วิเคราะห์ราคาทองคำ 13 มิ.ย.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

กองทุน SPDR ซื้อทองคำ 3.52 ตัน

คืนนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ราคาทองคำยังมีแนวโน้มขึ้นไปที่แนวต้าน 1,340 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำเมื่อวานปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทะลุแนวต้าน 1,330 ดอลลาร์ จากความกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนอีก 3 แสนล้านดอลลาร์ หากสหรัฐไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีน ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งส่งสัญญาณว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐชะลอตัว ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 3.52 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดลดลง 3,000 ราย สู่ระดับ 215,000 ราย สำหรับประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังต้องติดตามต่อไป
  • หลังจากราคาทองคำยังไม่สามารถทะลุแนวต้าน 1,340 ดอลลาร์ ทำให้ปรับลดลงในระยะสั้น อย่างไรก็ดีการปรับลงของราคาทองคำมีกรอบที่จำกัดและคาดจะมีแรงซื้อกลับเข้ามา ทำให้ราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะกลับมาฟื้นตัวและขึ้นไปที่แนวต้าน 1,340 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 1,325 ดอลลาร์ และแนวรับสำคัญที่ 1,320 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,333.50 +6.96 1,325/1,320 1,340/1,348

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,750 +100 19,650/19,600 19,800/19,900

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,820 -20 19,770/19,720 19,920/20,000

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,325-1,340 ดอลลาร์ (GF 19,770-19,920 บาท) การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นแนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่ 1,325 ดอลลาร์ (GF 19,770 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,320 ดอลลาร์ (GF 19,720 บาท)

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,333.60 -4.40 1,325/1,320 1,340/1,348

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคา GOM19 ระหว่าง 1,325-1,340 ดอลลาร์ การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOM19 ปรับลงมาที่ 1,325 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,320 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขณะนักลงทุนจับตาประชุมเฟด

          ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (12 มิ.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมเฟดในวันที่ 18-19 มิ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $5.60 เหตุตลาดหุ้นร่วง,วิตกการค้าหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (12 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐอ่อนแรงลง นอกจากนี้ สถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ยังเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำเช่นกัน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 5.60 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 1,336.80  ดอลลาร์/ออนซ์                                สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.3 เซนต์ หรือ 0.09% ปิดที่ 14.753 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดร่วง $2.13 หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งสวนทางคาดการณ์

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลง 4% เมื่อคืนที่ผ่านมา (12 มิ.ย.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมัน  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. ร่วงลง 2.13 ดอลลาร์ หรือ 4% ปิดที่ 51.14 ดอลลาร์/บาร์เรล        สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนส.ค. ดิ่งลง 2.32 ดอลลาร์ หรือ 3.7% ปิดที่ 59.97 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดลบ 43.68 จุด หลังหุ้นแบงก์-พลังงานร่วง

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (12 มิ.ย.) เนื่องจากหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่อ่อนแอ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงหลังจากราคาน้ำมัน WTI ดิ่งลงอย่างหนัก นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายในขณะที่ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,004.83 จุด ลดลง 43.68 จุด หรือ -0.17% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,792.72 จุด ลดลง 29.85 จุด หรือ -0.38% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,879.84 จุด ลดลง 5.88 จุด หรือ -0.20%