วิเคราะห์ราคาทองคำ 10 ก.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

แนะนำให้ขายลดพอร์ตการลงทุนหากราคาขยับทดสอบ 1,409-1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการเข้าซื้อเก็งกำไรอาจรอตามแนวรับโซน 1,386-1,381 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุดแนวดังกล่าว) ควรคำนึงถึงความผันผวนของราคาจากแถลงการณ์ต่อรัฐสภาสหรัฐของเฟด

แนวรับ : 1,381 1,374 1,363 แนวต้าน : 1,411 1,427 1,439

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  2.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำทรงตัวในกรอบและยังไม่สามารถทะลุขึ้นไปเหนือ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์  เนื่องจากทองคำยังคงได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์  ท่ามกลางการร่วงลงแตะระดับต่ำสุดครั้งใหม่รอบ 6 เดือนของปอนด์จากความไม่แน่นอน Brexit  ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะผ่อนคลายนโยบายการเงินมากยิ่งขึ้นหลังนางคริสติน ลาการ์ด ผอ.IMF ถูกเสนอชื่อให้เป็นประธาน ECB คนใหม่  อย่างไรก็ดีจะเห็นได้ว่าราคาทองคำยังทรงตัวรักษาระดับไว้ได้  โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่ามีโอกาส 100% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 30-31 ก.ค.  ประกอบกับตัวเลขจํานวนตําแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLTS Job Openings) ของสหรัฐออกมาแย่เกินคาดบ่งชี้อุปสงค์ในตลาดแรงงานที่ลดลง  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงวานนี้  -1.72  ตัน  สำหรับวันนี้แนะนำนักลงทุนจับตาการแถลงการณ์รอบครึ่งปีของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้เวลา  21.00 น. ตามเวลาไทย  รวมทั้งติดตามการเปิดเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่ง  และ FOMC Meeting Minutes ประจำเดือนมิ.ย.

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,409-1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ส่งผลให้แรงซื้อยังคงถูกจำกัด ซึ่งโซน 1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นแนวต้านสำคัญ ขณะที่แนวรับนั้นยังประเมินในโซนคือ 1,386-1,381 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับถัดไปที่ 1,374 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

ชะลอการสะสมทองคำเพิ่มหรือถ้าต้องการเก็งกำไรฝั่งซื้อแนะนำรอการอ่อนตัวลงมาใกล้ 1,386-1,381 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ตัดขาดทุนหากหลุด 1,381 ดอลลาร์ต่อออนซ์) สำหรับการเก็งกำไรฝั่งขายอาจพิจารณาหากราคาดีดตัวขึ้นไปใกล้บริเวณ 1,409-1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ตัดขาดทุนหากสามารถยืนเหนือ 1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานลดลงในเดือนพ.ค.  สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 49,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.3 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ค.  ส่วนอัตราการเปิดรับสมัครงานลดลงสู่ระดับ 4.6% จากระดับ 4.7% ในเดือนเม.ย.  การลดลงของตัวเลขการเปิดรับสมัครงานได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของการจ้างงานในภาคก่อสร้าง และภาคขนส่ง
  • (+) นักลงทุนยังคงคาดมีแนวโน้ม 100% เฟดหั่นดอกเบี้ยเดือนนี้ แม้เผยตัวเลขจ้างงานแกร่ง  นักลงทุนในตลาดการเงินยังคงคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ แม้มีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งในสัปดาห์ที่แล้ว  ทั้งนี้ ในการสำรวจล่าสุด พบว่า FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า มีโอกาส 100% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 30-31 ก.ค. โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 93% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.00-2.25% จากปัจจุบันที่ระดับ 2.25-2.50% และมีโอกาส 7% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 1.75-2.00%
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 22.65 จุด ขณะนักลงทุนจับตาถ้อยแถลงประธานเฟด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (9 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสในวันนี้และวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงหุ้นแอปเปิลและเน็ตฟลิกซ์  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,783.49 จุด ลดลง 22.65 จุด หรือ -0.08% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,979.63 จุด เพิ่มขึ้น 3.68 จุด หรือ +0.12% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,141.73 จุด เพิ่มขึ้น 43.35 จุด หรือ +0.54%
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ตลาดจับตาถ้อยแถลง”พาวเวล”,รายงานประชุมเฟด ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริววรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 ก.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้ รวมทั้งรายงานการประชุมเฟดประจำเดือนมิ.ย.ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพุธตามเวลาสหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.87 เยน จากระดับ 108.72 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.3126 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3096 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9935 ฟรังก์ จากระดับ 0.9939 ฟรังก์  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1207 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1211 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2466 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2512 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6927 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6971 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+/-) ที่ปรึกษา”ทรัมป์”ยันไม่มีแผนปลด”พาวเวล”พ้นตำแหน่งประธานเฟด  นายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่มีความพยายามที่จะปลดนายเจอโรม พาวเวล ออกจากตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แต่อย่างใด   “ผมขอกล่าวอย่างชัดเจนว่า ในขณะนี้ คุณพาวเวลยังคงสามารถดำรงตำแหน่งประธานเฟดต่อไป” นายคุดโลว์กล่าว  ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์มักวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินนโยบายการเงินของนายพาวเวล หลังจากที่เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 4 ครั้งในปีที่แล้ว  ทางด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานก่อนหน้านี้ว่า ทำเนียบขาวมีแผนที่จะปลดนายพาวเวลในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งนายคุดโลว์ไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธรายงานดังกล่าว