วิเคราะห์ราคาทองคำ 12 ก.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

ติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด หลังจากราคาอ่อนตัวลง หากราคาดีดตัวขึ้นยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมาแต่หากแรงซื้อยังคงหนาแน่นพยุงราคาไว้ยังมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน

แนวรับ : 1,400 1,385 1,374 แนวต้าน : 1,414 1,427 1,439

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  15.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ว่าวานนี้นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะกล่าวแถลงการณ์ต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา  โดยย้ำชัดถึงสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 30-31 ก.ค.นี้  แต่ราคาทองคำกลับอ่อนตัวลงด้วยเหตุผล 2 ประการ  ประการแรก  คือ  สินทรัพย์เสี่ยงวานนี้พุ่งขึ้นอย่างมาก  ขานรับปัจจัยบวกอย่างแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนนี้  รวมไปถึงการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ยกเลิกแผนการควบคุมราคายาตามใบสั่งแพทย์ซึ่งหนุนหุ้นกลุ่มธุรกิจประกันสุขภาพ  ทำให้ดัชนีดาวโจนส์และ S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์  จนกดดันให้เกิดแรงขายทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ปัจจัยที่ประการที่ 2 ที่กดดันราคาทองคำ  ได้แก่  การเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปของสหรัฐที่ดีเกินคาด  ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้นมากสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปีที่แล้ว  ด้านจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ออกมาดีเกินคาดแตะระดับต่ำสุดรอบ 3 เดือนเช่นกัน  สถานการณ์ดังกล่าวแม้จะไม่เปลี่ยนแปลงการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้  แต่กลับบั่นทอนความเป็นไปได้ที่ว่าเฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.5% ในการประชุมดังกล่าวจึงส่งผลเชิงลบต่อทองคำ  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี  PPI ของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

เบื้องต้นหากการดีดตัวกลับไม่มาก หรือไม่สามารถยืนเหนือ 1,414 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสเกิดแรงขายกลับลงมา โดยมีแนวรับแรกในโซน 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่หากแรงขายเพิ่มขึ้น จนราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวรับแรกได้จะมีผลให้ราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับถัดไปโซน 1,385 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

รอจังหวะที่ราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 1,414 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วหากเกิดการอ่อนตัวลงมา ซึ่งแนะนำว่าจุดที่น่าสนใจในการเข้าซื้อยังเป็นบริเวณแนวรับ 1,400-1,385 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าราคาย่อตัวลงมาต่ำกว่าแนวรับดังกล่าวให้ชะลอดูทิศทางอีกครั้ง

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “พาวเวล”แถลงคองเกรสวันที่ 2 ย้ำส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเดือนนี้  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวแถลงการณ์ต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันนี้ โดยเขายังคงส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ เช่นเดัยวกับการแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้  นายพาวเวลกล่าวว่า เฟดจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ปัจจัยลบหลายประการ เช่น ความตึงเครียดทางการค้า และความวิตกต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก กำลังถ่วงแนวโน้มเศรษฐกิจ  นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุว่า การลงทุนของภาคธุรกิจในสหรัฐได้ชะลอตัวลงในระยะนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อกำลังปรับตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่เฟดกำหนดไว้ที่ระดับ 2%
  • (+) “ทรัมป์”เผยจีนไม่ได้สั่งซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐตามที่สัญญาไว้  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า จีนไม่ได้สั่งซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐตามที่ได้ให้สัญญาไว้  “เม็กซิโกได้ดำเนินการเป็นอย่างดีที่ชายแดน แต่จีนได้สร้างความผิดหวังให้แก่เรา เนื่องจากจีนไม่ได้ซื้อสินค้าเกษตรจากเราตามที่ได้ให้สัญญาไว้ ผมหวังว่าจีนจะเริ่มซื้อในไม่ช้า” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ 
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 227.88 จุด ขานรับ”พาวเวล”ย้ำสัญญาณลดดอกเบี้ยเดือนนี้  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 200 จุดเมื่อคืนนี้ (11 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ค. ในระหว่างการแถลงต่อสภาคองเกรสวันที่ 2 เมื่อวานนี้ ขณะที่หุ้นกลุ่มธุรกิจประกันสุขภาพพุ่งขึ้น หลังจากคณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตัดสินใจยกเลิกแผนการควบคุมราคายาตามใบสั่งแพทย์ ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,088.08 จุด พุ่งขึ้น 227.88 จุด หรือ +0.85% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,999.91 จุด เพิ่มขึ้น 6.84 จุด หรือ +0.23% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,196.04 จุด ลดลง 6.49 จุด หรือ -0.08%
  • (-) ดอลลาร์เคลื่อนไหวเล็กน้อย หลังนักลงทุนซึมซับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 ก.ค.) หลังจากนักลงทุนได้ซึมซับข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการของสหรัฐ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.45 เยน จากระดับ 108.42 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9900 ฟรังก์ จากระดับ 0.9893 ฟรังก์ และหากเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1.3070 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1258 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1253 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2525 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2507 ดอลลาร์
  • (-) สหรัฐเผยดัชนี CPI ทั่วไป +0.1% ในมิ.ย. แต่ดัชนี CPI พื้นฐานพุ่งสูงสุดรอบ 1 ปีครึ่ง  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% เช่นกันในเดือนพ.ค.  ดัชนี CPI ทั่วไปถูกกดดันจากการร่วงลงของราคาอาหาร และพลังงาน  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนมิ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนพ.ค.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี CPI ทั่วไปทรงตัวในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบรายปี  หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ติดต่อกัน 4 เดือน  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.0% ในเดือนพ.ค.
  • (-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำสุดรอบ 3 เดือนในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 13,000 ราย สู่ระดับ 209,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 223,000 ราย