วิเคราะห์ราคาทองคำ 5 ก.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG


โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,411 1,405 1,398

แนวต้าน : 1,427 1,439 1,448

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป สหรัฐยื่นร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อองค์การการค้าโลก (WTO) เกี่ยวกับภาษีตอบโต้ของอินเดียต่อผลิตภัณฑ์สหรัฐ ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าคณะผู้แทนสหรัฐจะเดินทางเยือนอินเดียเพื่อเจรจาเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการค้าของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจของสหรัฐในการยกเลิกสถานะพิเศษทางการค้าของอินเดีย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่คณะบริหารภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐระบุว่า ผู้แทนระดับสูงจากสหรัฐและจีนจะจัดการเริ่มเจรจาอีกครั้งในสัปดาห์หน้าเพื่อพยายามแก้ไขสงครามการค้า ทั้งนี้ หากความตึงเครียดทางการค้ายังคงดำเนินต่อไปก็จะกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของราคาทองคำระหว่างวันยังเป็นไปตามกรอบ โดยทองคำมีการย่อตัวลงมา แต่หากยังไม่หลุดจากแนวรับ 1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจทำให้มีแรงซื้อเข้ามารับไว้ ซึ่งจะช่วยให้ราคาขยับขึ้นมาอีกครั้ง เบื้องต้นยังคงประเมินแนวต้านไว้ 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และถ้าฝ่าไปได้ ประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำพยายามทดสอบโซนแนวต้านบริเวณ 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านดังกล่าวขึ้นไปได้ ส่งผลให้มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงทั้งนี้ ประเมินแนวรับที่ 1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากทรงตัวได้ราคาจะดีดตัวขึ้นอีกครั้งแต่หากหลุดโซนดังกล่าวราคามีการย่อตัวลงต่อประเมินแนวรับที่ 1,405-1,398 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

LongPosition แนะนำในระยะสั้นสามารถถือสถานะซื้อต่อหากราคาย่อตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ปิดสถานะทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไปไม่ผ่านแนวต้าน 1,427-1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวดังกล่าวแนะนำให้ปิดสถานะทำกำไร แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับ 1,405-1,398 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New แนะนำรอเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาในบริเวณ 1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด )เพื่อรอขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นโซน 1,427-1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากรับความเสี่ยงได้สูงให้เปิดสถานะขายเมื่อราคาเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์

าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ผู้นำรัสเซียชี้เศรษฐกิจโลกจะถูกกดดันหากความตึงเครียดสหรัฐ-จีนยืดเยื้อ  เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียเตือนในอิตาลีหลังการเจรจากับนายกรัฐมนตรีจูเซปเป คอนเต ของอิตาลีว่า เศรษฐกิจโลกทั้งหมดจะตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน หากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง  ปธน.ปูตินเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องระหว่างประเทศทั้งหมดยกเลิกอุปสรรคทางการค้า, ภาษี และการคว่ำบาตรแต่เพียงฝ่ายเดียว “ที่มีแรงกระตุ้นทางการเมือง” ซึ่งหากสงครามการค้าดำเนินต่อไป “เศรษฐกิจทั้งหมดทั่วโลกจะได้รับผลกระทบในเชิงลบ โดยการค้าโลกจะปรับลง 17% ภายในปี 2024 และจีดีพีโลกจะลดลง 2%” เขาเสริมว่า “นั่นจะเลวร้ายสำคัญทุกคน”  สหรัฐและจีนเริ่มการเจรจาการค้าอีกครั้ง แต่นายแลร์รีย์ คัดโลว์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาวระบุเมื่อวันพุธว่า ภาษีจะยังคงอยู่จนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงการค้า
  • (-) ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของกลุ่มธุรกิจอังกฤษปรับลดลง  ผลสำรวจที่เผยแพร่โดยกลุ่มนายจ้างวันนี้ระบุว่า ธุรกิจอังกฤษมีทัศนะเชิงลบมากขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจประเทศ ในขณะที่วิกฤติทางการเมืองของประเทศรุนแรงขึ้น ซึ่งสวนทางกับความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นในช่วงต้นปีนี้  ผลสำรวจที่จัดทำโดยสถาบันผู้อำนวยการ (IoD) ของอังกฤษแสดงว่า ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจปรับลงสู่ -28% ในช่วงระหว่างวันที่ 22 พ.ค. – 5 มิ.ย. ซึ่งลดลงจาก -19% ในเดือนเม.ย. และเป็นการปรับลงครั้งแรกในปี 2019  ผลสำรวจบริษัท 893 แห่งมีขึ้นในเวลาเดียวกับการประกาศของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษในวันที่ 24 พ.ค.ว่า เธอจะลาออกจากตำแหน่ง
  • (-) คาดการเติบโตด้านการจ้างงานสหรัฐจะปรับขึ้นในเดือนมิ.ย.  การเติบโตด้านการจ้างงานสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวในเดือนมิ.ย. โดยคาดว่าการปรับขึ้นของค่าจ้างจะกระเตื้องขึ้น แต่นั่นอาจไม่เพียงพอที่จะยับยั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จากการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ท่ามกลางหลักฐานที่เพิ่มมากขึ้นว่า เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว  ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 160,000 ตำแหน่งในเดือนที่ผ่านมา หลังปรับขึ้นเพียง 75,000  ในเดือนพ.ค. เดือนพ.ค.นับเป็นครั้งที่สองของปีนี้ที่การปรับขึ้นของการจ้างงานร่วงลงต่ำกว่า 100,000 ตำแหน่ง  แม้คาดว่าการเติบโตของการจ้างงานจะปรับขึ้นในเดือนมิ.ย. แต่แนวโน้มได้ชะลอตัวลงจากปลายปีที่ผ่านมาเมื่อค่าจ้างปรับขึ้นในระดับเร็วที่สุดในรอบหนึ่งทศวรรษ คาดว่าค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงจะปรับขึ้น 0.3% หลังปรับขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ค. นั่นจะหนุนการปรับขึ้นรายปีของค่าจ้างสู่ 3.2% จาก 3.1% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นแบบชะลอตัวที่สุดในรอบ 8 เดือน  คาดว่าอัตราการว่างงานจะยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี ที่ 3.6% ในเดือนมิ.ย.ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 แต่อัตราการว่างงานอาจอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างไม่คาดคิด ในขณะที่ผลสำรวจสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงว่า ผู้บริโภคมีทัศนะเชิงบวกน้อยลงในทัศนะเกี่ยวกับตลาดแรงงานในเดือนนี้  คาดว่าจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์จะทรงตัวที่ 34.4 ชั่วโมงในเดือนมิ.ย.ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3
  • (-) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวก 5.81 จุด จับตาตัวเลขจ้างงาน-เจรจาการค้า  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยนักลงทุนยังติดตามสถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ รวมทั้งการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 5.81 จุด หรือ 0.19% ปิดที่ 3,011.06 จุด  สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อิสเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของจีนที่ระดับ A1 และแนวโน้มมีเสถียรภาพ  อันดับความน่าเชื่อถือ A1 ครอบคลุมถึงอันดับความน่าเชื่อถือในฐานะผู้ออกพันธบัตรระยะยาว อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์และไม่มีหลักประกัน และอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันสกุลเงินต่างประเทศของจีน ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ A1