วิเคราะห์ราคาทองคำ 09 พ.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคายังคงแกว่งตัวในกรอบเมื่อราคาดีดตัวขึ้นก็มีแรงขายออกมาอย่างชัดเจน โดยหากตลอดวันราคาทองคำยังไม่สามารถฝ่าแนวต้านบริเวณ 1,286-1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ดังนั้นให้ระมัดระวัง เพราะมีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับย่อลงมาบริเวณแนวรับ 1,272-1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,272 1,266 1,251   แนวต้าน : 1,292 1,311 1,324

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 3.80  ดอลลาร์ต่อออนซ์  หลังจากในระหว่างวันราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์บริเวณ 1,291.60  ดอลลาร์ต่อออนซ์  จากความวิตกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐซึ่งกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดเอเชียให้ร่วงลง  จนกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ก่อนที่ราคาทองคำจะถูกแรงขายทำกำไรกดดันให้อ่อนตัวลงในเวลาต่อมา  ประกอบกับนักลงทุนเริ่มชะลอแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว  อีกทั้งยังมีสัญญาณบวกสำหรับการเจรจา  หลังนางซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า สหรัฐได้รับสัญญาณจากจีนว่าจีนต้องการทำข้อตกลงการค้า  ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเล็กน้อย  ทำให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกลดความน่าสนใจลง  อย่างไรก็ดี  นักลงทุนยังต้องติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด  เนื่องจากผลลัพธ์ของการเจรจายังมีความไม่แน่นอนสูง  ขณะที่ทางการจีนยืนยันว่า จีนจะดำเนินมาตรการตอบโต้ หากสหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในวันศุกร์นี้  สำหรับวันนี้ติดตามปัจจัยระยะสั้นอย่างการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ  อาทิ  ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในภาคค้าส่ง  รวมไปถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดุลการค้า และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่ง  

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นหลังจากวันก่อนหน้าอ่อนตัวลง  ระยะสั้นราคาพยายามทดสอบแนวต้านโซน 1,286-1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาไม่สามารถผ่านได้ แสดงให้เห็นว่าราคามีแรงซื้อในระดับจำกัด ทังนี้ ราคาอาจขยับลงทดสอบแนวรับในโซน 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยืนไม่อยู่จะมีแนวรับถัดไปบริเวณ 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำให้ซื้อขายทำกำไรในกรอบ  โดยแบ่งขายทองคำออกขายเพื่อทำกำไรหรืออาจเปิดสถานะขาย หากราคาทองคำขยับขึ้นไม่ผ่านแนวต้าน 1,286-1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ หากราคาอ่อนตัวสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,272-1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจปิดสถานะขายออกทำกำไรบางส่วน สำหรับการเปิดสถานะซื้ออาจรอราคาในโซนแนวรับดังกล่าวเช่นกัน

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุวิตกผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐ-จีน  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่เงินเยนได้รับแรงซื้อส่งเข้าหนุนในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.14 เยน จากระดับ 110.26 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3474 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3480 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0200 ฟรังก์ จากระดับ 1.0195 ฟรังก์  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1192 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1183 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3005 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3063 ดอลลาร์
  • (-) รมว.ต่างประเทศรัสเซีย-สหรัฐเตรียมถกประเด็นเกาหลีเหนือ 14 พ.ค.  นายอิกอร์ มอร์กูลอฟ รมช.ต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย และนายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ จะจัดการเจรจาที่เมืองโซชิของรัสเซียในวันที่ 14 พ.ค.  นายมอร์กูลอฟกล่าวว่า รัฐมนตรีทั้งสองจะหารือกันเกี่ยวกับประเด็นเกาหลีเหนือ ขณะที่รัสเซียและสหรัฐยังคงติดต่อกันเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้หารือกันทางโทรศัพท์ โดยปธน.ปูตินได้แจ้งปธน.ทรัมป์ให้ทราบเกี่ยวกับผลการประชุมระหว่างนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และปธน.ปูตินที่เมืองวลาดิวอสต็อกในวันที่ 25 เม.ย.  ปธน.ปูตินกล่าวว่า ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามข้อตกลงของเกาหลีเหนือ สมควรที่จะได้รับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร  นอกจากนี้ ปธน.ปูติน และปธน.ทรัมป์ยังเห็นพ้องกันเกี่ยวกับความสำคัญในการดำเนินตามแนวทางการปลดอาวุธนิวเคลียร์ และการบรรลุการเข้าสู่ภาวะปกติในระยะยาวบนคาบสมุทรเกาหลี
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวกเพียง 2.24 จุด ขณะนักลงทุนยังกังวลผลกระทบสงครามการค้า  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (8 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้า โดยรายงานล่าสุดระบุว่า จีนยืนยันว่าจะใช้มาตรการตอบโต้หากสหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในวันศุกร์นี้  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 25,967.33 จุด เพิ่มขึ้น 2.24 จุด หรือ +0.01% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,879.42 จุด ลดลง 4.63 จุด หรือ -0.16% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,943.32 จุด ลดลง 20.44 จุด หรือ -0.26%
  •  (+/-) จีนลั่นพร้อมตอบโต้ หากสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนศุกร์นี้  ทางการจีนยืนยันว่า จีนจะดำเนินมาตรการตอบโต้ หากสหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในวันศุกร์นี้  ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จีนแถลงว่า จีนจะตอบโต้สหรัฐ หากมีการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% ในวันศุกร์นี้ จากเดิมที่ระดับ 10%  คำยืนยันของจีนมีขึ้น หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่จีนที่กำลังเดินทางมายังสหรัฐมีความต้องการที่จะทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ  นางซาราห์ ฮัคคาบี แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ทางทำเนียบขาวได้รับสัญญาณบ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่จีนที่กำลังเดินทางมายังสหรัฐมีความต้องการที่จะทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ  ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% ในวันศุกร์นี้ จากเดิมที่ระดับ 10% รวมทั้งจะมีการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 3.25 แสนล้านดอลลาร์ในอัตรา 25% ในไม่ช้า  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น ขณะที่สหรัฐและจีนมีกำหนดกลับมาเจรจาการค้าอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ และวันศุกร์ที่กรุงวอชิงตัน หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำการเจรจาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่กรุงปักกิ่งของจีน 
  • (+/-) ทรัมป์เผยเจ้าหน้าที่จีนเดินทางมายังสหรัฐเพื่อทำข้อตกลงการค้า  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่จีนได้แจ้งต่อทำเนียบขาวว่า พวกเขาจะเดินทางมายังสหรัฐเพื่อทำข้อตกลงทางการค้า  ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขามีความสุขที่สหรัฐมีรายได้มากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปีจากภาษีที่เก็บจากสินค้านำเข้าจากจีน  ขณะเดียวกัน ปธน.ทรัมป์ยังระบุว่า เขาเชื่อว่าการที่จีนชะลอการเจรจาการค้าก่อนหน้านี้ เนื่องจากเชื่อว่า หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งในปีหน้า จีนจะสามารถเอาเปรียบสหรัฐต่อไปอีกหลายปี