วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 มิ.ย.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ทองคำปรับลงแรงจากสหรัฐบรรลุข้อตกลงกับเม็กซิโก

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพ.ค.

ราคาทองคำคาดเริ่มเคลื่อนไหวในกรอบแคบ

  • ราคาทองคำเมื่อวานปรับลดลงแรงทำจุดต่ำสุดที่ 1,325 ดอลลาร์  หลังจากที่ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำลดลงเนื่องจากสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงกับเม็กซิโกเกี่ยวกับประเด็นผู้อพยพ เพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกโดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. ซึ่งรัฐบาลเม็กซิโกจะส่งทหารเข้าไปประจำการในพื้นที่ชายแดนตอนใต้เพื่อสกัดกั้นการหลั่งไหลของผู้อพยพ ทำให้มีแรงซื้อหุ้นและขายทองคำออกมา ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพ.ค. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งส่งสัญญาณว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐชะลอตัว
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเริ่มเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังจากเมื่อวานปรับลงแรง และไม่มีปัจจัยที่กระทบต่อราคาทองคำมากนักในวันนี้ โดยมีแนวรับที่ 1,320-1,325 ดอลลาร์ แต่ถ้าหลุดแนวรับนี้จะมีแรงเทขายออกมามากและจะมีแนวรับถัดไปที่ 1,305 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,330 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 1,340 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,327.90 -12.4 1,325/1,320 1,330/1,340

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,750 -50 19,700/19,650 19,700/19,800

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,800 -10 19,790/19,740 19,830/19,930

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่ 1,320-1,325 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,315 ดอลลาร์ และควรขายทำกำไรเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับขึ้นมาที่ 1,330 ดอลลาร์

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,328.50 -1.20 1,327/1,322 1,332/1,342

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับข่าวสหรัฐระงับเก็บภาษีเม็กซิโก

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 มิ.ย.) ขานรับข่าวที่ว่า สหรัฐระงับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก หลังจากทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงในประเด็นผู้อพยพ ดอลลาร์สหรัฐได้รับปัจจัยหนุนหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกจะถูกระงับต่อไปโดยไม่มีกำหนด พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นว่า เม็กซิโกจะดำเนินการกวาดล้างต่อผู้อพยพผิดกฎหมายจากอเมริกากลาง

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดร่วง $16.8 นลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังสหรัฐระงับเก็บภาษีเม็กซิโก

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า หลังจากสหรัฐระงับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก ภายหลังจากทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงในประเด็นผู้อพยพ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ร่วงลง 16.8 ดอลลาร์ หรือ 1.25% ปิดที่ 1,329.30 ดอลลาร์/ออนซ์  สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 39.2 เซนต์ หรือ 2.61% ปิดที่ 14.639 ดอลลาร์/ออนซ์      

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดลบ 73 เซนต์ วิตกสงครามการค้า

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 มิ.ย.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนที่ว่า รัสเซียจะขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันหรือไม่ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 73 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดที่ 53.26 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนส.ค. ร่วงลง 1 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ 62.29 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดบวก 78.74 จุด รับข่าวสหรัฐระงับรีดภาษีเม็กซิโก

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 มิ.ย.) ทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2561 เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวสหรัฐระงับการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก รวมทั้งข่าวการควบรวมกิจการและซื้อกิจการของบริษัทจดทะเบียน ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ที่ประเทศญี่ปุ่น และการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,062.68 จุด เพิ่มขึ้น 78.74 จุด หรือ +0.30% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,886.73 จุด เพิ่มขึ้น 13.39 จุด หรือ +0.47% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,823.17 จุด เพิ่มขึ้น 81.07 จุด หรือ +1.05%

“ทรัมป์” ชี้สหรัฐเตรียมเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงผู้ลี้ภัยเม็กซิโก

                   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าววานนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงด้านผู้ลี้ภัยกับเม็กซิโกในภายหลัง อันเป็นข้อตกลงที่เปิดทางให้เม็กซิโกสามารถเลี่ยงการถูกเก็บภาษีสหรัฐได้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า “มีบางอย่างที่ไม่ได้ระบุในแถลงการณ์ ซึ่งรัฐบาลจะมีการประกาศในช่วงเวลาที่เหมาะสม” “ปัจจุบันความร่วมมือระหว่างเม็กซิโกและสหรัฐเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาหลายสิบปีแล้ว” พร้อมระบุว่า รัฐบาลสหรัฐ “สามารถลดระดับความร่วมมือได้ตลอดเวลา” โดยสหรัฐอาจกลับมาเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกหากข้อตกลงดังกล่าวไม่บรรลุผล หลังจากการเจรจาในกรุงวอชิงตันเป็นเวลาหลายวัน สหรัฐและเม็กซิโกได้บรรลุข้อตกลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั้งหมดจากเม็กซิโก ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว เม็กซิโกจะให้กองกำลังรักษาความมั่นคงแห่งชาติทำหน้าที่ควบคุมการอพยพ โดยจะให้ความสำคัญกับบริเวณชายแดนตอนใต้เป็นหลัก ขณะที่สหรัฐจะขยายโครงการที่เปิดทางให้ผู้ลี้ภัยสามารถพักอาศัยอยู่ในเม็กซิโกขณะรอการดำเนินการทางกฎหมายได้

รัฐมนตรีการค้ากลุ่ม G20 ปิดฉากการประชุม 2 วัน ให้คำมั่นเดินหน้าปฏิรูปองค์การการค้าโลก

          รัฐมนตรีการค้าและเศรษฐกิจดิจิทัลจากประเทศในกลุ่ม G20 ได้ปิดฉากการประชุมระยะเวลา 2 วันที่จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมให้คำมั่นที่จะเดินหน้าปฏิรูปองค์การการค้าโลก (WTO) ต่อไป แถลงการณ์ร่วมระบุว่า “เราจะทำงานอย่างสร้างสรรค์ร่วมกับสมาชิก WTO รายอื่นๆ เพื่อดำเนินการปฏิรูป WTO อย่างเร่งด่วน”  “เราเห็นพ้องกันว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องลงมือดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกลไกการระงับข้อพิพาท ตามกฎกติกาที่สมาชิก WTO เจรจาตกลงกันไว้” แถลงการณ์กล่าวเสริม  นายฮิโรชิเงะ เซโกะ รัฐมนตรีเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า การรวมประเด็นการปฏิรูป WTO เข้าไว้ในแถลงการณ์ร่วมของการประชุม G20 ระดับรัฐมนตรีเป็นครั้งแรกนี้ นับว่ามีนัยสำคัญ  ทั้งนี้ กลุ่ม G20 ประกอบด้วย อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล อังกฤษ แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก รัสเซีย ซาอุดิอาระเบีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ตุรกี สหรัฐ และสหภาพยุโรป โดยการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศกลุ่ม G20 จะมีขึ้นที่โอซาก้าในวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้

“คุโรดะ” เผยอาจผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมหากจำเป็น แต่ยังไม่ใช่ขณะนี้

          นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่า ทางธนาคารกลางอาจมีการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมหากจำเป็น แต่ยังไม่ใช่ขณะนี้เมื่อประเมินจากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ผู้ว่าฯแบงก์ชาติญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ทางแบงก์ชาติจะเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายหากเงินเฟ้อส่งสัญญาณไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 2% โดยอาจอยู่ในรูปแบบของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ขณะนี้ติดลบอยู่แล้ว ไปจนถึงปรับลดเป้าหมายบอนด์ยีลด์ เพิ่มฐานเงิน และเพิ่มการซื้อสินทรัพย์ ก่อนหน้านี้ไม่นาน นายคุโรดะได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2%  “หลายประเทศในกลุ่มที่พัฒนาแล้วประสบปัญหาด้านราคาที่ซบเซา แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม” นายคุโรดะกล่าว  สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อในญี่ปุ่นยังคงซบเซา โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารสดประจำเดือนเม.ย.ซึ่งมีการเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ขยับขึ้นเพียง 0.9% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของ BOJ แม้ว่า BOJ ได้ดำเนินนโยบายผ่อนคลายการเงินมูลค่ามหาศาลเป็นเวลานานถึง 6 ปีก็ตาม