วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ก.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG


โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,411 1,405 1,389

แนวต้าน : 1,427 1,439 1,448

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป FedWatch  ของ CME Group บ่งชี้ว่าสัญญาล่วงหน้าในตลาดเงินดีดตัวขึ้นรับโอกาสราว 30.7% ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมประจำวันที่ 30-31 ก.ค. ซึ่งก่อนหน้านี้ ราคาทองคำปรับตัวรับอย่างเต็มที่แล้วต่อการลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่นักวิเคราะห์ของ Bank of America Merrill Lynch คาดว่า เฟดมีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ก.ค.แต่ประเมินว่า หลังการลดดอกเบี้ยที่เป็นไปได้ในเดือนก.ค. เฟดจะลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในการประชุม 2 ครั้งถัดไป แนวโน้มดังกล่าว สร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำและสร้างมุมมองเชิงบวกต่อราคา อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีความชัดเจนว่า นายพาวเวลล์ ประธานเฟด จะดำเนินการอย่างไรหลังจากนี้ จึงส่งผลให้เมื่อราคาปรับตัวขึ้นจึงมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเช่นกัน นอกจากนี้ นักลงทุนรอดูการแถลงต่อคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐ ของนายพาวเวลล์ ว่าจะมีการส่งสัญญาณเปลี่ยนแปลงไปจากวานนี้หรือไม่ เบื้องต้นราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวทรงตัว แนะนำเสี่ยงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,417-1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ เพราะราคาทองคำอาจมีการขยับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้จะเกิดการย่อตัวลงมาเพื่อสร้างฐานของราคาอีกครั้ง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ช่วงบ่ายราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ แต่การอ่อนตัวลงไม่มาก หรือ หากสามารถยืนเหนือโซน 1,417-1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้ราคาอาจทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาสามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวไปได้ อาจเกิดแรงซื้อตามทำให้ราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,437-1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่สามารถยืนได้ แต่หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการซื้อเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง

Short Position ปิดสถานะขายหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,417-1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,405-1,389 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New รอเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดบริเวณแนวรับเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นจากการดีดตัว โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,417-1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยแนะนำให้ขายทำกำไรหากราคาทองคำดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายไปที่แนวต้านถัดไป

าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) สถาบันวิจัยชี้เศรษฐกิจอังกฤษจะหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยได้แบบฉิวเฉียด  สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NIESR) ของอังกฤษระบุว่า ตัวเลขการติดตามล่วงหน้าต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอังกฤษบ่งชี้ว่า จีดีพีของอังกฤษจะหดตัว 0.1% ในไตรมาส 2 ของปี 2019   แม้ว่าการหดตัวรายไตรมาสติดต่อกันสองไตรมาสจะบ่งชี้ว่า ประเทศเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค แต่คาดการณ์เบื้องต้นสำหรับไตรมาส 3 บ่งชี้ถึงการเติบโต 0.2%  ข้อมูลที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (ONS) ของอังกฤษระบุว่า เศรษฐกิจอังกฤษขยายตัว 0.3% ในช่วง 3 เดือนถึงเดือนพ.ค. ซึ่งหมายความว่า การประเมินก่อนหน้านี้ของ NIESR ได้รับการทบทวนปรับขึ้น 0.1% จากการผลิตไฟฟ้ามากกว่าความคาดหมาย   
  • (+) อินเดีย-สหรัฐแทบไม่มีสัญญาณประนีประนอมขณะเจรจาการค้าจะเริ่มขึ้นวันพรุ่งนี้  ในขณะที่ผู้เจรจาการค้าอินเดียและสหรัฐจะประชุมกันในวันพรุ่งนี้ แทบไม่มีสัญญาณการประนีประนอมต่อมาตรการกีดกันการค้าที่ดำเนินการโดยรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่ายในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาที่ได้สร้างความตึงเครียดระหว่างความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศซึ่งเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์  ในการประชุมวันพรุ่งนี้ อินเดียคาดว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐจะผลักดันการคัดค้านความพยายามของอินเดียในการสั่งให้บริษัทต่างชาติเก็บรักษาข้อมูลของพวกเขาไว้ภายในประเทศมากขึ้น  คาดว่าสหรัฐจะต้องการให้มีการทบทวนกฎระเบียบการลงทุนต่างชาติสำหรับภาคอีคอมเมิร์ซที่ทำให้บริษัทต่างๆ เช่น Flipkart ของ Walmart Inc และ Amazon.com Inc ต้องปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่ในอินเดีย  “การประชุมกับคณะผู้แทนการค้าสหรัฐมีจุดประสงค์เพื่อดำเนินการต่อเนื่องหลังการหารือ G20 ในเชิงบวก แต่ข้อความทางทวิตเตอร์ของปธน.ทรัมป์แสดงว่า พวกเขายังมีความตั้งใจต่อไปต่อการยึดมั่นในจุดยืนที่แข็งกร้าว”
  • (-) ฮั่งเส็งปิดทะยาน 227.11 จุด ขานรับ “พาวเวล” ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย  ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระหว่างการแถลงต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานการประชุมเดือนมิ.ย.ของเฟดซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอน   ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 227.11 จุด หรือ 0.81% ปิดวันนี้ที่ 28,431.80 จุด
  • (-) สหรัฐพิจารณาเสนอระงับคว่ำบาตรแก่เกาหลีเหนือหากยอมยกเลิกศูนย์วิจัยนิวเคลียร์  วันนี้สำนักข่าวยอนฮัพรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวว่า ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาที่จะเสนอระงับการคว่ำบาตรบางส่วนแก่เกาหลีเหนือ หากรัฐบาลเกาหลีเหนือตกลงยกเลิกศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ทางวิทยาศาสตร์”ยองบยอน”และระงับโครงการนิวเคลียร์  ข้อเสนอที่เป็นไปได้ดังกล่าวจะมีขึ้นสำหรับมาตรการลงโทษที่ออกโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ซึ่งสหรัฐมีความพร้อมอย่างชัดเจนว่า จะระงับมาตรการคว่ำบาตร 12-18 เดือน  การเจรจาปลดนิวเคลียร์จะเปิดฉากขึ้นเร็วๆนี้ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐและนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือพบกันที่เขตปลอดทหารบริเวณพรมแดนติดเกาหลีใต้ แหล่งข่าวอ้างว่า แผนดังกล่าวอาจมีผลบังคับใช้แบบค่อยเป็นค่อยไปต่อโรงงานนิวเคลียร์และการคว่ำบาตรอื่นๆ นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าสหรัฐพร้อมสำหรับการผ่อนปรนอื่นๆเช่นกัน
  • (+/-) จีนชี้ความขัดแย้งการค้ากับสหรัฐสามารถแก้ไขได้ผ่านความเคารพซึ่งกันและกัน  กระทรวงพาณิชย์ของจีนเปิดเผยในวันนี้ว่า จีนและสหรัฐจะสามารถหาทางแก้ไขความขัดแย้งทางการค้า ถ้าความวิตกของแต่ละฝ่ายได้รับการพิจารณา  นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงกล่าวในการแถลงข่าวรายสัปดาห์ว่า จีนหวังว่าสหรัฐจะยกเลิกการคว่ำบาตรต่อบริษัท Huawei Technologies Co Ltd เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และเปิดทางไปสู่ความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ราบรื่น  นายเกากล่าวว่า ฉันทามติร่วมกันของผู้นำของทั้ง 2 ประเทศในโอซาการะบุว่า “ทีมการค้าจากทั้ง 2 ฝ่ายจะเริ่มการเจรจาเศรษฐกิจและการค้าอีกครั้งบนพื้นฐานของความเท่าเทียมและความเคารพซึ่งกันและกัน”   “จีนเชื่อว่า ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถหาทางแก้ไขประเด็นนี้ ถ้าความวิตกที่สมเหตุสมผลของซึ่งกันและกันได้รับการพิจารณาผ่านการหารือโดยมีพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน”