วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 พ.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

Hotforex Benefits

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำปรับขึ้นที่แนวต้าน 1,300 ดอลลาร์

สัปดาห์นี้ติดตามสงครามการค้า รายงานการประชุมเฟด  

ราคาทองคำมีแนวรับ 1,270 ดอลลาร์

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,300 ดอลลาร์ จากความกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากจีนประกาศจะเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิมที่ระดับ 10% ซึ่งเป็นการตอบโต้สหรัฐที่เพิ่มเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน แต่ในช่วงปลายสัปดาห์ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งทำให้ราคาทองคำลดลง ทางด้านกองทุน SPDR  กลับมาซื้อทองคำ 2.94 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากขายทองคำติดต่อกัน 6 สัปดาห์
  • สัปดาห์นี้ติดตามสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มีประเด็นรุนแรงขึ้น การกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมทั้งประธานเฟดสาขาต่างๆ การเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC และการเลือกตั้งสภายุโรป ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองและยอดขายบ้านใหม่เดือนเม.ย. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและดัชนี PMI ภาคบริการเดือนพ.ค. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนเม.ย.
  • ราคาทองคำคาดพยายามสร้างฐานที่บริเวณ 1,270 ดอลลาร์ ทำให้ราคาทองคำอาจแกว่งตัวในกรอบแคบในช่วงนี้ แต่ประเด็นสงครามการค้าจะช่วยหนุนราคาทองคำได้  โดยมีแนวรับที่ 1,270 ดอลลาร์ และ 1,266 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,290 ดอลลาร์ และ 1,296 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,277.80 +0.70 1,270/1,266 1,290/1,296

าคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,300 -50 19,200/19,150 19,400/19,450

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,380 -50 19,280/19,250 19,490/19,550

ตราบใดที่ราคาทองคำไม่หลุดจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,270 ดอลลาร์ นักลงทุนที่ซื้อไว้อาจถือต่อไปได้ แต่ถ้าหลุดควรขายตัดขาดทุนออกไป

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,281.00 -9.20 1,272/1,268 1,292/1,298

ตราบใดที่ราคา GOM19 ไม่หลุดจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,272 ดอลลาร์ นักลงทุนที่ซื้อไว้อาจถือต่อไปได้ 

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก ขณะตลาดจับตาถ้อยแถลงประธานเฟด

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงยอดขายบ้านใหม่และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนประจำเดือนเม.ย. นายพาวเวลมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมตลาดการเงินซึ่งจัดขึ้นโดยเฟดสาขาแอตแลนตา ในช่วงเย็นวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐ โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Mapping the Financial Frontier: What does the next decade hold?”

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $1.6 หลังเงินดอลล์อ่อนหนุนตลาด

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ การร่วงลงของตลาดหุ้นสหรัฐยังส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 1.6 ดอลลาร์ หรือ 0.13% ปิดที่ 1,277.30 ดอลลาร์/ออนซ์        สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 5.7 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 14.445 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 34 เซนต์ หลังโอเปกส่งสัญญาณขยายเวลาลดการผลิต

           สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 พ.ค.) หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้แสดงความต้องการที่จะขยายเวลาปรับลดการผลิตไปจนถึงปลายปีนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 34 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 63.10 ดอลลาร์/บาร์เรล        สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 24 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 71.97 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดลบ 84.10 จุด เหตุหุ้นเทคโนฯร่วงหลังสหรัฐแบน “หัวเว่ย”

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มผู้ผลิตชิพ หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศขึ้นบัญชีดำบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ของจีน ขณะที่อัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ได้ระงับการทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ตลาดวิตกกังวลว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,679.90 จุด ลดลง 84.10 จุด หรือ -0.33% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,840.23 จุด ลดลง 19.30 จุด หรือ -0.67% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,702.38 จุด ลดลง 113.91 จุด หรือ -1.46%