วิเคราะห์ราคาทองคำ 5 มิ.ย.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,324 1,311 1,303

แนวต้าน : 1,246 1,357 1,366

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป การแสดงความเห็นจาก นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยืนยันว่าเข้าใกล้การลดอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ของ Bank of America Merrill Lynch คาดการณ์ว่าเฟดและธนาคารกลางจีน (PBOC) จะลดอัตราดอกเบี้ยภายในประเทศในช่วงหลายเดือนข้างหน้า คาดว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ย 0.75% ภายในต้นปี 2020 โดยจะเริ่มต้นในเดือนก.ย.ปีนี้ ขณะที่ PBOC จะลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2019 และ 1 ครั้งในปี 2020 นอกจากนี้นักเศรษฐศาสตร์ของ UBS ระบุว่าเฟดจะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ซึ่ง UBS เป็นหนึ่งใน 24 บริษัทของตลาดวอลล์สตรีทที่ทำธุรกิจโดยตรงกับเฟด แนวโน้มดังกล่าวสร้างมุมมองเชิงลบต่อสกุลเงินดอลลาร์ให้ปรับตัวเคลื่อนไหวใกล้จุดต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ จนสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ ทั้งนี้ หากราคาทองคำขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,346 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่ไม่สามารถผ่านได้ น่าจะขยับลงสู่แนวรับ 1,324 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเน้นการเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นที่แนวรับ 1,324 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดต่ำกว่าแนวรับถัดไปบริเวณ 1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์อาจต้องลดสถานะซื้อลงเพื่อลดความเสี่ยง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot:  หากราคาทองขยับขึ้นไม่สามารถทรงตัวเหนือระดับ 1,346 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้คาดว่าอาจจะเห็นการขยับลงไปทดสอบแนว 1,324 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยืนไม่อยู่ ประเมินแนวรับถัดไปที่ 1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดขึ้นไปชนและไม่ผ่านแนวต้าน 1,346 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าราคาทองคำเบรกโซนนั้นได้ ให้เลื่อนไปขายที่แนวต้านถัดไป 1,357 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position  หากราคาทองคำยังลงมาไม่หลุดแนวรับแรก 1,324 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ปิดสถานะ แต่หากแนวรับแรกเอาไม่อยู่ ให้ชะลอการปิดสถานะออกไป อาจรอดูว่าราคาทองคำจะลงต่ำกว่าโซน 1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือไม่

Open New เข้าซื้อเก็งกำไร ถ้าราคาทองคำไม่หลุดแนวรับ 1,324 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรเมื่อมีการขยับขึ้นหรือทดสอบแนวต้าน 1,346 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้ายืนเหนือแนวต้านแรกได้ ให้ชะลอการขายไปที่แนวต้านถัดไป 1,357 ดอลลาร์ต่อออนซ์

าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) “UBS”คาดเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยหากข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอลง นักเศรษฐศาสตร์ UBS ระบุเมื่อวานนี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ หากข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอลงสู่ระดับที่สร้างความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในกลุ่มเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบาย ทัศนะจาก UBS ซึ่งเป็นหนึ่งใน 24 บริษัทของตลาดวอลล์สตรีท ซึ่งทำธุรกิจโดยตรงกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สวนทางกับการเปลี่ยนแปลงคาดการณ์จากดีลเลอร์อื่นๆ ซึ่งขณะนี้คาดการณ์ว่าเฟดอาจลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพแก่ตลาดการเงิน ซึ่งได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าโลกที่ร้อนแรงขึ้น
  • (+) เลขาฯ UN เผยองค์กรอาจขาดแคลนเงินสดในเดือนส.ค. เรียกร้องทั่วโลกสนับสนุนการเงิน นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติร่วมสนับสนุน UN และช่วยแก้ไขสถานการณ์ทางการเงินที่ย่ำแย่ขององค์กร “แม้จะมีความพยายามหลายอย่างในการควบคุมค่าใช้จ่ายในปีนี้ แต่เรามีแนวโน้มว่าจะขาดแคลนเงินสดในเดือนส.ค. ด้วยเหตุนี้เราจำเป็นต้องยืมจากกองทุน Working Capital Fund” นายกูเตอร์เรส กล่าว “แม้ว่า UN มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน แต่ทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องนั้น เรามีไม่เพียงพอในขณะนี้” นายกูเตอร์เรส กล่าว นอกจากนี้ นายกูเตอร์เรสยังระบุว่า สาเหตุที่ทำให้สถานะการเงินย่ำแย่ลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น เกิดจากการค้างชำระเงินสนับสนุนจากชาติสมาชิก ทั้งในส่วนของงบประมาณทั่วไปและงบประมาณด้านการรักษาสันติภาพ เขากล่าวเสริมว่า จำนวนเงินที่ค้างชำระ ณ ปี 2561 อยู่ที่ระดับ 529 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 20% ของตัวเลขการประเมินในปีดังกล่าว นอกจากนี้ แม้ว่าชาติสมาชิกทั้งหมดจะจ่ายเงินตรงเวลาและครบถ้วน แต่คาดว่า UN ก็ยังคงประสบปัญหาด้านการเงินไปจนถึงในช่วงปลายปีนี้ สำนักข่าวซินหัวรายงาน
  • (-) อียูเตรียมเริ่มดำเนินการทางวินัยต่ออิตาลีหลังละเมิดกฎการคลัง หนังสือพิมพ์ La Repubblica รายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรปจะเริ่มดำเนินการทางวินัยต่ออิตาลีในวันนี้ด้วยการออกจดหมายที่ระบุว่า นโยบายการคลังของอิตาลีขาดความรอบคอบและอาจทำให้ประเทศประสบกับการสูญเสียความเชื่อมั่นตลาด หนังสือพิมพ์ดังกล่าวรายงานอ้างอิงสิ่งที่ทางหนังสือพิมพ์ระบุว่า เป็นร่างจดหมายที่จะส่งถึงรัฐบาลอิตาลีซึ่งเริ่มดำเนินการแผนริเริ่มสวัสดิการใหม่ครั้งใหญ่ภายใต้ความพยายามในการหนุนประเทศเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ยังระบุว่า คณะกรรมาธิการยุโรปจะเรียกร้องให้อิตาลีลดงบประมาณประมาณ 3-4 พันล้านยูโร เพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรจากสหภาพยุโรป แม้ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ในร่างจดหมาย
  • (+/-) อังกฤษเตรียมเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทน”เทเรซา เมย์”ในสัปดาห์เริ่มต้นวันที่ 22 ก.ค. พรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษระบุเมื่อวานนี้ว่า สมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของอังกฤษ จะลงมติเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษในระหว่างสัปดาห์ที่เริ่มต้นวันที่ 22 ก.ค. ในการแข่งขันขั้นแรกในการหาผู้มาดำรงตำแหน่งแทนนายกฯเมย์ สมาชิกสภาจะคัดผู้สมัคร 11 คน ให้เหลือ 2 คนในการลงคะแนนเสียงหลายครั้ง จากนั้นสมาชิกพรรคทั่วประเทศจะเลือกระหว่างผู้สมัครทั้งสองคน พรรคอนุรักษ์นิยมเปิดเผยว่า การลงมติครั้งแรกของสมาชิกสภานิติบัญญัติจะมีขึ้นในวันที่ 13 มิ.ย. ส่วนการลงมติเพิ่มเติมจะมีขึ้นในวันที่ 18 มิ.ย., 19 มิ.ย. และ 20 มิ.ย.
  • (+/-) IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีนปี 2019 สู่ 6.2% จาก 6.3% วันนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2019 สำหรับจีน สู่ 6.2% จากความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการค้า การปรับลดคาดการณ์ดังกล่าวมีขึ้นเพียงสองเดือนหลังจากที่ IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนสู่ 6.3% จาก 6.2% ซึ่งเน้นย้ำถึงแรงกดดันต่อจีนจากการขึ้นภาษีของสหรัฐต่อสินค้าจีนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ นายเดวิด ลิปตัน รองผู้อำนวยการของ IMF ระบุว่า “คาดว่าการเติบโตจะปรับลงสู่ 6.2% และ 6.0% ในปี 2019 และปี 2020 ตามลำดับ” “แนวโน้มในระยะใกล้ยังคงไม่แน่นอน เมื่อพิจารณาความรุนแรงขึ้นทางการค้า”