วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 พ.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

จีนจะเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์

คืนนี้สหรัฐไม่มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ

ราคาทองคำมีแนวโน้มยังปรับขึ้นได้ต่อ

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,300.10 +14.50 1,290/1,280 1,310/1,320

าคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,300 +50 19,350/19,250 19,600/19,700

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,580 +220 19,460/19,360 19,700/19,800

สำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run) เพื่อขายทำกำไรที่ราคาทองคำ Spot  1,320  ดอลลาร์การเปิดสถานะซื้อรอบใหม่รอให้ราคาทองคำ Spot  ปรับลงมาที่บริเวณ 1,290 และ 1,280 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,270 ดอลลาร์

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,304.40 +16.10 1,295/1,285 1,315/1,325

สำหรับนักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run) เพื่อขายทำกำไรที่ราคา GOM19 1,325  ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุวิตกผลกระทบสงครามการค้า

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา(13 พ.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้า หลังจากที่จีนเปิดศึกตอบโต้สหรัฐด้วยการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกและการผลิตภาคอุตสาหกรรม สกุลเงินดอลลาร์ได้รับแรงกดดันหลงจากกระทรวงการคลังของจีนแถลงเมื่อวานนี้ว่า จีนจะเพิ่มการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิมที่ระดับ 10% โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิ.ย.

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :ทองปิดพุ่ง $14.4 นลท.ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดหุ้นร่วง

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงอย่างหนัก ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 14.4 ดอลลาร์ หรือ 1.12% ปิดที่ 1,301.8 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 1.3 เซนต์ หรือ 0.09% ปิดที่ 14.777 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมัน WTI ปิดลบ 62 เซนต์ หวั่นสงครามการค้าลุกลาม

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 พ.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่จีนเปิดศึกการค้าตอบโต้สหรัฐด้วยการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ โดยปัจจัยดังกล่าวได้ฉุดราคาน้ำมันดิบปิดในแดนลบ หลังราคาพุ่งขึ้นในช่วงแรกจากรายงานข่าวที่ว่าเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีบริเวณนอกน่านน้ำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 62 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 61.04 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 39 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 70.23 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดร่วง 617.38 จุด หลังจีนเปิดศึกการค้าตอบโต้สหรัฐ

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 600 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (13 พ.ค.) หลังจากจีนประกาศเพิ่มการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ เพื่อตอบโต้สหรัฐที่ได้ดำเนินการด้านภาษีต่อจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกในตลาด และทำให้เกิดความวิตกกังวลว่า สงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นอาจส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,324.99 จุด ลดลง 617.38 จุด หรือ -2.38% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,811.87 จุด ลดลง 69.53 จุด หรือ -2.41% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,647.02 จุด ลดลง 269.92 จุด หรือ -3.41%

ที่ปรึกษาทำเนียบขาวเผย “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” อาจพบปะกันที่การประชุม G20 เดือนหน้า

          นายแลร์รี่ คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน อาจพบปะกันในการประชุม G20 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี นายคุดโลว์ เปิดเผยว่า การที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะพบปะกันในการประชุมเดือนหน้านั้นยังไม่มีแผนการแน่นอน สหรัฐและจีนเผชิญกับทางตันในการเจรจาการค้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากสหรัฐได้เรียกร้องให้จีนให้คำมั่นสัญญาในการเปลี่ยนแปลงกฎหมายอย่างจริงจัง ขณะที่จีนยืนกรานว่าจะไม่ยอมให้ปัจจัยใดเข้ามาทำลายผลประโยชน์ของจีน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้ทวีตว่า จีนเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกับสหรัฐ และจีนพยายามที่จะหาทางเจรจากับสหรัฐอีก ขณะที่นายคุดโลว์ก็เปิดเผยเช่นกันว่าจีนเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและการถ่ายโอนเทคโนโลยี

กรรมาธิการการค้า EU หวังสหรัฐเลื่อนเส้นตายตั้งกำแพงภาษีนำเข้ารถยุโรป

          เซซิเลีย มัลม์สตรอม กรรมาธิการการค้ายุโรป ได้แสดงความคาดหวังว่า สหรัฐจะเลื่อนกำหนดเส้นตายในการตั้งกำแพงภาษีรถยนต์นำเข้าจากยุโรป ซึ่งเดิมกำหนดไว้วันที่ 18 พ.ค.นี้ พร้อมกับขู่ว่า หากสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าจริงแล้ว ทางยุโรปก็เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐ เพื่อเป็นการตอบโต้ นางมัลม์สตรอม เปิดเผยว่า มีแนวโน้มสูงที่สหรัฐอาจเลื่อนเส้นตายดังกล่าว เพราะขณะนี้สหรัฐกำลังให้ความสำคัญกับการเจรจาการค้ากับจีน  ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้น หลังสหรัฐและจีนเผชิญกับทางตันในการเจรจาการค้า เมื่อสหรัฐได้เรียกร้องให้จีนให้คำมั่นสัญญาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายอย่างจริงจัง ขณะที่จีนยืนกรานว่าจะไม่ยอมให้ปัจจัยใดเข้ามาทำลายผลประโยชน์ของจีน ปธน.ทรัมป์ได้สั่งการให้นายไลท์ไฮเซอร์ เริ่มกระบวนการเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหม่ต่อสินค้านำเข้าที่เหลือทั้งหมดจากจีนซึ่งมีมูลค่าราว 3 แสนล้านดอลลาร์ โดยนับเป็นความพยายามล่าสุดของสหรัฐที่ต้องการกดดันให้จีนปฏิบัติตามข้อตกลงการค้ามากขึ้น  ปธน.ทรัมป์ได้เพิ่มแรงกดดันต่อจีน หลังจากที่ประกาศบังคับใช้มาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จาก 10% ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันครั้งใหญ่ที่สุดในการทำสงครามการค้าของสหรัฐกับจีน ส่งผลให้จีนออกมาประกาศว่าเสียใจอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจดังกล่าว และถูกบังคับให้ต้องดำเนินมาตรการตอบโต้ด้วยความจำเป็น

สื่อรัฐบาลจีนเผยจีนยังเปิดทางเจรจากับสหรัฐเพื่อยุติข้อพิพาทการค้า

          หนังสือพิมพ์ พีเพิลส์ เดลี่ ซึ่งเป็นสื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีนรายงานว่า จีนยังคงเปิดทางให้มีการเจรจาเพื่อคลี่คลายข้อพิพาทการค้ากับสหรัฐ แต่จีนจะไม่ยอมอ่อนข้อในประเด็นต่างๆที่เป็นหลักการสำคัญ สื่อดังกล่าวของรัฐบาลจีนยังระบุด้วยว่า แม้ว่า จะไม่มีผู้ใดเป็นฝ่ายชนะในสงครามการค้าและจีนก็ไม่ต้องการที่จะต่อสู้ในสงครามนี้ แต่จีนก็ไม่กลัวที่จะทำเช่นนั้น การรายงานข่าวของพีเพิลส์ เดลี่ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เริ่มกระบวนการเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหม่ต่อสินค้านำเข้าที่เหลือทั้งหมดจากจีนซึ่งมีมูลค่าราว 3 แสนล้านดอลลาร์ โดยนับเป็นความพยายามล่าสุดของสหรัฐที่ต้องการกดดันให้จีนปฏิบัติตามข้อตกลงการค้ามากขึ้น ปธน.ทรัมป์ได้เพิ่มแรงกดดันต่อจีน หลังจากที่ประกาศบังคับใช้มาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จาก 10% เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันครั้งใหญ่ที่สุดในการทำสงครามการค้าของสหรัฐกับจีน