วิเคราะห์ราคาทองคำ 13 มิ.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ยังมีลุ้นที่ราคาอาจไปทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,339 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายืนไม่ได้อาจเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงจะมีแนวรับบริเวณ 1,319  ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,319 1,306 1,292  แนวต้าน : 1,339 1,348 1,357

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  6.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในปีนี้  หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐปรับขึ้น 0.1% ในเดือนที่ผ่านมา ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับขึ้น 0.1% เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน  บ่งชี้ถึงเงินเฟ้อในภาคผู้บริโภคที่ยังคงซบเซา  ประกอบกับนักลงทุนมองว่าสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐยังมีความไม่แน่นอนสูง  หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะเก็บภาษีต่อสินค้าจีนเพิ่มขึ้น  หากการเจรจากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ในการประชุม G20 ไม่มีความคืบหน้า  หรือ หากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ในเดือนนี้  ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่าตอนนี้ยังไม่มีการเตรียมการสำหรับการประชุมนอกรอบการประชุมสุดยอด G20 ระหว่าง 2 ผู้นำ  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันตลาดหุ้นให้ปรับตัวลดลงและกระตุ้นแรงซื้อทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  จนกระทั่งราคาทองคำขยับขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ  1,338.37  ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายขของวานนี้  ก่อนจะลดช่วงบวกลงมในช่วงปลายตลาดจากการฟื้นตัวของสกุลเงินดอลลาร์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มวานนี้จำนวน  +3.52 ตัน  สำหรับวันนี้ตืดตามการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

หากแรงขายทำกำไรสลับออกมาเพิ่มขึ้น เมื่อราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น หรือหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,339 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะมีผลให้ราคาปรับตัวลง หรือแกว่งตัวออกด้านข้าง เบื้องต้นหากการดีดตัวกลับไม่มาก ประเมินแนวรับในบริเวณโซน 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

รอจังหวะที่ราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 1,339-1,348 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้แบ่งขายทองคำออกขายเพื่อทำกำไร และรอการอ่อนตัวลงมา ซึ่งแนะนำว่าจุดที่น่าสนใจในการเข้าซื้อยังเป็นบริเวณแนวรับ 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) แหล่งข่าวเผยยังไม่มีการเตรียมการประชุมทรัมป์-สี จิ้นผิงในเวที G20  แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเตรียมการสำหรับการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่อาจเกิดขึ้นนอกรอบการประชุมสุดยอด G20 ที่ญี่ปุ่นในปลายเดือนนี้  การขาดการเตรียมการประชุมดังกล่าว สร้างความไม่มั่นใจต่อแนวโน้มการพบปะกันของผู้นำทั้งสอง ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้า
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 43.68 จุด หลังหุ้นแบงก์-พลังงานร่วง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (12 มิ.ย.) เนื่องจากหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่อ่อนแอ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงหลังจากราคาน้ำมัน WTI ดิ่งลงอย่างหนัก นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายในขณะที่ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,004.83 จุด ลดลง 43.68 จุด หรือ -0.17% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,792.72 จุด ลดลง 29.85 จุด หรือ -0.38% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,879.84 จุด ลดลง 5.88 จุด หรือ -0.20%
  • (+) สหรัฐเผยดัชนี CPI เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนพ.ค. สอดคล้องคาดการณ์  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนเม.ย.  ดัชนี CPI ได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาอาหาร แต่ถูกกดดันจากการร่วงลงของราคาน้ำมัน  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนพ.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.9% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนเม.ย.  หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานขยับขึ้น 0.1% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 เมื่อเทียบรายเดือน  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.1% ในเดือนเม.ย.
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขณะนักลงทุนจับตาประชุมเฟด  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 มิ.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.50 เยน จากระดับ 108.49 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9956 ฟรังก์ จากระดับ 0.9918 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3332 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3286 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1286 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1332 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2687 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2722 ดอลลาร์
  • (-) ยูบีเอส-โกลด์แมน แซคส์ประสานเสียงฟันธงเฟดไม่หั่นดอกเบี้ยในปีนี้  นักวิเคราะห์ของยูบีเอสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งสวนทางมุมมองของตลาดการเงิน  ทั้งนี้ FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 79% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ค. และมีโอกาส 60% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้  ยูบีเอสเตือนว่า การคาดการณ์ของตลาดเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะไม่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยในระยะนี้ เป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่”ผสมผสาน” แทนที่จะเป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะไม่เพียงพอที่จะทำให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้  “ในมุมมองของเรา เราเห็นว่าการคาดการณ์ของตลาดเกี่ยวกับการที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 1.00% ภายในปีหน้า เป็นการคาดการณ์ที่มากเกินจริง โดยในขณะที่เฟดถูกบังคับให้สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่สร้างความเสียหายต่อการใช้จ่ายด้านทุน และการจ้างงาน แต่เราก็ไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้” นายมาร์ค แฮเฟเล หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของยูบีเอส กล่าว