วิเคราะห์ราคาทองคำ 23 พ.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

Hotforex Benefits

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้น โดยเสี่ยงเข้าซื้อหากราคาไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,269-1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,279-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,266 1,251 1,242   แนวต้าน : 1,279 1,291 1,303

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 1.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์  โดยได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่ชะลอการแข็งค่า  หลังการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำวันที่ 30 เม.ย -1 พ.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่า  เฟดจะ “ใช้ความอดทน” ในการดำเนินนโยบายการเงิน และ เฟดไม่มีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้นี้  ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐปิดตลาดในแดนลบจากความวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่อาจทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ  หลังจากสหรัฐเตรียมขึ้นบัญชีดำบริษัทจำหน่ายกล้องวงจรปิดรายใหญ่ 5 รายของจีน ในข้อหากระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน  ทางด้านนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ออกมาระบุว่ายังไม่มีกำหนดการเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งเพื่อเจรจาการค้ารอบใหม่  ส่วนประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ส่งสัญญาณว่า จีนพร้อมที่จะทำสงครามการค้าที่ยืดเยื้อกับสหรัฐ  แม้จะมีปัจจัยหนุนแต่ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบเนื่องดอลลาร์สหรัฐยังคงเคลื่อนไหวไม่ไกลจากระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือนมากนัก  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงวานนี้ -0.88 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  อาทิ  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนี PMI ภาคการผลิต, ดัชนี PMI ภาคบริการและยอดขายบ้านใหม่

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำพยายามสร้างฐานและพยายามทรงตัว หากราคายืนเหนือโซน 1,269-1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์จะมีมุมมองเชิงลบจะลดลง อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,279-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการเข้าซื้อขายทำกำไรระยะสั้น หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะซื้อทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,279-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์  เพื่อรอเข้าซื้อใหม่เมื่อราคาอ่อนตัว โดยอาจใช้บริเวณ 1,269-1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อไปออกไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สื่อตีข่าวการทำสงครามการค้า ทำให้จีนทบทวนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐ  หนังสือพิมพ์เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ รายงานว่า จีนกำลังพิจารณาออกมาตรการที่มีความรุนแรงมากขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ  ทั้งนี้ ในบทความที่ชื่อว่า “การทำสงครามการค้าของโดนัลด์ ทรัมป์ และการแบนหัวเว่ย ทำให้จีนทบทวนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐ” ระบุว่า “ในขณะที่จีนเปิดกว้างต่อการเจรจาการค้าครั้งใหม่กับสหรัฐ แต่ที่ปรึกษาของรัฐบาลกำลังจับตาความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญจากทางสหรัฐที่มีความมุ่งร้ายมากขึ้น และจีนกำลังมองหาทางลดการพึ่งพาสหรัฐ โดยจีนกำลังพิจารณาลดการซื้อก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐ”  การดำเนินการดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ขึ้นบัญชีดำบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ทำให้บริษัทไม่สามารถซื้อสินค้าจากสหรัฐ 
  • (+) รายงานประชุมชี้กรรมการเฟดส่วนใหญ่เห็นพ้องใช้ความอดทนก่อนปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 30 เม.ย. – 1 พ.ค.  โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดยังคงเน้นย้ำถึงการ “ใช้ความอดทน” ในการดำเนินนโยบายการเงิน พร้อมระบุว่า เฟดไม่มีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้นี้  รายงานการประชุมซึ่งมีการเผยแพร่เมื่อวานนี้ระบุว่า “กรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่า การใช้ความอดทนก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (fed fund rates) นั้น ยังคงเป็นแนวทางที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีการขยายตัวปานกลางและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลกยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องก็ตาม”
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดเผยรายงานประชุม  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินครั้งล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.02% แตะที่ 98.0403 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.28 เยน จากระดับ 110.62 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0086 ฟรังก์ จากระดับ 1.0113 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3427 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3404 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1159 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1157 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าแตะที่ระดับ 1.2668  ดอลลาร์ จากระดับ 1.2705 ดอลลาร์
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 100.72 จุด วิตกข้อพิพาทการค้าสหรัฐ-จีนลุกลาม  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (22 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจลุกลามเป็นวงกว้าง หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมขึ้นบัญชีดำบริษัทจำหน่ายกล้องวงจรปิดรายใหญ่ 5 รายของจีน ในข้อหากระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยความกังวลในเรื่องดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งส่งสัญญาณว่า เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,776.61 จุด ลดลง 100.72 จุด หรือ -0.39% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,856.27 จุด ลดลง 8.09 จุด หรือ -0.28% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,750.84 จุด ลดลง 34.88 จุด หรือ -0.45%
  • (+) การเจรจาลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคล่ม หลังทรัมป์วอล์คเอาท์จากการประชุม  การเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาสหรัฐ ที่ทำเนียบขาวเกี่ยวกับโครงการลงทุนในสาธารณูปโภค ได้ประสบความล้มเหลวในวันนี้  ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ได้เดินออกจากการประชุมดังกล่าว และกล่าวว่า เขาจะไม่ทำการเจรจากับพรรคเดโมแครต ขณะที่เขายังคงถูกสอบสวนกรณีขัดขวางกระบวนการยุติธรรมจากคณะกรรมาธิการหลายคณะ  การประชุมในวันนี้ถือเป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ระหว่างปธน.ทรัมป์ และแกนนำพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภค