วิเคราะห์ราคาทองคำ 5 มิ.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคาทองคำยังมีแรงขายที่ไม่มากนัก ดังนั้น มีโอกาสที่ราคาจะทดสอบราคาโซน 1,333 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่หากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้ อาจเกิดแรงขายทำกำไรออกมา  ดังนั้นควรพิจารณาลดสถานะซื้อบริเวณแนวต้านลงเพื่อควบคุมความเสี่ยง

แนวรับ : 1,311 1,303 1,293  แนวต้าน : 1,333 1,346 1,357

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง  โดยในระหว่างวันราคาทองคำอ่อนตัวลงไปทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,319.70  ดอลลาร์ต่อออนซ์จากการปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดของดัชนีดาวโจนส์  ขานรับความหวังเชิงบวกเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ  หลังกระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ ระบุว่า ความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขผ่านทางการเจรจาต่อไป  รวมไปถึงข่าวที่ว่า  สภาคองเกรสเตรียมลงมติคัดค้านแผนการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก  นอกจากนี้ตลาดหุ้นยังได้รับแรงหนุนจากความเห็นของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุว่า  เฟดจะดำเนินการในสิ่งที่จำเป็นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และอาจนำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) กลับมาใช้อีกครั้ง  แม้การฟื้นตัวของตลาดหุ้นจะกระตุ้นแรงขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  แต่สัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของกดดันดอลลาร์สหรัฐให้อ่อนค่าลงเช่นเดียวกัน  จึงทำให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายตลาด  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ค.จาก ADP, ดัชนี PMI ภาคการบริการ, รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book  รวมไปถึงถ้อยแถลงของนาย Richard Clarida รองประธานเฟด  และนางMichelle W. Bowman หนึ่งในผู้ว่าการเฟด

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำยังคงพยายามยืนเหนือ 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากสามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้หลายชั่วโมง มีแนวโน้มจะขึ้นทดสอบ 1,333 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าไม่สามารถปรับขึ้นได้ จะเกิดแรงขายออกมาเป็นระยะ โดยแนวรับระยะสั้นจะอยู่ที่ 1,315-1,311 และแนวรับสำคัญจะอยู่บริเวณ 1,303 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

ซื้อเก็งกำไรระยะสั้นตามบริเวณแนวรับ จุดที่น่าสนใจซื้อจะอยู่ที่ 1,315-1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยควรตั้งจุดตัดขาดทุน หากเกิดแรงขายในระดับสูง สำหรับจุดขายทำกำไรนั้น อาจพิจารณาแถวแนวต้าน 1,333 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) พาวเวลเผยพร้อมปัดฝุ่นนโยบายดอกเบี้ย 0%,มาตรการ QE กระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เฟดกำลังจับตามองพัฒนาการทางเศรษฐกิจในขณะนี้ และจะดำเนินการในสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจดำเนินต่อไป  “เราไม่รู้ว่าการทำสงครามการค้าจะได้ข้อยุติเมื่อใด และอย่างไร แต่เรากำลังจับตามองสิ่งบ่งชี้เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ และเราจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อไป โดยมีตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง และเงินเฟ้ออยู่ใกล้ระดับเป้าหมาย 2%” นายพาวเวลกล่าว  นอกจากนี้ นายพาวเวลยังเปิดเผยว่า เครื่องมือที่เฟดเคยใช้ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ ซึ่งได้แก่ การกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ใกล้ 0% และการเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) มีแนวโน้มที่จะนำมาใช้อีกครั้งหนึ่ง  “บางทีถึงเวลาแล้วที่เฟดจะยุติการใช้คำว่า “แบบไม่ปกติ” เมื่อเราระบุถึงเครื่องมือที่มีการใช้ในช่วงเกิดวิกฤตการณ์ เรารู้ว่าเครื่องมือเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะมีความจำเป็นในอนาคต ซึ่งเราหวังว่าคงจะใช้ไม่บ่อยนัก” นายพาวเวลกล่าว
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังปธ.เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราเมื่อคืนนี้ (4 มิ.ย.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ  แต่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.05 เยน จากระดับ 108.03 เยน  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1259 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1257 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2704 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2665 ดอลลาร์
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 512.40 จุด ขานรับปธ.เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อคืนนี้ (4 มิ.ย.) ขานรับสัญญาณบวกที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดได้ให้คำมั่นว่า เฟดจะดำเนินการในสิ่งที่จำเป็นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และอาจนำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) กลับมาใช้อีกครั้ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากข่าวที่ว่า สภาคองเกรสเตรียมลงมติคัดค้านแผนการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,332.18 จุด พุ่งขึ้น 512.40 จุด หรือ +2.06% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,803.27 จุด เพิ่มขึ้น 58.82 จุด หรือ +2.14% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,527.12 จุด เพิ่มขึ้น 194.10 จุด หรือ +2.65%
  • (-) จีนออกแถลงการณ์หนุนการเจรจาแก้ไขความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ  กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ ระบุว่า ความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขผ่านทางการเจรจาต่อไป  “จีนเชื่อมาโดยตลอดว่า ความคิดเห็นที่แตกต่าง และความขัดแย้งทางการค้าและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศทั้งสอง ในท้ายที่สุดแล้ว จำเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจา และการปรึกษาหารือ”  “อย่างไรก็ดี การปรึกษาหารือดังกล่าวต้องมีหลักการ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ความเท่าเทียมกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน เราหวังว่าสหรัฐจะยกเลิกแนวปฏิบัติที่ผิดพลาด และทำงานร่วมกับจีน ซึ่งภายในจิตวิญญาณของการเคารพซึ่งกันและกัน ความเท่าเทียมกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน เราจะสามารถควบคุมความคิดเห็นที่แตกต่าง และเพิ่มความร่วมมือในการปกป้องการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างจีนและสหรัฐให้มีเสถียรภาพ และยั่งยืน”  “การที่สหรัฐกล่าวหาจีนว่าเป็นฝ่ายกลับคำพูดในระหว่างที่มีการปรึกษาหารือ เป็นการกล่าวหาที่ไร้สาระ เนื่องจากในระหว่างการปรึกษาหารือ เป็นเรื่องปกติที่การเจรจาการค้าจะต้องมีการเสนอการเปลี่ยนแปลง และการปรับเปลี่ยนต่อเนื้อหาในข้อความ” แถลงการณ์ระบุ
  • (-) สื่อเผยคองเกรสเตรียมลงมติค้านทรัมป์รีดภาษีสินค้าเม็กซิโก  เดอะ วอชิงตัน โพสต์รายงานว่า สมาชิกสภาคองเกรสสังกัดพรรครีพับลิกันกำลังหารือกันเกี่ยวกับการลงมติคัดค้านแผนการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการปรับขึ้นอัตราภาษีต่อสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก