วิเคราะห์ราคาทองคำ 3 ก.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ทองคำปรับขึ้นแรงจากสหรัฐหันมาทำสงครามการค้ากับอียู

คืนนี้สหรัฐจะประกาศการจ้างงานภาคเอกชน ADP

ราคาทองคำคาดปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,438 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำเมื่อวานปรับขึ้นทะลุ 1,400 ดอลลาร์ โดยเฉพาะการซื้อขายช่วงกลางคืนปรับขึ้นแรงเนื่องจากนักลงทุนกลับมาซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าโลกอีกครั้ง หลังจากสหรัฐหันมาทำสงครามการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) โดยขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากอียู วงเงิน 4 พันล้านดอลลาร์ ส่วนกองทุน SPDR ขายทองคำ 1.76 ตัน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัว เนื่องจากวันพรุ่งนี้ตลาดการเงินสหรัฐจะปิดทำการเนื่องในวันชาติสหรัฐ ตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศ ได้แก่ การจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนมิ.ย. ซึ่งตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 140,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เดือนพ.ค.เพิ่มขึ้นเพียง 27,000 ตำแหน่ง ดุลการค้าเดือนพ.ค.ตลาดคาดจะขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 5.32 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดลดลง 7,000 ราย สู่ระดับ 220,000 ราย ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมิ.ย. ตลาดคาดลดลงสู่ระดับ 56.1 ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ค. ตลาดคาดลดลง 0.4%
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,438 ดอลลาร์ ซึ่งคาดจะเริ่มมีแรงเทขายออกมา โดยทองคำมีแนวรับที่ 1,400 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่  1,390 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านสำคัญที่ 1,438 ดอลลาร์  และแนวต้านถัดไปที่  1,450 ดอลลาร์  

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,418.17 +36.17 1,400/1,390 1,438/1,450

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
20,250 +100 20,350/20,250 20,750/20,850

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
20,470 +90 20,470/20,390 20,880/20,990

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run) เพื่อขายทำกำไรที่ราคาทอง Spot 1,438 ดอลลาร์ (GF 20,880 บาท)

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,414.60 +12.10 1,410/1,390 1,448/1,460

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run) เพื่อขายทำกำไรที่ราคา GOU19 1,448 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก วิตกศก.โลกชะลอตัว,ข่าวสหรัฐขู่รีดภาษี EU

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวสหรัฐขู่เพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันหลังจากภาคการผลิตทั่วโลกชะลอตัวลง ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะขาลง ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดย ADP จะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนมิ.ย.ของสหรัฐในวันนี้ และกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย.ในวันศุกร์

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดพุ่ง $18.7 นักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไรหลังราคาร่วงหนัก

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กดีดตัวขึ้นมาปิดที่เหนือระดับ 1,400 ดอลลาร์/ออนซ์ได้อีกครั้งเมื่อคืนนี้ (2 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากราคาทองคำร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับทองคำ  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. พุ่งขึ้น 18.7 ดอลลาร์ หรือ 1.35% ปิดที่ระดับ 1,408 ดอลลาร์/ออนซ์        สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 4.5 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 15.238 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดร่วง $2.84 เหตุวิตกศก.ชะลอตัวฉุดอุปสงค์น้ำมัน

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ก.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า เศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลงอันเนื่องมาจากการชะลอตัวของภาคการผลิตนั้น จะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน โดยความวิตกกังวลในเรื่องดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากรายงานข่าวที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศพันธมิตร ได้บรรลุข้อตกลงขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือน  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ร่วงลง 2.84 ดอลลาร์ หรือ 4.8% ปิดที่ 56.25 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ย. ดิ่งลง 2.66 ดอลลาร์ หรือ 4.1% ปิดที่ 62.40 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดบวกเพียง 69.25 จุด เหตุวิตกสหรัฐเปิดศึกการค้ายุโรป

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ก.ค.) ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของข้อพิพาทการค้าอีกครั้ง หลังจากสหรัฐได้หันมาเปิดศึกการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) ด้วยการขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจาก EU วงเงิน 4 พันล้านดอลลาร์ แม้ว่าสหรัฐเพิ่งเจรจาสงบศึกการค้ากับจีนเมื่อเร็วๆนี้ก็ตาม  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,786.68 จุด เพิ่มขึ้น 69.25 จุด หรือ +0.26% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,109.09 จุด เพิ่มขึ้น 17.93 จุด หรือ +0.22% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,973.01 จุด เพิ่มขึ้น 8.68 จุด หรือ +0.29%

“ทรัมป์” เผยการเจรจาการค้ากับจีนรอบใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐกำลังดำเนินการเจรจาการค้ารอบใหม่กับจีน ถือเป็นการยุติความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ “การเจรจาการค้าเริ่มต้นขึ้นแล้ว ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันหลายประเด็นทางโทรศัพท์” ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว พร้อมกับกล่าวว่า “จริงๆแล้วการเจรจาเริ่มต้นก่อนการประชุมระหว่างผมและประธานาธิบดีสิ จิ้นผิง” นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขาจะระงับการขึ้นภาษีมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงที่มีการเจรจานี้  ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง ได้ตกลงกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มการเจรจาการค้าอีกครั้ง บนพื้นฐานของความเท่าเทียม และความเคารพซึ่งกันและกัน โดยสหรัฐและจีนจะระงับการเพิ่มภาษีต่อสินค้านำเข้าครั้งใหม่ นอกจากนี้ สหรัฐจะอนุญาตให้บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ สามารถซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์สหรัฐ และบริษัทสหรัฐสามารถขายอุปกรณ์ให้กับหัวเว่ย โดยจะต้องเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ

สหรัฐเล็งเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้ามูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์จาก EU

          สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้เสนอให้มีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU) จำนวน 89 รายการ คิดเป็นมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ โดยรายการสินค้าดังกล่าวครอบคลุมถึง ชีส นม กาแฟ ผลิตภัณฑ์โลหะบางชนิด เช่นทองแดง รวมถึงวิสกี้ และผลิตภัณฑ์เนื้อหมู ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่สองฝ่ายมีความขัดแย้งกันเกี่ยวกับการให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบิน โดยทั้งสหรัฐ และ EU สองฝ่ายต่างก็กล่าวหากันและกันว่า ให้ความช่วยเหลือบริษัทผลิตเครื่องบิน ซึ่งขัดต่อข้อกำหนดขององค์กรการค้าโลก (WTO)

“ทรัมป์” เผยตั้งตารอพบกับ “คิม จอง อึน” อีกครั้งในเร็วๆนี้

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ตนเองรอคอยที่จะได้พบกับนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนืออีกครั้ง หลังจากที่ได้เดินทางไปพบกับนายคิมอย่างกะทันหันในเขตปลอดทหารบริเวณชายแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ (DMZ) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “การพบปะกับท่านประธานคิมเมื่อสุดสัปดาห์นี้ยอดเยี่ยมมาก การประชุมเป็นไปด้วยดี เขาดูมีสุขภาพดีและแข็งแรงจริงๆ ผมรอคอยที่จะพบกับเขาอีกครั้งในเร็วนี้” “ขณะเดียวกัน คณะผู้แทนของเราจะประชุมหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาวและปัญหาที่ยังยืดเยื้อ ไม่เร่งรีบ แต่ผมมั่นใจว่าเราจะทำได้อย่างแน่นอน” ทรัมป์กล่าวเสริม สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะฟื้นการเจรจาการปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่หยุดชะงักไปอีกครั้งในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า นับตั้งแต่การประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ซึ่งจัดเมื่อเดือนก.พ.ที่ประเทศเวียดนามสิ้นสุดลงโดยปราศจากข้อตกลงใดๆ  ปธน.ทรัมป์ ได้เดินทางเยือนหมู่บ้านปันมุนจอม บริเวณเขตปลอดทหารบริเวณชายแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเดินทางเยือนเกาหลีใต้ เพื่อเจรจากับประธานาธิบดีมูน แจ อิน