วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ก.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

หากตลอดวันราคาทองคำยังไม่สามารถฝ่าแนวต้านบริเวณ 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ดังนั้นให้ระมัดระวัง เพราะมีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับย่อลงมาบริเวณแนวรับ 1,417-1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,411 1,405 1,389 แนวต้าน : 1,427 1,439 1,448

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้นถึง 21.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)กล่าวในระหว่างแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรว่า  “ความไม่แน่นอนทางการค้าและความวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ยังคงสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจสหรัฐ  และเฟดมีแนวโน้มจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาการขยายตัวที่ดำเนินมานานนับทศวรรษ”  ซึ่งกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับ “ลด” อัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้  ตอกย้ำการคาดการณ์ดังกล่าวเพิ่มด้วยรายงานการประชุมเดือนมิ.ย.ของเฟดที่ระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอน  ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจนกระตุ้นแรงซื้อทองคำ  ทำให้ทองคำพุ่งขึ้นกว่า +1.5% และปรับตัวขึ้นต่อในช่วงเช้าวันนี้ของตลาดเอเชีย  ด้านกองทุน SPDR  ถือครองทองคำเพิ่มวานนี้  +6.46  ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการ Testimony เป็นวันที่ 2 ของประธานเฟดต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา  นอกจากนี้ยังต้องติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB)  รวมไปถึงการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากครั้งที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับอยู่ที่ 1,417-1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาอาจพยายามทรงตัวและดีดตัวขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน :

ดูบริเวณ 1,417-1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านได้ให้รอดูบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “พาวเวล”ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ฉุดดอลลาร์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ก.ค.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในระหว่างการแถลงต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ รายงานการประชุมเดือนมิ.ย.ของเฟดยังระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.42 เยน จากระดับ 108.87 เยน นอกจากนี้ ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1253 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1207 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ  1.2507 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2466 ดอลลาร์
  • (+) รายงานประชุมชี้กรรมการเฟดส่วนใหญ่สนับสนุนลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 18-19 มิ.ย. โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่เล็งเห็นถึงความจำเป็นของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ เมื่อพิจารณาจากความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่อาจทำให้เศรษฐกิจเผชิญกับภาวะขาลง  รายงานการประชุมซึ่งมีการเผยแพร่เมื่อวานนี้ระบุว่า “กรรมการเฟดเกือบทุกคนที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้มองว่า ในระยะใกล้นี้ เฟดจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อรับมือกับความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะเผชิญกับภาวะถดถอยในอนาคต ขณะที่กรรมการเฟดบางคนมองว่า อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำนั้น มีความเสี่ยงที่จะทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้ออ่อนแรงลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความพยายามของเฟดในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน”
  • (+) “พาวเวล”แถลงคองเกรส ส่งสัญญาณลดดบ. หลังชี้ศก.สหรัฐชะลอตัว,ขณะเงินเฟ้อต่ำ  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวแถลงการณ์ต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ โดยได้ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ย  ทั้งนี้ นายพาวเวลระบุว่า เฟดจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ปัจจัยลบหลายประการ เช่น ความตึงเครียดทางการค้า และความวิตกต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก กำลังถ่วงแนวโน้มเศรษฐกิจ  นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุว่า การลงทุนของภาคธุรกิจในสหรัฐได้ชะลอตัวลงในระยะนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อกำลังปรับตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่เฟดกำหนดไว้ที่ระดับ 2%  “มีความเสี่ยงที่ภาวะเงินเฟ้อที่อ่อนแอจะยังคงดำเนินต่อไปนานกว่าที่เราคาดการณ์ไว้” นายพาวเวลกล่าว  ประธานเฟดตั้งข้อสังเกตว่า เศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวค่อนข้างดีในไตรมาสแรก ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคได้ดีดตัวขึ้นในไตรมาส 2 หลังจากปรับตัวอย่างอ่อนแอในไตรมาสแรก  อย่างไรก็ดี นายพาวเวลระบุว่า “เศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐได้ชะลอตัวลงในไตรมาส 2 ขณะที่กรรมการเฟดมีความเห็นพ้องกันว่า มีปัจจัยสนับสนุนมากขึ้นต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากกว่านี้ ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมา ข้อมูลต่างๆที่เฟดได้รับต่างบ่งชี้ว่า ความไม่แน่นอนจากความตึงเครียดทางการค้า และความวิตกต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ถ่วงแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ”
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 76.71 จุด ขานรับ “พาวเวล” ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 ก.ค.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)  ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในระหว่างการแถลงต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานการ  ประชุมเดือนมิ.ย.ของเฟดซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอน โดยสัญญาณบวกจากเฟดในครั้งนี้ได้ช่วยหนุนดัชนี S&P500 ดีดตัวเหนือระดับ 3,000 จุดเป็นครั้งแรกในระหว่างวัน และหนุนดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,860.20 จุด เพิ่มขึ้น 76.71 จุด หรือ +0.29% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,202.53 จุด เพิ่มขึ้น 60.80 จุด หรือ +0.75% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,993.07 จุด เพิ่มขึ้น 13.44 จุด หรือ +0.45%