วิเคราะห์ราคาทองคำ 31 พ.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,277 1,266 1,251

แนวต้าน : 1,300 1,311 1,324

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐเพิ่มสูงขึ้น เมื่อกระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า จีนเต็มใจที่จะตอบสนองต่ออุปสงค์แร่หายากจากประเทศอื่นๆ อย่างสมเหตุสมผล แต่จะไม่สามารถยอมรับได้ ถ้าประเทศที่ใช้แร่หายากของจีนเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆหันกลับมาข่มเหงจีน รายงานของสื่อทำให้มีคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่า แร่หายากอาจจะถูกใช้เป็นอาวุธในสงครามการค้า นอกจากนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวว่า ผู้ซื้อชาวจีนระงับการสั่งซื้อถั่วเหลืองของสหรัฐ โดยนายซอนนี เพอร์ดิว รัฐมนตรีเกษตรสหรัฐระบุว่า จีนให้คำมั่นในเดือนก.พ. ว่าจะซื้อถั่วเหลืองสหรัฐเพิ่ม 10 ล้านตัน แต่การซื้อยุติลงในขณะนี้ และ ข้อมูลกระทรวงเกษตรสหรัฐแสดงว่า จีนยังไม่รับมอบถั่วเหลืองสหรัฐประมาณ 7 ล้านตันที่ให้คำมั่นว่าจะซื้อเช่นกัน ส่งผลให้นักลงทุนลดความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงและกระตุ้นความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ จนกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่ม ซึ่งในระยะสั้นหากราคาขยับขึ้นให้จับตาโซนแนวต้านระดับ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคำยังไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจแบ่งขายทองคำบางส่วนในลักษณะทยอยทำกำไรออกมาเมื่อราคาขยับขึ้น ขณะที่หากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,277 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับ ราคาทองคำจะพยายามปรับตัวขึ้นและเคลื่อนไหวในกรอบเช่นเดิม

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือโซน 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้เห็นแรงขายทำกำไรออกมา ในระหว่างวันให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,277 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวดังกล่าว มีโอกาสเห็นการดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวจะเห็นแรงขายออกมา โดยประเมินแนวรับถัดไปที่ 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ให้ปิดสถานะออกมาก่อนหากราคาดีดตัวไม่ผ่านแนวต้าน 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านได้นักลงทุนสามารถรอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

Short Position นักลงทุนสามารถปิดสถานะหากราคาทองคำลงมาบริเวณ 1,277 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากหลุดแนวดังกล่าว ก็สามารถรอทำกำไรในแนวรับต่อไปบริเวณ 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New หากรับความเสี่ยงได้ อาจหาจังหวะขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเข้าซื้อคืนเมื่อราคาย่อตัวลงหรือบริเวณแนวรับ 1,277 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านแนวต้านดังกล่าว อาจขยับจุดขายออกไปบริเวณแนวต้าน 1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์

าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติจีนเผยเจรจาการค้า “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” นอกรอบประชุม G20 เป็นไปได้ยาก  นายไต้ เซี่ยงหลง อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางจีนได้กล่าวแสดงความเห็นว่า เป็นไปได้ยากที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ จะเจรจาเพื่อยุติสงครามการค้า นอกรอบการประชุมสุดยอด G20 ที่ประเทศญี่ปุ่นในเดือนมิ.ย.   นายเซี่ยงหลงกล่าว่า จีนได้พยายามเจรจาการค้าด้วยหลักการของความเสมอภาคและความร่วมมือ ในขณะที่แนวทางของสหรัฐนั้นมุ่งกลั่นแกล้งและชูแนวคิดอเมริกาต้องมาก่อน พร้อมเสริมว่าว่า “เป็นเรื่องยากที่ทั้งสองฝ่ายจะกลับมาคืนดีกัน  ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาว่าจีนผิดคำสัญญาก่อนหน้านี้ว่าจะปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ขณะที่จีนกล่าวหาว่า สหรัฐกระทำการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งทางการค้าเปรียบเสมือนการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ  อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์เปิดเผยว่า ตนวางแผนที่จะพบกับนายสีในระหว่างการประชุมสุดยอด G20 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28-29 มิ.ย. ที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าแผนการดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากจีนก็ตาม
  • (+) ผู้นำเม็กซิโกเรียกร้องเจรจากับสหรัฐ หวังแก้ปัญหาผู้อพยพ หลัง”ทรัมป์”ประกาศเก็บภาษีนำเข้า  นายอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ประธานาธิบดีเม็กซิโก เสนอจัดการเจรจากับสหรัฐอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาผู้อพยพบริเวณชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก  นายโลเปซระบุในจดหมายที่ส่งถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ว่า ปัญหาสังคม “ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการภาษีหรือมาตรการบีบบังคับ”  ผู้นำเม็กซิโกส่งจดหมายดังกล่าวถึงผู้นำสหรัฐ หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ทวีตว่า สหรัฐจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั้งหมดจากเม็กซิโกในอัตรา 5% โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. เพื่อกดดันให้เม็กซิโกเร่งแก้ปัญหาผู้อพยพข้ามพรมแดนผิดกฎหมาย  นอกจากนี้ แถลงการณ์ที่ออกโดยทำเนียบขาวระบุว่า หากสถานการณ์บริเวณชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกยังไม่ดีขึ้น สหรัฐจะปรับเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกเป็น 10% ในวันที่ 1 ก.ค. 2562   ทั้งนี้  ปธน.ทรัมป์ขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าจากเม็กซิโกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐ (CBP) จับกุมผู้อพยพมากกว่า 103,000 รายที่บริเวณชายแดนสหรัฐ- เม็กซิโก ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา
  • (+) หุ้นจีนร่วงลงรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่ต.ค.ขณะสงครามการค้าทวีความรุนแรง  หุ้นจีนร่วงลงในวันนี้ โดยปรับตัวลงรายเดือนรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐลดความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงและกระตุ้นความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิดลบ 0.2% มาที่ 2,898.70 ในขณะที่ดัชนีหุ้นบลูชิพ CSI300 ร่วงลง 0.3% มาที่ 3,629.79  สำหรับเดือนนี้ ดัชนี CSI300 และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วงลง 7.2% และ 5.8% ตามลำดับ โดยเป็นการปรับลงรายเดือนรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.
  • (-) ยอดค้าปลีกของเยอรมนีปรับลง 2% ในเม.ย.เทียบรายเดือน  ข้อมูลเบื้องต้นที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติ Destatis  ของเยอรมนีแสดงวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกที่แท้จริงของเยอรมนีปรับลง 2% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่ยอดค้าปลีกที่แท้จริงเทียบรายปีปรับขึ้น 4%
  • (-) เนชันไวด์เผยราคาบ้านในอังกฤษเดือนพ.ค.ชะลอตัวลงเกินคาด  เนชันไวด์เปิดเผยในวันนี้ว่า ราคาบ้านในอังกฤษเดือนเม.ย.ชะลอตัวลงเกินคาด โดยมีอัตราการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ซึ่งตรงข้ามกับสัญญาณอื่นๆที่บ่งชี้ว่า ตลาดบ้านอาจผ่านพ้นช่วงเลวร้ายที่สุดของการชะลอตัวก่อนที่อังกฤษจะถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แล้ว  ทั้งนี้ ราคาบ้านเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนพ.ค.เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนเม.ย. ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่า ราคาบ้านอาจเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนพ.ค.  ข้อมูลดังกล่าวตรงข้ามกับสัญญาณเบื้องตั้นที่บ่งชี้ว่า กิจกรรมในตลาดที่อยู่อาศัยปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากชะลอตัวรุนแรงในปี 2561