วิเคราะห์ราคาทองคำ 13 พ.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,272 1,266 1,251

แนวต้าน : 1,292 1,311 1,324

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ระบุว่า เธอจะลาออกจากตำแหน่ง หากข้อตกลงแยกตัวจากสหภาพยุโรป(เบร็กซิท) ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา ภายหลังการดำเนินการเบร็กซิทขั้นแรก นายกฯเมย์ ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันในการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการลงจากตำแหน่งจากสมาชิกสภาตินิบัญญัติสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมที่ต้องการผู้นำคนใหม่มาพัฒนาอนาคตพรรคของตน ความผันผวนและความเสี่ยงทางการเมืองของอังกฤษ กดดันสกุลเงินปอนด์ร่วงลง ขณะเดียวกันแนวโน้มที่เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายธนาคารกลางอังกฤษ (BoE)ไม่เร่งรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพราะความวิตกเกี่ยวกับการเจรจาเบร็กซิท สร้างมุมมองเชิงลบต่อสกุลเงินปอนด์ จนกดดันราคาทองคำ ซึ่งในระยะสั้นหากราคาทองคำขยับขึ้นให้จับตาโซนแนวต้านระดับ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคำยังไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ อาจทยอยทำกำไรออกมาเมื่อราคาขยับขึ้น ขณะที่หากราคาปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ สามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับ ราคาทองคำจะพยายามปรับตัวขึ้นและเคลื่อนไหวในกรอบเช่นเดิม

จจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือโซน 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้เห็นแรงขายทำกำไรออกมา ในระหว่างวันให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวดังกล่าว มีโอกาสเห็นการดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวจะเห็นแรงขายออกมา โดยประเมินแนวรับถัดไปที่ 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ให้ปิดสถานะออกมาก่อนหากราคาดีดตัวไม่ผ่านแนวต้าน 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านไปได้นักลงทุนสามารถรอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

Short Position นักลงทุนสามารถปิดสถานะหากราคาทองคำลงมาบริเวณ 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากหลุดแนวดังกล่าว ก็สามารถรอทำกำไรในแนวรับต่อไปบริเวณ 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New หากรับความเสี่ยงได้ อาจหาจังหวะขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเข้าซื้อคืนเมื่อราคาย่อตัวลงหรือบริเวณแนวรับ 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว อาจขยับจุดซื้อคืนออกไปบริเวณแนวรับ 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์

าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) สงครามภาษีหนุนทัศนะเฟดอาจลดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐในการขึ้นภาษีต่อสินค้าจากจีน กระตุ้นคาดการณ์ในตลาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงต่อไปในปีนี้ โดยเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายเฟดคนหนึ่งชี้ว่า เขาอาจเห็นด้วยหากข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอลง  นับตั้งแต่เดือนม.ค. เฟดส่งสัญญาณว่า เฟดคาดการณ์ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่ เฟดพิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งรวมถึง เงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดและการเติบโตของจีดีพีและการจ้างงานที่เร็วกว่าที่คาดหมาย ในทางตรงกันข้าม ปธน.ทรัมป์และเจ้าหน้าที่คณะบริหารระดับสูงของสหรัฐเรียกร้องครั้งแล้วครั้งเล่าให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะชะลอตัวในไตรมาสนี้จาก 3.2% ของไตรมาสที่ผ่านมาเมื่อเทียบรายปี ในขณะที่ผลกระทบของแรงกระตุ้นจากการลดภาษีปีที่ผ่านมาเจือจางลง แต่เมื่อได้รับคำถามว่า ภาษีสหรัฐสามารถนำไปสู่การลดดอกเบี้ยหรือไม่ นายราฟาเอล บอสติค ประธานเฟดสาขาแอตแลนตาระบุว่า ไม่อาจตัดเรื่องนั้นออกไปได้ เขากล่าวว่า “ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการตอบสนอง นั่นอาจเป็นไปได้ จริงๆแล้วนั่นขึ้นอยู่กับว่า ธุรกิจตัดสินใจเช่นไร และขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการเรียกเก็บภาษี”
  • (+) จนท.ECB ชี้เศรษฐกิจยูโรโซนจะแข็งแกร่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หนังสือพิมพ์นิกเกอิรายงานว่า นายอีวัลด์ โนวอทนี สมาชิกคณะมนตรีบริหารธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซนจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งเปิดทางไปสู่การฟื้นคืนสู่การดำเนินนโยบายปกติอย่างรอบคอบหลังดำเนินนโยบายกระตุ้นในช่วงวิกฤติ เขาระบุว่า ตลาดต่างๆตีความผิดพลาดต่อความเห็นเมื่อไม่นานมานี้ของนายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB โดยคิดว่า คำกล่าวนั้นส่งสัญญาณว่า นโยบายผ่อนคลายทางการเงินขนานใหญ่จะดำเนินไปแบบยาวนาน นายดรากีระบุเมื่อเดือนเม.ย.ว่า ECB จะพิจารณาขั้นตอนต่างๆเพื่อบรรเทาผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากติดลบต่อธนาคารพาณิชย์ ซึ่งความเห็นดังกล่าวทำให้นักลงทุนในตลาดบางส่วนเชื่อว่า ธนาคารกลางเตรียมคงนโยบายผ่อนคลายขั้นสูงในระยะยาวเมื่อพิจารณาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงในภูมิภาค  “นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราพยายามจะบอก” นายโนวอทนีให้สัมภาษณ์ โดยเสริมว่า เป็นการเร็วเกินไปที่จะหารือว่าจะรับมืออย่างไร ถ้าการขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนชะลอตัวต่อไป เนื่องจากมาตรการนโยบายครั้งหน้าจะ “ขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจในเวลานั้น”
  • (+) สหรัฐเตือนเรือพาณิชย์อาจถูกอิหร่านโจมตี ขณะอิหร่านขู่ทำลายกองเรือสหรัฐ สำนักงานบริหารกิจการทางทะเลสหรัฐระบุว่า อิหร่านอาจเล็งเป้าเรือพาณิชย์ของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน ขณะที่นักการศาสนาระดับสูงของอิหร่านเตือนว่า กองเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐอาจ “ถูกทำลายด้วยขีปนาวุธเพียงลูกเดียว” ในความตึงเครียดระลอกล่าสุดระหว่างอิหร่านและสหรัฐ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านระบุว่า อิหร่านจะไม่เจรจากับสหรัฐ ซึ่งเป็นจุดยืนที่ส่วนหนึ่งดูเหมือนมุ่งหวังกดดันให้ประธานาธิบดีฮัสซาน รูฮานี ของอิหร่านและพันธมิตรสายกลางของเขาปฏิเสธข้อเสนอการเจรจาจากสหรัฐ  เมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเรียกร้องให้ผู้นำอิหร่านเจรจากับเขาเกี่ยวกับการยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ และระบุว่า เขาไม่สามารถปฏิเสธการเผชิญหน้าทางทหาร
  • (+/-) เยนแข็งแกร่งแต่หยวน,ดอลลาร์ออสเตรเลียปรับลง ขณะสงครามการค้าสหรัฐ-จีนรุนแรงขึ้น เยนแข็งแกร่งขึ้น ขณะที่หยวนและดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนตัวลงในวันนี้ หลังการทวีความรุนแรงล่าสุดในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน  ดูเหมือนว่าสหรัฐและจีนเผชิญทางตันในการเจรจาการค้าเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ นายแลร์รี คัดโลว์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาวกล่าวเมื่อวานนี้ว่า ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐและปธน.สี จิ้นผิงของจีน อาจจะพบกันในระหว่างการประชุมสุดยอด G20 ในญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนมิ.ย.และอาจจะหารือการค้า  หยวนอ่อนลงสู่ระดับต่ำสุดรอบ 4 เดือนทั้งในตลาดออนชอร์และออฟชอร์ โดยหยวนร่วงลงราว 0.5% สู่ 6.8533 หยวนต่อดอลลาร์ในการซื้อขายที่ตลาดออนชอร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.