วิเคราะห์ราคาทองคำ 07 พ.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว การเข้าซื้อจะมีแนวรับบริเวณ 1,268-1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,266 1,251 1,242   แนวต้าน : 1,288 1,297 1,309

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  2.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุนจากความวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐรอบใหม่  หลังสหรัฐเตรียมจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากระดับ 10% ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ เวลา 12.01 น.ตามเวลาสหรัฐ  ซึ่งทำให้การเจรจาการค้ารอบใหม่ระหว่างจีนและสหรัฐที่มีกำหนดจะจัดขึ้นในสัปดาห์นี้ตกอยู่ในความไม่แน่นอนอีกครั้ง  แม้ทางการจีนเตรียมจะส่งคณะผู้แทนไปยังสหรัฐเพื่อเจรจาการค้า แต่ยังไม่มีการยืนยันว่านายหลิว เหอ รองนายกจีนจะเดินทางไปกับคณะผู้แทนด้วยหรือไม่  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก  พร้อมกับกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้างทำให้ทองคำและเงินเยนได้รับอานิสงค์เชิงบวก  ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยนจนสร้างแรงหนุนให้กับราคาทองคำเพิ่มเติม  อย่างไงก็ดีราคาทองคำลดช่วงบวกลงหลังนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวเมื่อวานนี้ว่า สหรัฐจะพิจารณาทบทวนมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน หากการเจรจาดำเนินไปด้วยดีซึ่งช่วยคลายความวิตกลงบางส่วน  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงวานนี้ -1.18 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเจรจาการค้าจีนและสหรัฐ  รวมถึงถ้อยแถลงของนายแรนดัล ควอร์เลส(ผู้ว่าการเฟด

จจัยทางเทคนิค :

ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,268-1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อ โดยหากยืนเหนือระดับสูงสุดของวันทำการก่อนหน้าบริเวณ 1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ การขยับขึ้นจะมีแนวต้านที่ 1,297 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่ผ่านแนวต้านแรก กรอบด้านล่างจะอยู่ที่ 1,268-1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

ราคาทองคำมีจุดเปิดสถานะขายในบริเวณ 1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์  (ตัดขาดทุนหากยืน 1,297 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้) แต่หากราคาอ่อนตัวลงไปก่อนให้พิจารณาบริเวณ 1,268-1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดซื้อ แต่หากผ่านโซนแนวต้านดังกล่าวแนะนำให้ชะลอการขายออกไปเพื่อรอดูสถานการณ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) มาร์กิต เผยดัชนี PMI ภาคบริการยูโรโซนเดือนเม.ย. ปรับตัวลดลงแตะ 52.8  ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ปรับตัวลดลงแตะ 52.8 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 53.3 ในเดือนมี.ค.
  • (+) มาร์กิต เผยดัชนี PMI ภาคบริการเยอรมนีเดือนเม.ย.ปรับตัวขึ้นติดต่อเป็นเดือนที่ 4  ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของเยอรมนี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.7 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 55.4 ในเดือนมี.ค. โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 66.47 จุด วิตกข่าวสหรัฐเตรียมขึ้นภาษีสินค้าจีน  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 พ.ค.) เนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับการทำสงครามการค้ารอบใหม่ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ขณะที่นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ยืนยันว่า สหรัฐจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากระดับ 10% ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,438.48 จุด ลดลง 66.47 จุด หรือ -0.25% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,123.29 จุด ลดลง 40.71 จุด หรือ -0.50% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,932.47 จุด ลดลง 13.17 จุด หรือ -0.45%
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบเยน เหตุวิตกสงครามการค้าหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้ารอบใหม่ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.92 เยน จากระดับ 111.09 เยน แต่แข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0175 ฟรังก์ จากระดับ 1.0174 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3437 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ  1.3427 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1203 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1194 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3098 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3164 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.6999 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7014 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+/-) จีนเผยเตรียมส่งคณะผู้แทนเจรจาการค้าไปสหรัฐ แต่ยังไม่ยืนยันรองนายกฯจีนไปหรือไม่  นายเกิง ฉวง โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันนี้ว่า จีนเตรียมส่งคณะผู้แทนไปยังสหรัฐเพื่อเจรจาการค้า อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการยืนยันว่านายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญในการเจรจาการค้ากับสหรัฐ จะเดินทางไปกับคณะผู้แทนด้วยหรือไม่
  • (+/-) USTR ยืนยันสหรัฐเตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนวันศุกร์นี้  นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ยืนยันว่า สหรัฐจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากระดับ 10% ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ เวลา 12.01 น.ตามเวลาสหรัฐ  สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของสำนักข่าวซีเอ็นบีซี ว่า นายไลท์ไฮเซอร์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวานนี้ว่า คาดว่านายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนจะเดินทางมายังกรุงวอชิงตันเพื่อเจรจาการค้ากับสหรัฐในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้ ซึ่งเป็นความพยายามที่จะยุติสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ  ความเคลื่อนไหวของนายไลท์ไฮเซอร์มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวีตข้อความเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์นั้น จะปรับตัวขึ้นจากเดิม 10% เป็น 25% ในวันศุกร์นี้ พร้อมกับขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มเติมหลังจากนั้น  อย่างไรก็ตาม ซีเอ็นบีซีรายงานว่า นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวเมื่อวานนี้ว่า สหรัฐจะพิจารณาทบทวนมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน หากการเจรจาดำเนินไปด้วยดี  ขณะที่นายไลท์ไฮเซอร์กล่าวว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังคงดำเนินไปในขณะนี้ และทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ยุติการปรึกษาหารือกัน