วิเคราะห์ราคาทองคำ 15 พ.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นการเก็งกำไรจากการแกว่งตัว หากราคาทองคำยังคงพยายามยืนเหนือโซนแนวรับบริเวณ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้จะทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านโซน1,307-1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง

แนวรับ : 1,292 1,281 1,272   แนวต้าน : 1,311 1,324 1,333

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  3.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์   โดยทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกกดดันจากแรงขายทำกำไร  เนื่องจากตลาดกลับมามีความหวังเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอีกครั้ง  หลังประธานาธิบดีทรัมป์ ทวีตว่า สหรัฐกำลังอยู่ในสถานะที่ดีขึ้นในการทำข้อตกลงกับจีน  สถานการณ์ดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงซึ่งหนุนให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 207.06 จุด หรือ +0.82%  ประกอบกับดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร  หลังรองนายกรัฐมนตรีอิตาลีกล่าวว่า อิตาลีพร้อมที่จะละเมิดกฎระเบียบงบประมาณของสหภาพยุโรป (EU) เกี่ยวกับระดับหนี้สินถ้าจำเป็นเพื่อกระตุ้นการจ้างงาน  จึงเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม  อย่างไรก็ดียังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐจะยืดเยื้อไปจนถึงเมื่อใด  แม้จะมีสัญญาณบวกของการเจรจาเข้ามาเป็นระยะ  แต่ปธน.ทรัมป์ออกมาระบุว่าจะยอมรับข้อตกลงทางการค้าที่จะให้ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่สหรัฐเท่านั้น  นั่นยังทำให้ภาพรวมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนสูงจึงเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาทองคำให้ทรงตัวอยู่ไม่ไกลจากระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนมากนัก  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยจีดีพีไตรมาส 1 ของเยอรมนีและยูโรโซน  รวมไปถึงการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  อาทิ  ยอดค้าปลีก และดัชนี Empire State Index

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำยังสามารถไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,307-1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา  แต่หากราคาสามารถยืนเหนือโซนแนวรับบริเวณ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น โดยยังมีโอกาสที่จะราคาทดสอบแนวต้านด้านบนอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

ดูบริเวณ  1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,307-1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าวให้รอดูบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,281 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ทรัมป์แนะเฟดลดดอกเบี้ยเพื่อให้สหรัฐชนะสงครามการค้ากับจีน  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้สหรัฐเป็นฝ่ายชนะในการทำสงครามการค้ากับจีน  “จีนกำลังอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และอาจทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เหมือนอย่างที่เคยทำ เพื่อชดเชยแก่ภาคธุรกิจที่กำลังสูญเสียในการทำสงครามการค้า ซึ่งถ้าเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับจีน นี่ก็จะถือเป็นการจบเกม เราชนะ ขณะที่จีนต้องการจะทำข้อตกลงการค้า” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ
  • (-) ซิตี้กรุ๊ปคาดสหรัฐ-จีนสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้ในที่สุด  ซิตี้กรุ๊ปเปิดเผยว่า นักวิเคราะห์ของทางบริษัทมีความเชื่อมั่นอย่างระมัดระวังว่า สหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้ในที่สุด  อย่างไรก็ดี ซิตี้กรุ๊ปเตือนว่า โอกาสในการหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของภาวะตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนกำลังจะถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว  “ปัจจัยการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะยังคงทำให้ตลาดหุ้นแกว่งตัวในระยะสั้น แต่เราคิดว่าตลาดได้ปรับตัวรับข่าวดังกล่าวได้ในระดับหนึ่งแล้ว” ซิตี้กรุ๊ประบุในรายงานสำหรับลูกค้า
  •  (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 207.06 จุด นลท.ช้อนซื้อหลังหุ้นร่วงหนัก,จับตาเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิววยอร์กปิดดีดตัวขึ้นกว่า 200 จุดเมื่อคืนนี้ (14 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากตลาดร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มเทคโนโลยีนำตลาดพุ่งขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐกำลังอยู่ในสถานะที่ดีขึ้นในการทำข้อตกลงกับจีน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,532.05 จุด พุ่งขึ้น 207.06 จุด หรือ +0.82% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,834.41 จุด เพิ่มขึ้น 22.54 จุด หรือ +0.80% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,734.49 จุด เพิ่มขึ้น 87.47 จุด หรือ +1.14%
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับความหวังสหรัฐ-จีนบรรลุข้อตกลงการค้า  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 พ.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากความหวังที่ว่า สหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการเจรจาการค้า ขณะที่สกุลเงินยูโรร่วงลง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจอิตาลี  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1207 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1231 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.2904 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2965 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.6944 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6950 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 109.63 เยน จากระดับ 109.33 เยน
  • (-) เจพีมอร์แกนฟันธงเทเรซา เมย์นั่งเก้าอี้นายกฯอังกฤษไม่เกินสิ้นเดือนหน้า  เจพีมอร์แกนระบุในวันนี้ว่า เป็นเรื่องยากที่นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะสามารถดำรงตำแหน่งได้เกินกว่าสิ้นเดือนมิ.ย.  ถึงแม้คุณเมย์มีทักษะที่น่าประทับใจในการเอาตัวรอด แต่เราคาดการณ์ว่าเวลากำลังจะหมดลงสำหรับการเป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมของเธอ”  “ในมุมมองของเรา เป็นเรื่องยากที่คุณเมย์จะดำรงตำแหน่งได้เกินกว่าสิ้นเดือนมิ.ย.” เจพีมอร์แกนระบุในบทวิเคราะห์สำหรับลูกค้า 
  • (-) ทรัมป์เผยสหรัฐกำลังอยู่ในสถานะที่ดีขึ้นในการทำข้อตกลงกับจีน ขณะเม็ดเงินไหลกลับสหรัฐ  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า สหรัฐกำลังอยู่ในสถานะที่ดีขึ้นในการทำข้อตกลงกับจีน ขณะที่เม็ดเงินหลายพันล้านดอลลาร์กำลังไหลกลับสู่สหรัฐ  “เรากำลังอยู่ในสถานะที่ดีขึ้นในการทำข้อตกลง ขณะที่เม็ดเงินหลายพันล้านดอลลาร์ และการจ้างงานกำลังกลับสู่สหรัฐ โดยหลายประเทศกำลังเจรจากับเรา เพราะไม่ต้องการให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ซึ่งผู้นำของเราควรจะทำเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ  ปธน.ทรัมป์ยังทวีตข้อความระบุว่า เขาจะยอมรับข้อตกลงทางการค้าที่จะให้ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่สหรัฐเท่านั้น