วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 มิ.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

แม้ราคาทองคำยังมีกำลังซื้อค่อนข้างดี แต่ราคาเคลื่อนไหวในระดับสูงหากโซน 1,348 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาไม่สามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง การลงทุนในช่วงนี้จึงเน้นไปที่การทำกำไรจากการแกว่งตัวหรือรอจังหวะราคาอ่อนตัวลงจึงพิจารณาเข้าซื้อ

แนวรับ : 1,332 1,319 1,206  แนวต้าน : 1,348 1,357 1,366

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  8.80  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย  ดังนี้  (1.) การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเยนและสวิสฟรังก์  หลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐที่เปิดเผยในสัปดาห์นี้ยังคงซบเซา  บวกรวมกับวานนี้จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐออกมาอ่อนแอเกินคาด  จึงเป็นปัจจัยกระตุ้นการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)  (2.) แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ  ขณะที่ล่าสุดนายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวว่า จีนจะต่อสู้จนถึงที่สุด ถ้าหากสหรัฐยังคงเพิ่มความขัดแย้งทางการค้า  (3.) วานนี้เกิดเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ  เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากันครั้งใหม่ระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ซึ่งสหรัฐออกมากล่าวหาว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว  นอกจากข่าวนี้จะหนุนราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว  ยังกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มเติมอีกด้วย  สำหรับวันนี้แนะนำนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  อาทิ  ยอดค้าปลีกเดือนพ.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนเม.ย. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนมิ.ย.

จจัยทางเทคนิค :

ราคาพยายามทดสอบระดับสูงของปี 2019 ทำให้การลงทุนอาจต้องเก็งกำไรในลักษณะรอจังหวะ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือต้าน 1,348 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีแนวโน้มที่ราคาจะอ่อนตัวลงทดสอบโซน 1,332-1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าสามารถผ่านโซนดังกล่าวได้ จะเกิดแรงซื้อตาม โดยแนวต้านระยะสั้นแนวต้านถัดไปจะอยู่บริเวณ 1,357 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำรอจังหวะเข้าซื้อ หากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,332-1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการขายให้ทยอยทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้าน 1,348 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านได้สามารถถือสถานะซื้อต่อเพื่อรอขายที่แนวต้านถัดไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางคาดการณ์  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 3,000 ราย สู่ระดับ 222,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 216,000 ราย
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบเยน,ฟรังก์ ขณะตลาดคาดเฟดลดดอกเบี้ยหลังข้อมูลแรงงานแผ่ว  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนและฟรังก์สวิส ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 มิ.ย.) ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่ซบเซา ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกและการผลิตภาคอุตสาหกรรม  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.32 เยน จากระดับ 108.50 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9933 ฟรังก์ จากระดับ 0.9956 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3325 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3332 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1279 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1286 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2682 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2687 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6916 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6926 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+) สหรัฐกล่าวหาอิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซวันนี้  นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซวันนี้  “อิหร่านทำการโจมตี เนื่องจากต้องการให้เรายกเลิกมาตรการคว่ำบาตร โดยอิหร่านไม่มีสิทธิทำการโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์ และสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดน้ำมัน รวมทั้งทำการแบล็คเมล์ด้านนิวเคลียร์” นายปอมเปโอกล่าว  “ประชาคมระหว่างประเทศต่างก็ประณามอิหร่านที่ได้ทำลายอิสรภาพในการเดินเรือ และพุ่งเป้าหมายไปยังพลเรือนผู้บริสุทธิ์” เขากล่าว  ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับการบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้กล่าวโทษอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันในวันที่ 12 พ.ค.ต่อเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 4 ลำที่แล่นในน่านน้ำเดียวกัน  ขณะนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีในวันนี้  สื่อรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซในวันนี้ ลำหนึ่งเป็นเรือสัญชาติญี่ปุ่นชื่อ Kokuka Courageous ส่วนอีกลำหนึ่งเป็นเรือที่จดทะเบียนในหมู่เกาะมาร์แชลชื่อ Front Altair
  • (+) จีนยันต่อสู้ถึงที่สุด หากสหรัฐยังคงเพิ่มความขัดแย้งทางการค้า  นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวว่า จีนจะต่อสู้จนถึงที่สุด ถ้าหากสหรัฐยังคงเพิ่มความขัดแย้งทางการค้า  นายเกายังกล่าวว่า จีนจะไม่ยอมอ่อนข้อแก่สหรัฐในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักการ ในการเจรจาการค้าและเศรษฐกิจกับสหรัฐ ซึ่งมีการระบุไว้ในสมุดปกขาวว่าด้วยการหารือด้านการค้าพหุภาคี ซึ่งมีการเผยแพร่ในช่วงต้นเดือนนี้  ต่อข้อถามเกี่ยวกับคำขู่ครั้งใหม่ของสหรัฐที่จะเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน นายเกากล่าวว่า จีนขอคัดค้านท่าทีข่มเหงรังแก และการดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียวของสหรัฐ และจีนไม่กลัวการทำสงครามการค้า  “จุดยืนของจีนชัดเจนคือสหรัฐจะต้องปรับเปลี่ยนท่าที และแสดงความจริงใจ รวมทั้งแก้ไขในสิ่งผิด หากสหรัฐต้องการให้การเจรจาการค้าดำเนินต่อไป” เขากล่าว
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 101.94 จุด หลังหุ้นพลังงานพุ่งตามราคาน้ำมัน,เก็งเฟดลดดอกเบี้ย  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก หลังจากเกิดเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมาน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่ซบเซา  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,106.77 จุด เพิ่มขึ้น 101.94 จุด หรือ +0.39% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,891.64 จุด เพิ่มขึ้น 11.80 จุด หรือ +0.41% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,837.13 จุด เพิ่มขึ้น 44.41 จุด หรือ +0.57%