู่ใช้มาตรการตอบโต้ หากอังกฤษไม่ปล่อยเรือบรรทุกน้ำมันที่ยึดไป

          นายฮามิด บาเอดิเนจ๊าด เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำอังกฤษ ออกโรงเตือนอังกฤษให้ปล่อยเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านที่ยึดไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มิเช่นนั้นอิหร่านจะใช้มาตรการตอบโต้ นายบาเอดิเนจ๊าดกล่าวว่า อังกฤษละเมิดข้อบังคับด้านการเดินเรือด้วยการกระทำที่ผิดกฎหมายและการปล้นสะดมในทะเล สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เรือนาวิกโยธินของอังกฤษในช่องแคบยิบรอลตาร์ ได้รับคำสั่งจากทางการอังกฤษให้เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านที่กำลังมุ่งหน้าไปยังซีเรีย เนื่องจากละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป (EU) อย่างไรก็ดี อิหร่านปฏิเสธว่าเรือลำดังกล่าวไม่ได้มุ่งหน้าไปยังซีเรีย  เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศอิหร่านก็เตือนให้อังกฤษปล่อยเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน “โดยเร็ว” นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน ก็เตือนอังกฤษถึง “ผลที่จะตามมา” จากการยึดเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน

ปธน.อิหร่านยืนยันพร้อมเจรจาสหรัฐหากยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

          ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านพร้อมจะจัดการเจรจากับสหรัฐ ถ้าหากสหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านอ้างอิงคำพูดของ ปธน.รูฮานีว่า “เราพร้อมจะเจรจามาตลอด ผมขอให้คุณหยุดกลั่นแกล้งเราและยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรในทันที และเราจะกลับสู่การเจรจาด้วยเหตุและผล เราพร้อมแล้ว”  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผู้นำฝรั่งเศส เยอรมนีและอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศยุโรปที่ได้ลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2558 ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความตึงเครียดในบริเวณภูมิภาคอ่าวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และระบุว่าข้อตกลงนิวเคลียร์นั้นยังมีความเสี่ยงนอกเสียว่าจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะมาร่วมโต๊ะเจรจากันอีกครั้ง ทั้งนี้ ในเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว สหรัฐได้ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านและเริ่มใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง และในวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมาอิหร่านได้หยุดทำตามข้อตกลงบางประการและขีดเส้นไว้ที่ 60 วันให้ชาติยุโรปที่ร่วมลงนามในข้อตกลงนั้น ช่วยอิหร่านให้ได้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในข้อตกลงดังกล่าว ในวันที่ 7 ก.ค. หลังเลยกำหนดเส้นตายที่อิหร่านกำหนด นายอับบาส อารักคี รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านพร้อมที่จะเริ่มเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมให้เกินกว่าเพดานที่กำหนดไว้ที่ 3.67% และอิหร่านจะค่อยๆเพิกเฉยต่อข้อตกลงนิวเคลียร์เรื่อยๆในทุก ๆ 60 วัน ส่วนในวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น อิหร่านประกาศว่าได้เพิ่มความเข้มข้นในการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมขึ้นจากระดับความบริสุทธิ์ที่ 3.67% เป็น 4.5% ซึ่งทำให้นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐและเจ้าหน้าที่อาวุโสรายอื่นๆจากคณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐได้ออกมายืนยันว่า สหรัฐจะยังคงเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจกับอิหร่านต่อไป

“ไมค์ ปอมเปโอ”ไฟเขียววีซ่ารมว.ตปท.อิหร่านเดินทางทำภารกิจ UN ที่นิวยอร์ก

          นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ได้อนุมัติวีซ่าให้กับนายโมฮัมหมัด จาหวัด ซารีฟ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอิหร่านที่จะเดินทางเยือนสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (UN) ในนิวยอร์ก พร้อมเสริมว่า นายซารีฟจะถูกจำกัดการเคลื่อนไหวอย่างมาก นายปอมเปโอให้สัมภาษณ์กับวอชิงตัน โพสต์ว่า นายซารีฟและสมาชิกในคณะผู้แทนจากอิหร่าน ซึ่งเดินทางถึงนิวยอร์กเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จะได้รับอนุญาตให้เดินทางระหว่างสำนักงานใหญ่ของ UN เพื่อทำงาน และกลับไปยังที่พักของเอกอัครราชทูต UN ของอิหร่านในบริเวณใกล้เคียงได้ นายปอมเปโอให้สัมภาษณ์ว่า “นักการทูตสหรัฐไม่ได้เดินไปมาในกรุงเตหะราน ดังนั้นเราก็ไม่เห็นเหตุผลใด ๆ ที่นักการทูตจากอิหร่านจะเดินทางไปมาอย่างอิสระทั่วนิวยอร์กเช่นกัน” สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านย่ำแย่ลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จากการกล่าวโทษกันไปมา รวมถึงความขัดแย้งทางทหาร และการที่สหรัฐยังคงคว่ำบาตรอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านพร้อมจะจัดการเจรจากับสหรัฐ หากสหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน