วิเคราะห์ราคาทองคำ 22 พ.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

Hotforex Benefits

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ทองคำลดลงจากสหรัฐยกเลิกคำสั่งแบนหัวเว่ยชั่วคราว

คืนนี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC  

ราคาทองคำมีแนวรับ 1,270 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำเมื่อวานในช่วงกลางคืนปรับลงใกล้แนวรับ 1,270 ดอลลาร์และปิดตลาดลดลง นักลงทุนขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับขึ้น โดยนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากสหรัฐได้ประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามบริษัทสหรัฐในการดำเนินธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี เป็นการชั่วคราว โดยอนุญาตให้ผู้ใช้โทรศัพท์หัวเว่ยสามารถอัพเดทซอฟท์แวร์แอนดรอยด์ได้ ซึ่งการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวจะมีผลจนบังคับใช้จนถึงวันที่ 19 ส.ค.นี้ ทางด้านกองทุน SPDR  ซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 อีก 3.52 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ซึ่งเป็นการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 30 เม.ย.- 1 พ.ค.ที่ผ่านมา สำหรับการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC จะทำให้ทราบรายละเอียดของเจ้าหน้าที่เฟดมากขึ้น นอกจากนี้จะมีการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟดสาขาเซ็นต์หลุยส์
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,270-1,280 ดอลลาร์ ทั้งนี้ราคาทองคำมีแนวรับที่บริเวณ 1,270 ดอลลาร์ ถ้าหลุดจะมีแนวรับถัดไปที่ 1,266 ดอลลาร์ที่เป็นจุดต่ำสุดของราคาทองคำในปีนี้ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,280 ดอลลาร์ และ 1,290 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,274.70 -3.10 1,270/1,266 1,280/1,290

าคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,300 19,250/19,200 19,350/19,450

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,410 19,350/19,300 19,460/19,550

การเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่บริเวณ 1,270 และ 1,266 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,260 ดอลลาร์

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,279.00 -1.40 1,272/1,268 1,282/1,292

การเข้าซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคา GOM19 ปรับลงมาที่บริเวณ 1,272 และ 1,268 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,262 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับข่าวสหรัฐยกเลิกคำสั่งแบน”หัวเว่ย”ชั่วคราว

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากรัฐบาลสหรัฐยกเลิกคำสั่งห้ามบริษัทสหรัฐดำเนินธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ยเป็นการชั่วคราว นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามบริษัทสหรัฐในการดำเนินธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ เป็นการชั่วคราว โดยอนุญาตให้มีการอัพเดทซอฟท์แวร์เพื่อให้ผู้ใช้ยังคงสามารถใช้งานโทรศัพท์ของหัวเว่ยได้ ซึ่งการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวจะมีผลจนบังคับใช้จนถึงวันที่ 19 ส.ค.นี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :ทองปิดลบ $4.1 เหตุดอลล์แข็งฉุดตลาด

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 พ.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ การดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นสหรัฐ ยังส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 4.1 ดอลลาร์ หรือ 0.32% ปิดที่ 1,273.20 ดอลลาร์/ออนซ์       สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 3.5 เซนต์ หรือ 0.24% ปิดที่ 14.41 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดลบ 11 เซนต์ วิตกข้อพิพาทการค้าฉุดอุปสงค์พลังงาน

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 พ.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลที่ว่า ข้อพิพาทด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมัน อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงไม่มากนัก เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 11 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 62.99 ดอลลาร์/บาร์เรล      สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 21 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 72.18 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดบวก 197.43 จุด หุ้นกลุ่มผลิตชิพพุ่งหนุนตลาด

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 พ.ค.) หลังจากรัฐบาลสหรัฐยกเลิกคำสั่งห้ามบริษัทสหรัฐดำเนินธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ยเป็นการชั่วคราว โดยข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และยังเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มผู้ผลิตชิพ ซึ่งรวมถึงหุ้นบริษัทที่เป็นซัพพลายเออร์ของหัวเว่ย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,877.33 จุด เพิ่มขึ้น 197.43 จุด หรือ +0.77% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,864.36 จุด เพิ่มขึ้น 24.13 จุด หรือ +0.85% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,785.72 จุด เพิ่มขึ้น 83.35 จุด หรือ +1.08%