วิเคราะห์ราคาทองคำ 13 พ.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นการเก็งกำไรในกรอบ หากราคายืนเหนือโซนแนวรับแรกบริเวณ 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,272 1,266 1,251   แนวต้าน : 1,292 1,311 1,324

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงหนุนการอ่อนค่าของดอลลาร์  หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาดเพียง 0.3% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน  สำหรับประเด็นการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ  หลังจากสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากระดับ 10% เป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสร้างความวิตกให้แก่นักลงทุน  และทำให้สินทรัพย์เสี่ยงในตลาดสหรัฐเคลื่อนไหวผันผวนไปตามข่าวสารเกี่ยวกับเจรจาการค้า  โดยในช่วงแรกตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงแรงหลังปธน.ทรัมป์ ทวีตว่า  ไม่มีความจำเป็นที่สหรัฐจะต้องเร่งเจรจาการค้ากับจีน  ซึ่งส่งผลเชิงบวกให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณ  1,289.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  ก่อนที่ตลาดหุ้นสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้นและกลับมาปิดตลาดให้แดนบวก  หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเป็นไปอย่างสร้างสรรค์  นอกจากนี้ปธน.ทรัมป์  ทวีตเพิ่มว่า  ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและปธน.สี จิ้นผิงยังคงแข็งแกร่ง  นั่นทำให้ตลาดเกิดความหวังว่าท้ายที่สุดแล้วทั้งจีนและสหรัฐอาจจะบรรลุข้อตกลงทางการค้า  ซึ่งความหวังดังกล่าวสกัดช่วงบวกของราคาทองคำ  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง -6.71 ตัน  สำหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำพยายามสร้างฐานและพยายามทรงตัว ทั้งนี้ หากราคายืนเหนือโซน 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

ดูบริเวณ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านได้แนะนำแบ่งทองคำออกขาย  หรือ อาจเปิดสถานะขายเพื่อทำกำไรระยะสั้น  เพื่อรอเข้าซื้อคืนเมื่อราคาอ่อนลงหรือไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านแนวต้านแรกได้ให้พยายามลดสถานะขายลง

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ทรัมป์ยันไม่ต้องเร่งเจรจาการค้ากับจีน เหตุสหรัฐกำลังมีรายได้เพิ่มจากภาษีจีน  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า ไม่มีความจำเป็นที่สหรัฐจะต้องเร่งเจรจาการค้ากับจีน เนื่องจากขณะนี้สหรัฐกำลังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขึ้นภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน  “การเจรจากับจีนยังคงดำเนินไปด้วยความน่าพึงพอใจ โดยไม่มีความจำเป็นที่สหรัฐจะต้องเร่งการเจรจา เนื่องจากขณะนี้จีนกำลังจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 25% ต่อสินค้าวงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ที่นำเข้าสู่สหรัฐ เงินจำนวนมหาศาลเหล่านี้จะเข้าสู่กระทรวงการคลังสหรัฐ และเรากำลังเริ่มกระบวนการในการเพิ่มการเรียกเก็บภาษีสู่ 25% สำหรับสินค้าจีนที่เหลือวงเงิน 3.25 แสนล้านดอลลาร์” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ 
  • (+) สหรัฐเผยดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าคาดการณ์  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนมี.ค.  ดัชนี CPI ได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมัน, ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายด้านการรักษาสุขภาพ  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 2.0% ในเดือนเม.ย. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนมี.ค.  หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานขยับขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับเดือนก.พ.และมี.ค.  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.0% ในเดือนมี.ค.
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเผย CPI เดือนเม.ย.เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 พ.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนเม.ย.  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ลดลง 0.04% สู่ระดับ 97.3334  ดอลลาร์สหรัฐขยับขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.90 เยน จากระดับ 109.69 เยน  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1231 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1224 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าแตะระดับ 1.3007 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3023 ดอลลาร์
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 114.01 จุด ขานรับมนูชินเผยเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนเป็นไปอย่างสร้างสรรค์  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (10 พ.ค.) โดยฟื้นตัวขึ้นหลังจากร่วงลงในช่วงเช้า เนื่องจากนักลงทุนขานรับต่อการที่ นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยการหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,942.37 จุด เพิ่มขึ้น 114.01 จุด หรือ +0.44% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,881.40 จุด เพิ่มขึ้น 10.68 จุด หรือ +0.37% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,916.94 จุด เพิ่มขึ้น 6.35 จุด หรือ +0.08%
  • (-) มนูชินเผยการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนสิ้นสุดลงแล้ว โดยการหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์  นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้สิ้นสุดลงแล้วสำหรับวันนี้ โดยการหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์  ทางด้านนายมนูชิน และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ต่างก็ได้จับมือกับนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน และหัวหน้าคณะเจรจาการค้าของจีน ขณะที่เดินทางออกจากสำนักงาน USTR ซึ่งเป็นสถานที่จัดการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
  • (+/-) รองนายกฯจีนระบุจะจัดการเจรจาการค้ากับสหรัฐอีกที่กรุงปักกิ่ง  นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่า จีนและสหรัฐได้ตกลงที่จะจัดการเจรจาการค้ากันอีกในกรุงปักกิ่ง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐได้สั่งให้นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ เริ่มต้นกระบวนการกำหนดภาษีสินค้านำเข้าที่เหลือทั้งหมดจากจีน  ทั้งนี้ นายหลิวยังคงแสดงความเชื่อมั่นต่อการบรรลุข้อตกลงการค้า แต่ระบุว่า ยังมีประเด็นหลักๆ ซึ่งจีนจะไม่ยินยอม  นายหลิวเปิดเผยกับกลุ่มผู้สื่อข่าวจีนว่า จีนได้คัดค้านอย่างแข็งกร้าวต่อการปรับขันภาษีนำเข้าครั้งล่าสุดของสหรัฐ และยืนยันว่า จีนจะต้องดำเนินมาตรการตอบโต้