วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ก.ค.62(ภาคเช้า) by MTS

โดย  : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS)

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นทันทีหลัง นายเจอโรม โพเวลล์ ประธานเฟด กล่าวถ้อยแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรในเชิง Dovish ในการดำเนินนโยบายทางการเงินมากขึ้น และมีการชี้นำถึงแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ แม้ว่าภาคแรงงานจะแข็งแกร่งแต่ค่าแรงก็ยังอยู่ในระดับเดิม และทำให้ตลาดตีความว่าเฟดพร้อมจะลดดอกเบี้ย ทำให้ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงทันที 0.4% และทองคำก็ดีดขึ้นทันที 12 เหรียญ และค่อยๆไต่ขึ้นเหนือ 1,400 เหรียญ และเช้านี้ปรับขึ้นต่อไปเหนือ 1,420 เหรียญ ภาพรวมตลาดคาดว่าจะเห็นเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้หนึ่งครั้ง และช่วงปลายปีอีกหนึ่งครั้ง ทางด้าน SPDR กลับเข้าซื้อทองคำ 6.46 ตัน ปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 800.54 ตัน สำหรับคืนนี้จะมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ CPI ที่คาดว่าจะออกมาแย่ลง ขณะที่ Core CPI คาดจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และ Unemployment Claims คาดจะทรงตัว

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค 

ราคาทองคำสามารถดีดกลับขึ้นมาได้หลังจากที่ทรงตัวบริเวณ 1,390 เหรียญอยู่  4 วันทำการ ซึ่งเป็นแนวรับของเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันโดยประมาณ และทำให้ภาพรวมทางเทคนิคดูดีและกลับมาทดสอบแนวต้านซึ่งเป็นสูงสุดเดิมแถว 1,438 เหรียญ วันนี้คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแนวรับ 1,405 เหรียญ และมีแนวต้าน 1,438 เหรียญ โดยที่กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ยังเป็นกลยุทธ์ตามทิศทางแนวโน้มขาขึ้น ปรับตามสภาพของตลาดที่เป็นบวกอย่างรวดเร็ว และให้ทำกำไรออกไปบ้างบางส่วน สำหรับ Gold Online Futures จะมีแนวรับ 1,410 เหรียญ และแนวต้าน 1,445 เหรียญ ในขณะที่ Comex Gold จะมีแนวรับ 1,405 เหรียญ และแนวต้าน 1,440 เหรียญ ทางด้านทองคำไทยจะมีแนวรับที่ 20,400 บาท/บาททองคำ และมีแนวต้าน 20,800 บาท/บาททองคำ

โดยย้ำนักลงทุนว่า ราคาจะแตกต่างกันประมาณ 2 – 5 เหรียญ ดังนั้น การวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

– นักลงทุนที่ถือ Long Position  

หาจังหวะเปิดสถานะซื้อก่อนบริเวณแนวรับ และขายปิดทำกำไรตามแนวต้าน

– นักลงทุนที่ถือ Short Position
ปิดสถานะลดความเสี่ยงจากสภาวะขาขึ้นของตลาดเวลานี้ เน้นบริหารพอร์ตสมดุล

กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน Weekly Trading 

หาจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับเพื่อเปิดสถานะ Long และทยอยปิดทำกำไรตามแนวต้าน เน้นเป็นลักษณะเล่นทำกำไรระยะสั้นๆ

Gold Futures Q19 จะมีแนวรับที่ระดับ 20,670  บาท และแนวต้านที่ระดับ 20,870  บาท