วิเคราะห์ราคาทองคำ 15 ก.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

อาจรอเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาย่อตัวเข้ามาใกล้ 1,403-1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากไม่สามารถยืน 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หรือ หากรับความเสี่ยงได้ไม่มากอาจเลือกชะลอการเข้าซื้อหากถือครองทองคำอยู่แล้ว

แนวรับ : 1,403 1,392 1,385 แนวต้าน : 1,419 1,427 1,439

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.60  ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ว่าในระหว่างวันราคาทองคำจะอ่อนตัวลงไปทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ  1,402.90  ดอลลาร์ต่อออนซ์  หลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐที่ปรับขึ้น 0.1% ในเดือนมิ.ย. ตามคาด  ด้านดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พื้นฐานปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปี 2018 ถึง 0.3% ในเดือนมิ.ย.  อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบรายปีจะพบว่าดัชนี PPI ปรับขึ้น 1.7% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2017 บ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อในภาคค้าส่งของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับต่ำ  จึงไม่เปลี่ยนแปลงการคาดการณ์ของตลาดที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะดำเนินการปรับ “ลด” อัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 30-31 ก.ค.นี้  สะท้อนจาก  FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 100% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้  โดยแบ่งเป็นโอกาสราว 76.5% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25%  และโอกาส 23.5% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.50% ตามลำดับ  ทั้งนี้  การคาดการณ์ดังกล่าวกดดันสกุลเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าลงจนเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงซื้อทองคำ  แม้ราคาทองคำจะถูกสกัดช่วงบวกจากสินทรัพย์เสี่ยงที่พุ่งขึ้นขานรับการคาดการณ์เกี่ยวกับเฟดก็ตาม  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

หลังจากราคาพยายามขึ้นไปทดสอบโซน 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แสดงให้เห็นถึงแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นแต่ราคายังไม่สามารถยืนเหนือบริเวณแนวต้านดังกล่าวได้จึงมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเพื่อสะสมกำลัง แต่ถ้าสามารถยืนเหนือโซนแนวรับได้ จะเกิดแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาไว้ โดยแนวรับจะอยู่ที่ 1,403-1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,403-1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือถ้าราคาปรับตัวขึ้นมาอาจปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่าน 1,419-1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามลดพอร์ตการลงทุนสถานะซื้อลงหากราคาหลุด 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) อิหร่านขู่ใช้มาตรการตอบโต้ หากอังกฤษไม่ปล่อยเรือบรรทุกน้ำมันที่ยึดไป  นายฮามิด บาเอดิเนจ๊าด เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำอังกฤษ ออกโรงเตือนอังกฤษให้ปล่อยเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านที่ยึดไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มิเช่นนั้นอิหร่านจะใช้มาตรการตอบโต้  นายบาเอดิเนจ๊าดกล่าวว่า อังกฤษละเมิดข้อบังคับด้านการเดินเรือด้วยการกระทำที่ผิดกฎหมายและการปล้นสะดมในทะเล  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เรือนาวิกโยธินของอังกฤษในช่องแคบยิบรอลตาร์ ได้รับคำสั่งจากทางการอังกฤษให้เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านที่กำลังมุ่งหน้าไปยังซีเรีย เนื่องจากละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป (EU) อย่างไรก็ดี อิหร่านปฏิเสธว่าเรือลำดังกล่าวไม่ได้มุ่งหน้าไปยังซีเรีย
  • (+) รมว.คลังสหรัฐวอนคองเกรสขยายเพดานหนี้ ก่อนชัตดาวน์ครั้งใหม่ในอีก 2 เดือน  นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ส่งหนังสือไปยังนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ โดยเรียกร้องให้สภาคองเกรสขยายเพดานหนี้สหรัฐ ก่อนที่รัฐสภาจะปิดสมัยประชุมในช่วงฤดูร้อน ขณะที่กระทรวงการคลังมีงบประมาณสำหรับการบริหารประเทศอีกเพียง 2 เดือน  ตามการคาดการณ์ล่าสุด เราจะหมดงบประมาณในช่วงต้นเดือนกันยายน ก่อนที่รัฐสภาจะกลับมาเปิดสมัยประชุมครั้งใหม่ ดังนั้น ผมขอเรียกร้องให้สภาคองเกรสเพิ่มเพดานหนี้ ก่อนปิดสมัยประชุมช่วงฤดูร้อน” นายมนูชินระบุ  ขณะนี้ สมาชิกรัฐสภา และฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้มีการผ่านกฎหมายงบประมาณรายจ่ายฉบับใหม่ และเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) ครั้งใหม่
  • (+) ดอลลาร์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุตลาดคาดเฟดลดดอกเบี้ยเดือนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือนนี้  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.24% แตะที่ 96.8179 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.81 เยน จากระดับ 108.45 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9844 ฟรังก์ จากระดับ 0.9900 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3032 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3070 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1271 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1258 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ  1.2571 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2525 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7023 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6975 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 243.95 จุด ขานรับความหวังเฟดลดดอกเบี้ยเดือนนี้  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเมื่อวันศุกร์ (12 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือนนี้ และจากการเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่บ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐยังคงอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่บรรดานักลงทุนจะจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์นี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,332.03 จุด เพิ่มขึ้น 243.95 จุด หรือ +0.90% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,013.77 จุด เพิ่มขึ้น 13.86 จุด หรือ +0.46% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,244.14 จุด เพิ่มขึ้น 48.10 จุด หรือ +0.59%
  • (+/-) สหรัฐเผยดัชนี PPI +1.7% ในเดือนมิ.ย. (y/y) ต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมิ.ย.เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% เช่นกันในเดือนพ.ค.  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้นเพียง 1.7% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2560 หลังจากเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนพ.ค.  ดัชนี PPI ได้รับผลกระทบจากการร่วงลงเป็นเดือนที่ 2 ของราคาพลังงาน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในภาคบริการปรับตัวขึ้น  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI จะทรงตัวในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบรายปี  ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหาร, พลังงาน และภาคบริการ ทรงตัวในเดือนมิ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ติดต่อกัน 2 เดือน  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนพ.ค.