วิเคราะห์ราคาทองคำ 16 พ.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

กองทุน SPDR ขายทองคำ 3.23 ตัน

คืนนี้สหรัฐจะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัว

ราคาทองคำคาดคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,290-1,300 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำเมื่อวานในช่วงกลางคืนปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,300 ดอลลาร์ หลังจากสหรัฐประกาศยอดค้าปลีกเดือนเม.ย. ลดลง 0.2% สวนทางกับที่ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.2% และชะลอตัวลงจากที่เดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 1.6% อย่างไรก็ดีทองคำถูกแรงเทขายออกมา เนื่องจากมีข่าวว่าสหรัฐจะชะลอการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากยุโรป รวมทั้งมีข่าวว่า นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ อาจเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งเพื่อเจรจาการค้ากับจีน ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ราคาทองคำปิดตลาดทรงตัว ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำ 3.23 ตัน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศการอนุญาตก่อสร้างเดือนเม.ย. ตลาดคาดทรงตัวที่ระดับ 1.29  ล้านยูนิต การเริ่มสร้างบ้านเดือนเม.ย. ตลาดคาดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.21 ล้านยูนิต ดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนเม.ย.ตลาดคาดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 10.0 จากระดับ 8.5 ในเดือนมี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 220,000 ราย  
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,290-1,300  ดอลลาร์ โดยยังมีแนวต้านที่ 1,300 ดอลลาร์ ทั้งนี้ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,310 ดอลลาร์ และ 1,320 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,290 ดอลลาร์ และ 1,280 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,296.50 -0.40 1,290/1,280 1,300/1,310

าคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,400 19,300/19,200 19,400/19,500

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,500 -50 19,430/19,340 19,500/19,600

สำหรับนักลงทุนซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคาทองคำ Spot  1,300 ดอลลาร์ และ 1,310  ดอลลาร์ การเข้าซื้อรอบใหม่รอให้ราคาทองคำ Spot  ปรับลงมาที่บริเวณ 1,290 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,280 ดอลลาร์

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,301.60 -0.90 1,292/1,282 1,302/1,312

สำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคา GOM19 1,302 และ 1,312 ดอลลาร์ การเข้าซื้อรอบใหม่รอให้ราคา GOM19 ปรับลงมาที่บริเวณ 1,292 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,282 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อนเทียบเยน,ฟรังก์ หลังสหรัฐ-จีนเผยข้อมูลศก.ซบเซา

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนและฟรังก์สวิส ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อ งินเยนและฟรังก์ หลังจากทางการจีนและสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอเกินคาด ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ซึ่งรวมถึงเงินเยนและฟรังก์สวิส หลังจากจีนและสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 5.4% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2546 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.5%

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :ทองปิดบวก $1.5 นลท.ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังสหรัฐ-จีนเผยข้อมูลศก.ซบเซา

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐและจีนเปิดเผข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนที่ขยายตัวน้อยกว่าคาดการณ์ในเดือนเม.ย. สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 1.5 ดอลลาร์ หรือ 0.12% ปิดที่ 1,297.8 ดอลลาร์/ออนซ์        สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค.ปิดทรงตัวที่ระดับ 14.812 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมันปิดบวก 24 เซนต์ รับคาดการณ์อุปทานน้ำมันถูกกระทบจากวิกฤติตะวันออกกลาง

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันในตลาดโลกอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์สั่งการให้เจ้าหน้าที่บางส่วนของสหรัฐเดินทางออกจากอิรัก เนื่องจากกังวลต่อภัยคุกคามจากกองกำลังของอิหร่าน สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 24 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 62.02 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.ปีนี้           สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 53 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 71.77 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ปีนี้

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดบวก 115.97 จุด รับข่าวสหรัฐชะลอแผนเก็บภาษีรถยนต์ยุโรป

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 พ.ค.) ขานรับรายงานข่าวที่ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีแผนที่จะชะลอการเรียกเก็บภาษีรถยนต์นำเข้าจากยุโรปออกไปอีก 6 เดือน ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้า และยังช่วยสกัดปัจจัยลบจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของจีนและสหรัฐ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,648.02 จุด เพิ่มขึ้น 115.97 จุด หรือ +0.45% ขณะที่ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 2,850.96 จุด เพิ่มขึ้น 16.55 จุด หรือ +0.58% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,822.15 จุด เพิ่มขึ้น 87.65 จุด หรือ +1.13%