วิเคราะห์ราคาทองคำ 02 พ.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1264 1,251,1242

แนวต้าน : 1,288 1,297 1,309

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป สภาทองคำโลก (WGC) รายงานว่า การซื้อทองคำในเชิงกลยุทธ์ของธนาคารกลางต่างๆ หนุนอุปสงค์ทองคำโลกให้เพิ่มสูงขึ้น  7%โดยธนาคารกลางต่างๆเข้าซื้อทองคำ 145.5 ตันในไตรมาสแรกของปี 2019  ซึ่งปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า 68% และเป็นไตรมาส 1 ที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 จากความพยายามในการสร้างความหลากหลายของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ข้อมูลดังกล่าวพยุงราคาทองคำไว้ อย่างไรก็ตาม แนะนำนักลงทุน ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ในวันนี้ แม้จะคาดการณ์ว่า BOE จะไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ แต่นักลงทุนจับตาว่า BOE จะพิจารณาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนที่รัฐสภาจะเห็นชอบต่อข้อตกลงเบร็กซิทหรือไม่ เพราะ การว่างงานอังกฤษอยู่ที่ระดับต่ำสุดรอบ 44 ปี, ค่าจ้างเพิ่มขึ้นในอัตราเร็วที่สุดในรอบ 10 ปี และการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้ หากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงและไม่หลุดแนวรับโซน 1,266-1,264 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนสามารถเสี่ยงเข้าซื้อเพื่อลงทุนระยะสั้นโดยยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,284-1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านได้ราคาอาจย่อตัวลงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำให้ลดสถานะคงค้างหรือลดขนาดพอร์ตลงทุนลง

จจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ระหว่างวันราคาค่อยๆขยับลงในระดับจำกัด หากราคาทองคำขยับตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับเหนือแนวรับ 1,266-1,264 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะเห็นการขยับตัวขึ้นของราคาอีกครั้ง โดยประเมินแนวต้านที่ 1,284-1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Long Position แนะนำให้ปิดสถานะหากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,284-1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แต่หากสามารถผ่านไปได้อาจรอไปปิดสถานะบริเวณแนวต้านถัดไป

Short Position แนะนำให้ปิดสถานะหากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,266-1,264 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง แต่หากหลุดให้รอเข้าซื้อคืนที่แนวรับถัดไปบริเวณ 1,251 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New สามารถเก็งกำไรระยะสั้นได้ โดยรอเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,266-1,264 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,264 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และ พยายามปิดสถานะซื้อเมื่อราคาดีดตัวขึ้น 1,284-1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์

าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) อิหร่านออกโรงเตือนข้อตกลงนิวเคลียร์อาจล่มเนื่องจากการกระทำของสหรัฐ  สำนักข่าวทัสนีมของอิหร่านรายงานว่า รัฐบาลอิหร่านได้ออกมาเตือนว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ทำร่วมกันระหว่างอิหร่านและประเทศมหาอำนาจนั้น มีความเสี่ยงที่จะล่ม เนื่องจากการกระทำของสหรัฐ  นายอับบาส อารักกี รัฐมนตรีช่วยว่าการต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านให้โอกาสมากเพียงพอแล้วสำหรับการเจรจาทางการทูตเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ แต่ความอดทนของอิหร่านกำลังจะหมดลง  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายอารักกีอ้างว่า การที่สหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน หรือเป็นที่รู้จักในชื่ออย่างเป็นทางการว่า Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) ถือเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)  “ยิ่งแย่ไปกว่านั้น สหรัฐกำลังเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ รวมถึงชาติสมาชิกของ UNSC ปฎิบัติเช่นเดียวกันและละเมิดมติของ UNSC” เขากล่าว  นายอารักกียังกล่าวด้วยว่า “จากพฤติกรรมของสหรัฐ การเจรจาด้านการทูตและการประนีประนอมถือเป็นการสูญเปล่า และความอดทนอดกลั้นก็ใช้ไม่ได้ผล เนื่องจากนโยบายด้านตะวันออกกลางของสหรัฐ”
  • (+) สภาทองคำโลกเผยอุปสงค์ทองเพิ่ม 7% ใน Q1 จากแรงซื้อของธ.กลางต่างๆ  สภาทองคำโลก (WGC) ระบุในวันนี้ว่า การซื้อทองในเชิงกลยุทธ์ของธนาคารกลางต่างๆหนุนอุปสงค์ทองคำโลกมากขึ้น 7% ในไตรมาสแรกของปี 2019   WGC ระบุในรายงานแนวโน้มอุปสงค์รายไตรมาสฉบับล่าสุดว่า ธนาคารกลางต่างๆที่พยายามสร้างความหลากหลายแก่กองทุนสำรอง ได้ซื้อทอง 145.5 ตันในเดือนม.ค.-มี.ค.  นั่นมากกว่าปีก่อนหน้า 68% และมีขึ้นหลังการซื้อทอง 651.5 ตันในปี 2018 ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1967  นายอลิสแตร์ เฮวิตต์ หัวหน้าฝ่ายข่าวกรองตลาดของ WGC ระบุว่า “เมื่อพิจารณาจากธรรมชาติของการเข้าซื้อเชิงกลยุทธ์ของธนาคารกลาง เราคาดว่าแรงผลักดันดังกล่าวจะดำเนินต่อไป” พร้อมเสริมว่า เขาคาดว่า ธนาคารกลางต่างๆจะซื้อทอง 500-600 ตันในปีนี้
  • (-) ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งปิดทะยาน 245.07 จุด ขานรับเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน  ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน  ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 245.07 จุด หรือ 0.83% ปิดวันนี้ที่ 29,944.18 จุด  นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐเปิดเผยทางทวิตเตอร์ว่า การเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐรอบล่าสุดที่กรุงปักกิ่งมีผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ   การเจรจาที่เพิ่งจบลงเมื่อวานนี้ครอบคลุมถึงประเด็นต่างๆ อาทิ ทรัพย์สินทางปัญญา การบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี อุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ภาคบริการ การจัดซื้อ และการปฏิรูปโครงสร้าง   ทั้งนี้ ตัวแทนจากสหรัฐและจีนจะหารือร่วมกันในการเจรจารอบต่อไปที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์หน้า
  • (-) ยอดค้าปลีกของเยอรมนีปรับลง 0.2% ในเดือนมี.ค. เทียบรายเดือน  ข้อมูลแสดงในวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกของเยอรมนีปรับลง 0.2% ต่อเดือนในเดือนมี.ค. ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการปรับลงอย่างหนักของยอดขายอาหาร, เครื่องดื่ม และยาสูบ  ผลสำรวจคาดว่า ยอดค้าปลีกเมื่อเทียบรายเดือนจะปรับลง 0.4% ขณะที่สำนักสถิติของรัฐบาลกลางเยอรมันระบุว่า ยอดขายปรับลง 2.1% เมื่อเทียบรายปี เนื่องจากผู้บริโภคเลื่อนการจับจ่ายใช้สอยก่อนเทศกาลอีสเตอร์ออกไปจนถึงเดือนเม.ย. อันเป็นผลจากกำหนดเวลาของวันหยุด  การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ชาวเยอรมันได้ประโยชน์จากการจ้างงานในระดับสูงเป็นประวัติการณ์และต้นทุนการกู้เงินที่ระดับต่ำ แต่ยอดค้าปลีกเป็นดัชนีที่มีความผันผวนที่มักได้รับการทบทวนปรับ