วิเคราะห์ราคาทองคำ 12 ก.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,400 1,385 1,374

แนวต้าน : 1,414 1,427 1,439

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป ความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดการค้าจีน-สหรัฐปรากฏขึ้นอีกครั้งหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐระบุว่า จีนไม่ดำเนินการตามคำสัญญาที่ให้ไว้ว่า จะซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรจากเกษตรกรอเมริกัน โดยหวังว่าพวกเขาจะเริ่มต้นเร็วๆนี้!” เขากล่าวผ่านทวิตเตอร์ว่า ขณะที่กรมศุลกากรจีน เปิดเผยว่า ยอดเกินดุลการค้าของจีนกับสหรัฐเพิ่มขึ้น 12% ในแง่ของหยวนในช่วงครึ่งปีแรก โดยจีนนำเข้าสินค้าจากสหรัฐลดลง  25.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ข้อมูลดังกล่าวได้เพิ่มความตึงเครียด ระหว่างทั้งสองประเทศที่กำลังการเจรจาการค้าอย่างต่อเนื่อง จนสร้างแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาทองคำไว้ นอกจากนี้ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีน อาจทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจาก ปธน.ทรัมป์ กำลังพิจารณาว่า การคว่ำบาตรเป็นวิธีการที่เหมาะสมหรือไม่ในการตอบโต้ต่อการที่จีนนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน ซึ่งประเด็นดังกล่าวสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,414 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้จะทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมาอีกครั้ง แต่หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาน่าจะดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านแรก โดยหากยืนได้ราคาจะปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปโซน 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาทองคำไม่สามารถรักษาระดับเหนือบริเวณแนวต้าน 1,414 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ อาจจะเห็นการอ่อนตัวลงต่อไปบริเวณแนวรับ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายืนเหนือแนวรับจะทำให้เห็นราคาดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่บริเวณ 1,414-1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากราคาดีดตัวขึ้นมาและไม่ผ่านแนวต้าน 1,414 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถผ่านไปได้ให้ชะลอไปปิดสถานะบริเวณแนวต้าน 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position สามารถถือต่อได้หากราคาหลุดแนวรับ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และไปรอลุ้นปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไป 1,385 ดอลลาร์ต่ออออนซ์

Open New แนะนำให้เก็งกำไรในกรอบ โดยรอจังหวะขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,414-1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเข้าซื้อคืนเมื่อราคาย่อตัวลงบริเวณ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับแรกอาจถอยจุดเข้าซื้อไปบริเวณแนวรับ 1,385 ดอลลาร์ต่อออนซ์

าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) “โกลแมนด์ แซคส์” ชี้ “ทรัมป์” อาจเข้าแทรกแซงให้ดอลลาร์อ่อน  โกลด์แมน แซคส์ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ อาจเข้าแทรกแซงตลาดสกุลเงินได้ โดยเรื่องดังกล่าวอาจจะเกิดขึ้นยาก แต่ก็มีความเป็นไปได้  ไมเคิล เคฮิลล์ นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ชี้ว่า การที่ปธน.ทรัมป์ทวีตแสดงความเห็นหรือปฏิบัตินโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐนั้นคือสัญญาณว่าทรัมป์อาจเข้าแทรกแซงตลาดเงินได้  นายเคฮิลล์กล่าวว่า ปัจจุบันนี้การใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เกือบจะเป็นเรื่องปกติ และการแทรกแซงตลาดซื้อขายเงินตราระหว่างประเทศ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป แต่การทำเช่นนั้นจะเป็นการขัดต่อบรรทัดฐานของนโยบายที่ทำกันมาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 90
  • (+) อิหร่านเรียกร้องอังกฤษคืนเรือบรรทุกน้ำมัน พร้อมขู่ตอบโต้แบบเดียวกัน  นายแอบบาส เมาซาวี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว IRNA ว่า อิหร่านขอเรียกร้องให้อังกฤษคืนเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่กองทัพเรือของอังกฤษยึดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่อังกฤษตั้งข้อสงสัยว่า เรือลำดังกล่าวอาจละเมิดการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป ด้วยการลักลอบส่งน้ำมันให้กับซีเรีย  นายเมาซาวีกล่าวว่า “นี่เป็นเกมที่อันตรายและต้องมีผลลัพธ์ตามมาอย่างแน่นอน ข้ออ้างด้านกฎหมายในการยึดเรือของอิหร่านนั้นไม่มีเหตุผล ขณะที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับการที่อังกฤษจะปล่อยเรือคืนมา”  “ประเทศมหาอำนาจโลกควรเลิกยุ่งกับภูมิภาคนี้ เพราะอิหร่านและประเทศอื่น ๆ มีความสามารถมากพอในการปกป้องความมั่งคงของภูมิภาค” นายเมาซาวีกล่าว  นอกจากนี้ อิหร่านยังขู่อีกด้วยว่าทางการพร้อมใช้มาตรการแบบเดียวกัน หากอังกฤษไม่ยอมคืนเรือของอิหร่าน  ทั้งนี้ อังกฤษได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า เรือเดินสมุทรของอิหร่านพยายามขวางไม่ให้เรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ก็ได้ถอยร่นไปหลังจากที่เผชิญหน้ากับเรือรบนาวิกโยธินหลวง ซึ่งทางอิหร่านได้ออกมาโต้กลับว่าฝ่ายของตนไม่ได้สกัดเรือของอังกฤษ
  • (+) สหรัฐประณามจีนผิดคำมั่นสัญญา “สี จิ้นผิง” กรณีกำลังทหารในทะเลจีนใต้  สหรัฐได้ออกมากล่าวประณามจีนที่ทรยศต่อคำมั่นสัญญาของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ที่เคยให้ไว้เมื่อปี 2558 ว่า จะไม่เสริมสร้างกำลังทหารบริเวณทะเลจีนใต้ พร้อมระบุว่า สหรัฐขอคัดค้านความพยายามของจีนในการอ้างสิทธิ์ที่ผิดกฎหมายเหนือน่านน้ำที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์  นางมอร์แกน ออร์ทากัส โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐกล่าวแถลงก่อนที่จะครบรอบ 3 ปีของการตัดสินประเด็นพิพาทในทะเลจีนใต้ ซึ่งได้มีการพิพากษาว่ารัฐบาลจีนไม่มีสิทธิเหนือทรัพยากรบริเวณน่านน้ำทะเลจีนใต้  “การเสริมสร้างกำลังทหารของจีนในน่านน้ำทะเลจีนใต้ถือเป็นการทรยศต่อคำมั่นสัญญาของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ของจีน เมื่อปี 2558 ที่จะไม่เข้าร่วมกระทำกิจกรรมดังกล่าว” นายออร์ทากัสกล่าว   “ความเคลื่อนไหวดังกล่าวก่อให้เกิดความยั่วยุ ตลอดจนทำให้การคลี่คลายข้อพิพาทอย่างสันตินั้นมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังคุกคามความปลอดภัยของประเทศอื่นๆ และทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค” โฆษก กล่าว
  • (-) ผลสำรวจชี้“บอริส จอห์นสัน”ชนะการแข่งขันชิงตำแหน่งผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมอังกฤษ  The ConservativeHome ซึ่งเป็นบล็อคการเมืองในอังกฤษเผยแพร่ผลสำรวจเมื่อวานนี้ โดยอ้างว่า นายบอริส จอห์นสัน ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ มีแนวโน้มชนะการเลือกตั้งผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมและดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนถัดไป  เว็บไซต์ดังกล่าวรายงานว่า 71% ของผู้ตอบแบบสำรวจลงมติแล้ว โดย 72% ของผู้ให้สัมภาษณ์ระบุว่า พวกเขาลงมติให้นายจอห์นสัน ขณะที่นายเจเรมี ฮันต์ ซึ่งเป็นผู้ท้าชิงลำดับสอง ได้เสียงสนับสนุน 28% ของสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยม หากตัวเลขดังกล่าวถูกต้อง นายฮันต์จะไม่สามารถไล่ตามนายจอห์นสันได้ทัน แม้ว่าผู้ลงมติที่เหลือลงมติให้แก่เขา  อย่างไรก็ตาม ConservativeHome ระบุว่า ผลขั้นสุดท้ายจะยังไม่ทราบแน่ชัดจนกว่าจะถึงอีก 12 วันข้างหน้า