วิเคราะห์ราคาทองคำ 17 พ.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

Hotforex Benefits

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,281 1,272 1,266

แนวต้าน : 1,294 1,303 1,311

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป ความวิตกเกี่ยวกับการเลือกตั้งสภายุโรปในสัปดาห์หน้า ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ความไม่แน่นอนและความผันผวนมากขึ้น ก่อนการเลือกตั้งสภายุโรป เห็นได้จาก นายแมตเตโอ ซาลวินี รองนายกรัฐมนตรีอิตาลีกล่าวว่า พรรค League ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวาของอิตาลี จะ “ฉีก” กฎของสหภาพยุโรป (EU) ที่ห้ามการละเมิดเพดานการขาดดุลของ EU ที่ 3% ของจีดีพี และเพิ่มหนี้สาธารณะอิตาลีสู่ 140% ของจีดีพี ถ้าพรรคได้คะแนนดีในการเลือกตั้งสัปดาห์หน้า การแข่งขันกันหาคะแนนเสียงก่อนการเลือกตั้งสภายุโรปในวันที่ 26 พ.ค. และโจมตีกันจากพรรคการเมืองต่างๆไม่เว้นวัน ตั้งแต่ประเด็นการอพยพไปจนถึงการทุจริต กดดันสกุลเงินยูโรร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์เมื่อเทียบดอลลาร์ ส่งผลลบต่อราคาทองคำ ทั้งนี้ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ แนะนำจับตาแนวต้านโซน 1,294 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถ้าฝ่าไปได้ประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,303 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้ายังไม่ผ่านแนวต้านแรกแนะนำแบ่งทองคำออกขายเพื่อลดความเสี่ยงเพื่อรอราคาปรับลงสู่แนวรับโซน 1,281 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดอาจทำให้มีแรงซื้อเข้ามารับไว้ ช่วยให้ราคาขยับขึ้นมาอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำพยายามทรงตัวเหนือโซน 1,281 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่ถูกแรงขายออกมาก่อน อาจมีโอกาสขึ้นชนบริเวณ 1,294 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือโซนแนวต้านดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นต่อ โดยมีโอกาสที่จะทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,303 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

LongPosition หากราคาไม่สามารถฝ่าแนวต้าน 1,294 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แนะนำให้ขายทำกำไรออกมา และรอซื้อเก็งกำไรครั้งต่อไปเมื่อราคามีการย่อตัวลงมายืนเหนือแนวรับ 1,281 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ถ้าราคาขึ้นไปยืนเหนือแนวต้าน 1,303 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแรง ให้ปิดสถานะเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากยังไม่ผ่านแนวต้าน แนะนำให้รอทำกำไรบริเวณ 1,281 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New รอจังหวะที่ราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,294-1,303 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจแบ่งทองคำออกขายบางส่วน และเมื่อเกิดการปรับตัวลงมา เข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นที่แนวรับแรกโซน 1,281 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นจุดเข้าซื้อเพื่อรอจังหวะดีดตัว

าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ยุโรปขอให้สหรัฐฯ และอิหร่านอดกลั้น ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูง ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วยุโรป ยุโรปเชื่อว่าโอกาสที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะบานปลายมีอยู่สูงมาก และนั่นก็เป็นสิ่งที่ผู้แทนยุโรปได้บอกกับ ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ เมื่อนายพอมเพโอเดินทางเยือนกรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เฟเดริกา โมเกรินี่ ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคง กล่าวว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญและเปราะบาง และสิ่งที่ทุกฝ่ายควรจะมี คือการยับยั้งชั่งใจอย่างสูงสุดเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหาร ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินขับไล่โจมตีไปยังตะวันออกกลาง และยังมีเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ที่ฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ประเทศกาตาร์ เพื่อปฏิบัติภารกิจที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกว่าเป็นการต่อสู้ภัยคุกคามจากอิหร่านที่มีต่อกองกำลังสหรัฐฯ  แจ็ค วัทลิ่ง นักวิเคราะห์จากสถาบัน Royal United Services Institute กล่าวว่าท่าทีของอิหร่าน เป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง “คำถามตอนนี้ก็คือ อิหร่านจะตอบโต้หรือไม่ และจะแสดงออกอย่างไร เพื่อให้สหรัฐฯ รู้ว่าถ้าสหรัฐฯ จะกดดันอิหร่านไปเรื่อย ๆ อิหร่านก็จะไม่นิ่งเฉย และหากอิหร่านตอบโต้ขึ้นมาจริง ๆ ก็อาจจะมีโอกาสที่ความตีงเครียดตอนนี้ลุกลามบานปลายมากยิ่งขึ้น” นอกจากนี้ ยังเชื่อว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จะลุกลามไปทั่วตะวันออกกลางอย่างรวดเร็ว และสหรัฐฯ จะต้องเตรียมความพร้อมทางทหารเพื่อต่อสู้กับทั้งภูมิภาค ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทำให้ยุโรปตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ระหว่างสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ยุโรปยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน และคำเตือนของอิหร่านที่ว่า หากยุโรปออกจากข้อตกลง อิหร่านจะฟื้นฟูโครงการนิวเคลียร์ขึ้นมาอย่างแน่นอน
  • (+) ความเสี่ยงของภาวะศก.ถดถอยในสหรัฐเพิ่มสูงขึ้นขณะสหรัฐ-จีนตึงเครียด นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ในผลสำรวจภาคเอกชนระบุว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมา สงครามการค้าสหรัฐ-จีนเพิ่มความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐ โดยขณะนี้นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ภาวะเศรษฐกิดถดถอยของสหรัฐมีโอกาส 40% ที่จะเกิดขึ้นในช่วง 2 ปีข้างหน้า นั่นปรับขึ้นจากค่าเฉลี่ย 35% ในผลสำรวจของเดือนที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขปรับลงเล็กน้อยจากระดับที่คงอยู่นับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่ผ่านมา ก่อนเกิดการเทขายอย่างหนักในตลาดวอลล์สตรีทในช่วงใกล้สิ้นปี 2018 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐไม่ได้ให้ความสำคัญกับสงครามการค้าต่อเนื่องกับจีน โดยมองว่าเป็นการทะเลาะกันเพียงเล็กน้อย แต่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่า ความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐแล้วและตลาดหุ้นเผชิญความกังวลอีกครั้ง
  • (+) ตลาดหุ้นจีน: หุ้นจีนร่วงรายสัปดาห์เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันขณะความตึงเครียดการค้าทวีความรุนแรง หุ้นจีนปิดต่ำลงในวันนี้ โดยร่วงลงรายสัปดาห์เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากความตึงเครียดทางการค้าที่รุนแรงขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่สหรัฐขึ้นบัญชีดำบริษัท Huawei ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีของจีน  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนดิ่งลง 2.5% มาที่ 2,882.30 โดยร่วงลง 1.9% สำหรับสัปดาห์นี้ ดัชนีหุ้นบลูชิพ CSI300 ดิ่งลง 2.5% เช่นกันในวันนี้ ซึ่งทำให้การร่วงลงรายสัปดาห์อยู่ที่ 2.2%
  • (+/-) แหล่งข่าวเผยธ.กลางจีนจะไม่ปล่อยให้หยวนอ่อนทะลุ 7 หยวนต่อดอลลาร์ แหล่งข่าว 3 รายที่คุ้นเคยกับแนวคิดของธนาคารกลางจีนกล่าวว่า ธนาคารกลางจีนจะใช้การแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนและเครื่องมือนโยบายการเงินในการยับยั้งหยวนจากการอ่อนทะลุระดับสำคัญที่ 7 หยวนต่อดอลลาร์ในระยะอันใกล้  “ในขณะนี้ เราสามารถมั่นใจได้ว่า พวกเขาจะไม่ปล่อยให้หยวนร่วงทะลุ 7 หยวน” แหล่งข่าวกล่าว การปกป้องระดับ 7 หยวน อาจจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นในหยวนและบรรเทาความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับการอ่อนค่าอย่างหนักของหยวน แม้แต่ในขณะที่ความสัมพันธ์ทางการค้าที่ย่ำแย่ลงกับสหรัฐทำให้การอ่อนค่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับจีน “การฝ่าระดับ 7 หยวนเป็นประโยชน์ต่อจีน เนื่องจากสามารถลดผลกระทบของการขึ้นภาษี แต่ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในหยวนอยู่ในเชิงลบและเงินทุนจะไหลออก” แหล่งข่าวกล่าว