วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 มิ.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

พิจารณาโซน 1,337-1,348 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเปิดสถานะขาย ขณะที่การเปิดสถานะซื้อจำเป็นต้องรอการอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับบริเวณ 1,324-1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น

แนวรับ : 1,324 1,311 1,303  แนวต้าน : 1,337 1,348 1,357

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  12.40  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า  สหรัฐระงับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก หลังจากทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงในประเด็นผู้อพยพ  ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-เม็กซิโกต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  สถานการณ์ดังกล่าวหนุนตลาดหุ้นทั่วโลกให้ปรับตัวในแดนบวก  และลดความต้องการทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  นอกจากนี้ข่าวดังกล่าวยังหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในอีกทางหนึ่งด้วย  ประกอบกับค่าเงินยูโรอ่อนลงหลังจากที่แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดกว้างต่อการลดอัตราดอกเบี้ย หากการขยายตัวของเศรษฐกิจชะลอลง  ดังนั้นการแข็งค่าของดอลลาร์  บวกรวมกับการปรับตัวสูงขึ้นของตลาดหุ้นทั่วโลก  จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้วานนี้ราคาทองคำปรับตัวลงเกือบ 1% อย่างไรก็ดีการปรับลงของราคาทองคำยังไม่มากนัก  เนื่องจากทัศนะเกี่ยวกับโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในปีนี้  รวมไปถึงการที่นักลงทุนบางส่วนมองว่าสงครามการค้าที่สหรัฐทำกับจีนรวมไปถึงเม็กซิโกนั้นยังมีความไม่แน่นอนสูงเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาทองคำเอาไว้  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  อาทิ  ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กจาก NFIB 

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำเกิดแรงขายอ่อนตัวลงหลังจากที่ดีดตัวขึ้นมาใกล้ 1,348 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เบื้องต้นมีแนวต้านระยะสั้นที่ 1,337ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากไม่สามารถผ่านแนวต้านแรกไปได้ ประเมินว่าจะเกิดแรงขายกดดันให้ราคาลงมาเข้าใกล้ 1,324 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

ราคาทองคำมีจุดเสี่ยงเปิดสถานะขายระยะสั้นในบริเวณ 1,337-1,348 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากยืน1,348 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้) แต่หากราคาอ่อนตัวลงไปก่อนให้พิจารณาบริเวณ 1,324-1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดเปิดสถานะซื้อ แต่หากหลุดโซนดังกล่าวแนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ทรัมป์ ยืนยันพร้อมเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มเติมหลังการประชุม G20 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ยืนยันกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า เขาพร้อมที่จะออกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มอีกอย่างน้อย 3 แสนล้านดอลลาร์ หากการเจรจากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ในการประชุม G20 ไม่มีความคืบหน้า โดยการประชุมสุดยอดของกลุ่ม G20 จะมีขึ้นในวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้ที่ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า หากปธน.สี จิ้นผิง ไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ในครั้งนี้ สหรัฐก็จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติม
  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานลดลงในเดือนเม.ย. สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลงสู่ระดับ 7.4 ล้านตำแหน่งในเดือนเม.ย. จากระดับ 7.5 ล้านตำแหน่งในเดือนมี.ค.
  • (+) ทรัมป์ชี้จีนสร้างความได้เปรียบด้วยการปล่อยให้หยวนอ่อนค่าลง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า จีนได้สร้างความได้เปรียบอย่างมากด้วยการทำให้สกุลเงินหยวนอ่อนค่าลง   ทั้งนี้ ในการให้สัมภาษณ์ต่อรายการ “Squawk Box” ของสำนักข่าว CNBC ในวันนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า การที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงสามารถกำหนดทิศทางนโยบายการเงินถือเป็นการเอาเปรียบแบบไม่ยุติธรรม ปธน.ทรัมป์กล่าว ขณะที่หยวนร่วงใกล้แตะระดับต่ำสุดของปีนี้เทียบดอลลาร์ “เราควรจะมีสนามแข่งขันที่เป็นธรรม เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐพยายามขัดขวางเรา แต่ต่อให้ไม่มีสนามแข่งขันที่เป็นธรรม เราก็กำลังชนะ เนื่องจากการเก็บภาษีกำลังทำให้เราได้เปรียบอย่างมากในการแข่งขัน” ปธน.ทรัมป์กล่าว ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐตัดสินใจที่จะไม่ตราหน้าว่าจีนเป็นประเทศที่ปั่นค่าเงิน แต่ก็มีผู้กล่าวว่า จีนได้ชดเชยความเสียหายจากการถูกเรียกเก็บภาษีด้วยการปล่อยให้หยวนอ่อนค่าลง ในวันนี้ หยวนได้ดิ่งลงใกล้ระดับต่ำสุดของปีนี้ โดยอยู่ใกล้ระดับ 7.00 เทียบดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า หากหยวนทะลุระดับดังกล่าว ก็จะส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก เนื่องจากมีการคาดการณ์กันว่าสหรัฐและจีนจะทำสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ และยาวนานขึ้น
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับข่าวสหรัฐระงับเก็บภาษีเม็กซิโก  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 มิ.ย.) ขานรับข่าวที่ว่า สหรัฐระงับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก หลังจากทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงในประเด็นผู้อพยพ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.42 เยน จากระดับ 108.16 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9895 ฟรังก์ จากระดับ 0.9868 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3270 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3271 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1315 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1337 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2689 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2739 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6957 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7003 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 78.74 จุด รับข่าวสหรัฐระงับรีดภาษีเม็กซิโก ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 มิ.ย.) ทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2561 เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวสหรัฐระงับการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก รวมทั้งข่าวการควบรวมกิจการและซื้อกิจการของบริษัทจดทะเบียน ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ที่ประเทศญี่ปุ่น และการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,062.68 จุด เพิ่มขึ้น 78.74 จุด หรือ +0.30% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,886.73 จุด เพิ่มขึ้น 13.39 จุด หรือ +0.47% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,823.17 จุด เพิ่มขึ้น 81.07 จุด หรือ +1.05%