วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 มิ.ย.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,311 1,303 1,287

แนวต้าน : 1,237 1,348 1,357

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป ทางการจีนได้ผ่อนคลายกฎระเบียบต่อการใช้จ่ายโครงการพื้นฐานของรัฐบาลท้องถิ่น และระบุว่าจะกระตุ้นการสนับสนุนทุนสำหรับโครงการลงทุนสำคัญเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าจีนกำลังจะออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ประเด็นดังกล่าว กระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หนุนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตพุ่งขึ้น 2.58% ปิดที่ 2,925.72 จุด จนกดดันราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม ทองคำได้รับแรงหนุนหลังปธน.ทรัมป์ กล่าวว่าหาก ปธน.สี จิ้นผิง ไม่เข้าร่วมประชุมสุด G20 ปลายเดือนมิ.ย.นี้ สหรัฐก็จะเรียกเก็บภาษีจากจีนเพิ่มเติม และ ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า จีนสร้างความได้เปรียบอย่างมากด้วยการทำให้สกุลเงินหยวนอ่อนค่าลง ประเด็นดังกล่าวยังพยุงราคาทองคำไว้ แนะนำติดตามสงครามการค้าสหรัฐกับจีนอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ ทั้งนี้ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สามารถเข้าซื้อเก็งกำไร โดยประเมินแนวรับ 1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญ และจับตาหากมีแรงซื้อไม่เพียงพอที่จะฝ่าโซน 1,330-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปยืนได้อย่างแข็งแกร่ง อาจโดนแรงขายออกมาซึ่งควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นระยะสั้นอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

LongPosition แนะนำทยอยทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,330-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง

Short Position ปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,303 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New สำหรับนักลงทุนระยะสั้นยังเน้นให้เก็งกำไรจากการแกว่งตัวในกรอบ โดยรอจังหวะขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,330-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความผันผวนของราคา

าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ผู้อำนวยการ IAEA เผยอิหร่านเร่งเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมเพิ่มขึ้น นายยูกิยะ อามาโนะ ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานปรมาณูสากล (IAEA) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ (UN) เปิดเผย อิหร่านได้ปฏิบัติตามคำขู่ที่จะเร่งเสริมสมรรถนะเพิ่มการผลิตแร่ยูเรเนียม โดยขณะนี้อิหร่านกำลังผลิตแร่ยูเรเนียมที่มีสมรรถนะเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า อิหร่านจะสามารถผลิตสต็อกแร่ยูเรเนียมได้ถึงขีดจำกัดตามข้อตกลงได้เมื่อใด การประเมินดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หนึ่งปีหลังจากที่สหรัฐยกเลิกข้อตกลงระหว่างอิหร่านและประเทศมหาอำนาจของโลก เพื่อระงับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินระหว่างประเทศ โดยสหรัฐคุมเข้มมาตรการคว่ำบาตรมาตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค. โดยสั่งให้ทุกประเทศและบริษัทต่างๆหยุดการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านทั้งหมด มิฉะนั้นจะถูกสกัดกั้นจากระบบการเงินโลก และสหรัฐยังได้ส่งกองกำลังพิเศษไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อตอบโต้กับสิ่งที่สหรัฐอธิบายว่าเป็นภัยคุกคามของอิหร่าน ทั้งนี้ อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการขู่ว่าจะเพิ่มการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม
  • (-) “โกลด์แมน แซคส์”ชี้เฟดจะไม่ลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เมื่อวานนี้นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์กล่าวต่อนักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลงในปีนี้ ซึ่งขัดแย้งกับคาดการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดการเงินต่างๆในขณะนี้ถึงการลดอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง นายแจน ฮัตซิอุส นักเศรษฐศาตร์ของโกลด์แมน แซคส์ระบุว่า “แม้มีความเป็นไปได้ที่สูสีกัน แต่เรายังคาดการณ์ว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินเฟด (FOMC) จะคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงที่เหลือในปีนี้” เขาระบุว่า คำสัญญาของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดในการดำเนินการ “อย่างเหมาะสม” ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการลดอัตราดอกเบี้ย แต่เพียงแค่แสดงว่า ธนาคารกลางสหรัฐไม่นิ่งเฉยต่อความตึงเครียดทางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น
  • (-) จนท.ธนาคารกลางอังกฤษเผยจีดีพีเดือนเม.ย.อ่อนแอแต่ไม่เหนือความคาดหมาย นายไมเคิล ซอนเดอร์ส เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ระบุเมื่อวานนี้ว่า ข้อมูลเศรษฐกิจของอังกฤษสำหรับเดือนเม.ย.อ่อนแอ แต่ไม่ได้เหนือความคาดหมาย หลังจากที่เศรษฐกิจได้แรงหนุนในไตรมาสแรกจากการกักตุนสินค้าก่อนเบร็กซิท เขากล่าวว่า “หลักฐานในอดีตแสดงถึงสต็อกที่ปรับขึ้นในคลังสินค้า, ลานจอดรถ และสถานที่ต่างๆ และสิ่งที่เรามีในข้อมูลเดือนเม.ย.คือภาวะนั้นได้ปรากฏออกมา ซึ่งคาดการณ์ภายในของเราก่อนหน้านี้คือตัวเลขที่ค่อนข้างอ่อนแอในเดือนเม.ย. และตัวเลขเดือนเม.ย.อ่อนแอจริงดังคาด”นายซอนเดอร์สคาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจจะฟื้นตัว ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ได้กลับมาเริ่มดำเนินการอีกครั้งหลังจากที่ระงับไปเนื่องจากคาดถึงภาวะติดขัดในช่วงวันที่ 29 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่อังกฤษมีกำหนดแยกตัวจากสหภาพยุโรป แต่ขณะนี้ถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 31 ต.ค. ข้อมูลอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้แสดงว่า เศรษฐกิจอังกฤษหดตัว 0.4% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการปรับลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2016 หลังการผลิตรถยนต์ที่ลดลงมากเป็นประวัติการณ์
  •  (+/-) รมว.ต่างประเทศเม็กซิโกเร่งหารือลาตินอเมริกาเพื่อสกัดขบวนกลุ่มผู้อพยพ นายมาร์เซโล เอบราร์ด รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเม็กซิโกเผยพร้อมที่จะทำงานกับประเทศในแถบลาตินอเมริกา เพื่อสกัดการหลั่งไหลเข้ามาของกลุ่มผู้อพยพ โดยจะควบคุมพื้นที่บริเวณชายแดนทางตอนใต้ เพื่อหาทางลดจำนวนผู้อพยพตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวานนี้ ทรัมป์ได้ทวีตข้อความว่า รัฐสภาของเม็กซิโกจะต้องให้สัตยาบันต่อข้อตกลงอีกส่วนหนึ่งที่รัฐบาลเม็กซิโกทำไว้กับรัฐบาลสหรัฐ ทั้งนี้ เม็กซิโกมีเวลา 45 วัน ที่จะลดจำนวนผู้อพยพที่ต้องการเดินทางไปยังสหรัฐผ่านทางเม็กซิโก มิเช่นนั้น เม็กซิโกจะต้องเผชิญกับมาตรการจัดเก็บภาษีของสหรัฐ