วิเคราะห์ราคาทองคำ 1 ก.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG


โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,381 1,374 1,363

แนวต้าน : 1,405 1,413 1,425

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สามารถแก้ไขสงครามการค้าที่ดำเนินมานานนับปีระหว่างสองประเทศ สหรัฐ-จีน จนตกลงเริ่มกลับมาเจรจาการค้าอีกครั้ง  แต่ยังคงต้องติดตามความคืบหน้า เพราะสื่อของทางการจีนระบุว่า จีนและสหรัฐจะเผชิญหนทางอีกยาวไกล ก่อนที่พวกเขาจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามการค้าของพวกเขา โดยมีแนวโน้มจะเกิดการต่อสู้เพิ่มเติมรออยู่ ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลีย์ของทางการจีน ซึ่งมักถูกจีนใช้ในการส่งสารสู่ภายนอกเตือนว่า ขณะนี้มีแนวโน้มมากขึ้นในการทำข้อตกลง แต่ไม่มีการรับประกันว่าจะบรรลุข้อตกลง นอกจากนี้ นายแลร์รีย์ คัดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจทำเนียบขาวระบุว่า บริษัท Huawei Technologies Co. Ltd จะยังคงอยู่ในบัญชีดำของสหรัฐ แต่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะอนุมัติใบอนุญาตเพิ่มเติมบางส่วนสำหรับชิ้นส่วนที่หาซื้อได้โดยทั่วไป ท่าทีดังกล่าวสร้างแรงซื้อกลับเข้ามาพยุงราคาทองคำไว้ ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาโดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านบริเวณ 1,398-1,405 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงถือต่อไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมา ไม่หลุดแนวรับจะสะท้อนว่าราคาสร้างสามารถสร้างฐานได้ แนะนำนักลงทุนสามารถซื้อเก็งกำไรระยะสั้น โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,381 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากการขยับขึ้นของราคาทองคำติดโซนบริเวณ 1,398-1,405 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเห็นการย่อตัวลงมาสร้างฐาน แต่ถ้ายืนได้อาจเห็นการดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,413 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ หากราคาอ่อนตัวลงประเมินแนวรับบริเวณ 1,381 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ถ้าราคาทองคำย่อลงมาไม่ต่ำกว่าแนวรับ 1,381 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำมีโอกาสดีดกลับทดสอบแนวต้าน 1,398-1,405 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง จึงค่อยรอไปขายบริเวณดังกล่าว

Short Position ให้ปิดสถานะทำกำไรเมื่อราคาทองคำย่อตัวลงมายืนได้ที่แนวรับ 1,381 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับแรก แนะนำให้ปิดสถานะขายทำกำไรที่แนวรับถัดไป 1,374 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 Open New รอขายทำกำไรเมื่อราคาดีดขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,398-1,405 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงมายืนเหนือบริเวณ 1,381 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วจึงพิจารณาเข้าซื้อ อย่างไรก็ตามหากหลุดแนวรับ 1,381 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต้องระวังการปรับลงต่อ ถ้ารับความเสี่ยงไม่ได้อาจต้องขายตัดขาดทุน

าวสารประกอบการลงทุน

  • (-) รองประธานเฟดมั่นใจเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่ง แต่ยังต้องจับตาการค้า-เศรษฐกิจโลก  นายริชาร์ด คลาริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง แต่ยังคงต้องจับตาทิศทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกต่อไป  รองประธานเฟด ระบุว่า การที่สหรัฐและจีนได้กลับมาเจรจาการค้าอีกครั้งเป็นเรื่องดี อย่างไรก็ดี แนวโน้มดังกล่าวยังคงไม่แน่นอน ขณะที่กรรมการเฟดบางรายเริ่มพิจารณาเห็นควรให้ผ่อนคลายนโยบายการเงินแล้ว  ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังก่อนหน้านี้ไม่นาน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ตกลงกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเพื่อเริ่มหารือด้านการค้าอีกครั้ง บนพื้นฐานของความเท่าเทียม และความเคารพซึ่งกันและกัน  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ฝ่ายสหรัฐได้ระบุว่า จะไม่เพิ่มการเก็บภาษีใหม่กับสินค้าส่งออกของจีน ขณะที่คณะเจรจาด้านเศรษฐกิจและการค้าของทั้งสองประเทศ จะหารือกันในประเด็นที่เฉพาะเจาะจง  นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ ยังเปิดเผยด้วยว่า เขาจะอนุญาตให้บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ของจีน สามารถซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์สหรัฐได้  ปธน.ทรัมป์ระบุในการแถลงข่าว หลังการประชุมซัมมิตของกลุ่ม G20 ที่โอซากา ประเทศญี่ปุ่นว่า บริษัทสหรัฐสามารถขายอุปกรณ์ให้กับหัวเว่ย โดยเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ ขณะที่ทางปธน.สี ได้ตกลงที่จะซื้อสินค้าเกษตรจำนวนมากจากสหรัฐ 
  • (-) PMI ภาคการผลิตของยูโรโซนอยู่ที่ 47.6 ในมิ.ย.หดตัวเป็นเดือนที่ 5 จาก 47.7 ในพ.ค.  การสำรวจในวันนี้แสดงว่า กิจกรรมภาคการผลิตในยูโรโซนหดตัวในเดือนที่แล้วเร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ในการชะลอตัวลงในวงกว้าง ซึ่งบ่งชี้ว่า จะไม่มีการฟื้นตัวโดยเร็ว  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนมิ.ย.จาก IHS Markit อยู่ที่ 47.6 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นก่อนหน้านี้ที่ 47.8 และ 47.7 ของเดือนพ.ค. ซึ่งนับเป็นเดือนที่ 5 ที่ดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกการขยายตัวจากการหดตัว
  • (-) PMI ภาคการผลิตของเยอรมนีปรับขึ้นมาที่ 45 ในมิ.ย.สูงสุดรอบ 4 เดือน จาก 44.3 ในพ.ค.  การเปิดเผยจาก IHS Markit แสดงในวันนี้ว่า กิจกรรมภาคการผลิตของเยอรมนีปรับขึ้นเล็กน้อยในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงอยู่ในแดนหดตัว  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเยอรมนีจาก IHS Markit/BME อยู่ที่ระดับสูงสุดรอบ 4 เดือน ที่ 45 ปรับขึ้นจาก 44.3 ในเดือนพ.ค.   “แม้ดัชนี PMI ปรับขึ้นในเดือนมิ.ย. แต่ดัชนียังคงอยู่ในช่วงการหดตัว เนื่องจากภาคการผลิตยังเผชิญความยากลำบาก ท่ามกลางความตึงเครียดการค้าโลก, การชะลอตัวของภาคยานยนต์ และความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่” นายฟิล สมิท หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IHS Markit กล่าว
  • (+/-) “ทรัมป์”เผยไม่รีบเร่งทำข้อตกลงการค้ากับจีน  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า เขาไม่รีบเร่งทำข้อตกลงการค้ากับจีน แต่ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนยังคง “ดีอย่างยิ่ง” นอกจากนั้น เขายังแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อตกลงของเขากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเกี่ยวกับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ Huawei และการระงับการเก็บภาษีเพิ่มเติม  ปธน.ทรัมป์ระบุว่า “มีการประชุมอันยอดเยี่ยมกับปธน.สีของจีนเมื่อวันเสาร์ ซึ่งดีกว่าที่คาดเอาไว้มาก ผมตกลงว่าจะไม่เพิ่มภาษีที่เราเก็บต่อจีน ขณะที่เราจะเจรจาอย่างต่อเนื่อง จีนเห็นพ้องในระหว่างการเจรจาว่า พวกเขาจะเริ่มซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรจำนวนมากจากเกษตรกรผู้ยอดเยี่ยมของเรา”  “จากความต้องการของบริษัทเทคโนโลยีระดับสูงของเราและปธน.สี ผมตกลงอนุญาตให้บริษัท Huawei ของจีนซื้อผลิตภัณฑ์จากพวกเขา ซึ่งจะไม่กระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติของเรา”  “เราเปิดกว้างการเจรจาอีกครั้งกับจีน ในขณะที่ความสัมพันธ์ของเรากับพวกเขาดำเนินต่อไปด้วยดีอย่างยิ่ง คุณภาพของการทำข้อตกลงสำคัญสำหรับผมมากกว่าความเร็ว ผมไม่รีบเร่ง แต่สิ่งต่างๆดูดีอย่างยิ่ง! จะไม่มีการลดภาษีที่เราเก็บต่อจีนในปัจจุบัน”