วิเคราะห์ราคาทองคำ 4 ก.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,411 1,405 1,398

แนวต้าน : 1,427 1,439 1,448

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป สกุลเงินยูโรที่อ่อนค่าลงนับตั้งแต่ นางคริสติน ลาการ์ด ผอ.IMF ซึ่งมีท่าทีในการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ได้รับการสนับสนุนในการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งผลให้นักลงทุนมองหาการลงทุนในหุ้นที่ให้เงินผลตอบแทนเป็นเงินปันในระดับสูง จนหนุนตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้นในวันพุธ ประกอบกับ เกิดการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยของยุโรปจะคงอยู่ในระดับต่ำพิเศษยาวนานขึ้น หลังนางลาการ์ดนั่งตำแหน่งประธาน ECB แทนนายมาริโอ ดรากี แนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ยูโรอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ จนสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ นอกจากนี้ ปอนด์เคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ ได้สร้างแรงกดดันต่อยูโร และ ราคาทองคำเพิ่มเติม โดยเป็นผลจากคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะยกเลิกแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ย และเปลี่ยนไปสู่จุดยืนเชิงผ่อนคลาย ท่ามกลางสงครามการค้าและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ Brexit  อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เพราะ ตลาดเงินสหรัฐปิดการซื้อขายในวันพฤหัสบดีตลอดวัน เนื่องในวันชาติ (Independence Day) ทำให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดทองคำอาจเบาลงตามไปด้วย ทั้งนี้ ประเมินแนวรับบริเวณ 1,411ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคายังยืนเหนือได้อาจเห็นการดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้าน โดยประเมินแนวต้านไว้ที่ 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ซึ่งเป็นโซนขายทำกำไร แต่หากสามารถผ่านไปได้ให้รอไปขายบริเวณแนวต้านถัดไป 1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยหากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับอีกครั้ง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจสร้างมุมมองว่าราคาทองคำพยายามทรงตัวและกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากถูกแรงขายออกมาก่อน หรือ ถ้าไม่สามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าวได้ ประเมินว่าราคาอาจย่อลงต่อมายังโซน 1,405-1,398 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position  แนะนำให้ขายทำกำไรถ้าราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แต่ถ้าฝ่าไปได้ให้รอขายบริเวณแนวต้านถัดไป 1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position  หากราคาทองคำยังไม่ผ่าน 1,427 ดอลลาร์ออนซ์ ยังมีโอกาสที่ราคาจะอ่อนตัวลงให้รอปิดสถานะทำกำไรเมื่อราคาน่าจะปรับลงสู่บริเวณ 1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New  เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงมายืนเหนือบริเวณ 1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วจึงพิจารณาเข้าซื้อ และรอขายทำกำไรเมื่อราคาดีดขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,427 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามหากหลุดแนวรับ 1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต้องระวังการปรับตัวลงต่อ ถ้ารับความเสี่ยงไม่ได้อาจต้องขายตัดขาดทุน

าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) เพนตากอนเผยจีนทดสอบขีปนาวุธในทะเลจีนใต้  เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือเพนตากอน เปิดเผยว่า จีนได้ทำการทดสอบขีปนาวุธในทะเลจีนใต้
  • (+) จีนชี้สหรัฐต้องยกเลิกภาษีปัจจุบันหากต้องการทำข้อตกลงการค้า  กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยในวันนี้ว่า ภาษีของสหรัฐในปัจจุบันจะจำเป็นต้องถูกยกเลิก ถ้าจะมีข้อตกลงการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ  นายเกา เฟิง โฆษกระทรวงกล่าวในการแถลงข่าวว่า ทีมการค้าจากทั้งสองประเทศมีการติดต่อกัน  เมื่อได้รับคำถามว่า การสงบศึกการค้าจะสามารถดำเนินไปนานเพียงไร นายเกากล่าวว่า จีนยินดีต่อการตัดสินใจของสหรัฐที่จะไม่เก็บภาษีใหม่ต่อสินค้าจีน  ทั้งนี้ ในขณะนี้สหรัฐเก็บภาษี 25 % ต่อสินค้าจีน 2.50 แสนล้านดอลลาร์ ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงเซมิคอนดักเตอร์
  • (+) คาดรายงานจ้างงานสหรัฐอาจแสดงแนวโน้มชะลอตัว,ส่งสัญญาณเฟดจำเป็นต้องลดดอกเบี้ย  จะมีการเปิดเผยรายงานการจ้างงานสหรัฐในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐ และนั่นอาจส่งสัญญาณว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงสิ้นเดือนนี้  นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า จะมีการจ้างงานเพิ่ม 165,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. หลังจากที่มีการจ้างงานในระดับต่ำในเดือนพ.ค.ที่เพิ่มขึ้นเพียง 75,000 ตำแหน่ง แต่พวกเขายังคาดถึงแนวโน้มชะลอตัวในการจ้างงานด้วย ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากข้อเท็จจริงที่ว่า สหรัฐกำลังขาดแคลนแรงงาน แต่อีกส่วนหนึ่งเพราะเศรษฐกิจรู้สึกถึงผลกระทบของสงครามการค้า  รายงานภาคเอกชนของ ADP ระบุว่า มีการจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มเพียง 102,000  ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งถ่วงคาดการณ์สำหรับรายงานการจ้างงานของรัฐบาล ซึ่งจะมีการเปิดเผยในเวลา 19.30 น.ตามเวลาไทยในวันพรุ่งนี้   รายงานการจ้างงานได้รับการพิจารณาว่า เป็นข้อมูลที่สำคัญสำหรับเฟดในการพิจารณาเมื่อเฟดประชุมกันในช่วงสิ้นเดือน และถ้ามีความอ่อนแอมากกว่าที่คาดไว้ในข้อมูลการขยายตัวของการจ้างงานหรือค่าจ้าง นั่นอาจจะเป็นตัวเร่งปฏิกริยาอีกประการหนึ่งสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ย   ในรายงานเดือนมิ.ย.คาดว่าอัตราการว่างงานจะทรงตัวที่ 3.6% ขณะที่คาดค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงจะเพิ่มขึ้น 0.3% หรือ 3.2% เมื่อเทียบรายปี เพิ่มขึ้นจาก 3.1% ในเดือนพ.ค.
  • (+/-) จีนยันจะไม่ลดค่าเงินเพื่อแข่งขันหลังถูก“ทรัมป์”วิจารณ์  กระทรวงการต่างประเทศของจีนเปิดเผยในวันนี้ว่า จีนจะไม่ลดค่าเงินเพื่อแข่งขัน หลังจากที่เมื่อวานนี้ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์วิจารณ์นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของจีนอีกครั้ง  เมื่อวานนี้ปธน.ทรัมป์ระบุทางทวิตเตอร์ว่า จีนและยุโรป “กำลังเล่นเกมปั่นค่าเงินครั้งใหญ่และอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบของตน เพื่อแข่งขันกับสหรัฐ”
  • (+/-) สื่อจับตาตัวเก็งผอ. IMF คนใหม่ หลัง “คริสติน ลาการ์ด” จ่อนั่งประธาน ECB  สื่อต่างประเทศรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ภายหลังจากที่นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้รับการเสนอชื่อให้ทำหน้าที่ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) คนใหม่ว่า ที่ผ่านมา ตำแหน่งผอ. IMF มักจะตกเป็นโควต้าของตัวแทนจากยุโรป แต่ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของเอเชีย     ด้วยเหตุนี้ ตัวเก็งผอ. IMF คนใหม่ จึงมีชื่อของนายทาร์มัน ชานมูการัทนัม รัฐมนตรีอาวุโสของสิงคโปร์ ปรากฎขึ้นมา รวมทั้งนายเอกัสติน คาร์สเติน อดีตผู้ช่วยผอ. IMF และนายโมฮัมหมัด เอล เอเรียน อดีตประธานบริหารบริษัท พิมโก  เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผู้นำ 28 ชาติของสหภาพยุโรป (EU) ได้แต่งตั้งให้นายชาร์ลส์ มิเชล นายกรัฐมนตรีเบลเยียม เป็นประธานคณะมนตรียุโรปคนต่อไป รวมทั้งแต่งตั้งนางคริสติน ลาการ์ด เข้าดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางยุโรป แทนนายมาริโอ ดรากี   การเปลี่ยนผ่านอำนาจที่จะเกิดขึ้นใน IMF อยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและลัทธิการคุ้มครองทางการค้าที่ขยายวง ท่ามกลางสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับนานาประเทศนั้น ผอ. IMF คนใหม่ จะต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในอาร์เจนตินา เวเนซุเอลา และตุรกี รวมทั้งการเข้ามาก้าวก่ายของทรัมป์