วิเคราะห์ราคาทองคำ 02 พ.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

อาจรอเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้ 1,266-1,264 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หรือ หากรับความเสี่ยงได้ไม่มากอาจเลือกชะลอเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา

แนวรับ : 1,264 1,251 1,242   แนวต้าน : 1,288 1,297 1,309

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  6.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ในช่วงต้นราคาทองคำจะได้รับแรงหนุนหลัง ISM ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐลดลงเกินคาดสู่ระดับ 52.8 ในเดือนเม.ย.  แต่ราคาทองคำปรับตัวลงในเวลาต่อมาจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงดอกเบี้ยตามคาด  พร้อมย้ำว่าจะใช้ความอดทนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ขณะที่แถลงการณ์หลังการประชุม  ระบุว่า  ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งและกิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า  เงินเฟ้อที่อ่อนแรงลงนั้นอาจเกิดจาก “ปัจจัยชั่วคราว” และคาดว่าเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้นสู่เป้าหมายของเฟดในวันข้างหน้า  ซึ่งถือเป็นสัญญาณในเชิงพิราบ (Dovish) น้อยกว่าเดิม  อีกทั้งตลาดยังตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้  สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าจนกดดันราคาทองคำ  อย่างไรก็ดี  ข่าวเฟดกดดันตลาดหุ้นสหรัฐให้ปรับตัวลดลงเช่นกันจึงเป็นปัจจัยที่ช่วยสกัดช่วงติบลบของราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์  และติดตามการตอบรับของตลาดหลังจาก CNBC ว่า มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐและจีนจะประกาศการบรรลุข้อตกลงทางการค้าภายในวันศุกร์หน้า 

จจัยทางเทคนิค :

แม้จะมีแรงซื้อให้ราคาดีดตัวขึ้น แต่ยังคงเห็นแรงขายกดดันสลับออกมาเช่นกัน หากการดีดตัวของราคายังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านระดับ 1,284-1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดแรงขายกดดันให้ปรับตัวลงสู่ระดับ 1,266-1,264 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช่นเดิม

กลยุทธ์การลงทุน :

ถ้าเกิดการอ่อนตัวลงมาอาจเปิดสถานะซื้อใหม่หากราคาทองคำไม่หลุด 1,266-1,264 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดพอร์ตการลงทุนหากราคาหลุด 1,264 ดอลลาร์ต่อออนซ์)อย่างไรก็ตาม การถือสถานะซื้ออาจปิดสถานะทำกำไรในบริเวณ 1,284-1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ISM เผยดัชนีภาคการผลิตสหรัฐต่ำกว่าคาดในเดือนเม.ย.  ISM ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 52.8 ในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 55.0 จากระดับ 55.3 ในเดือนมี.ค.
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 162.77 จุด หลังพาวเวลส่งสัญญาณเฟดไม่ลดดอกเบี้ยเร็วๆนี้  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (2 พ.ค.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อที่อ่อนแรงลงในช่วงที่ผ่านมานั้น อาจเกิดจากปัจจัยชั่วคราว และเชื่อว่าเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้นสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% โดยนักลงทุนมองว่า ถ้อยแถลงของนายพาวเวลที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อนั้น เป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามกดดันให้เฟดลดดอกเบี้ยก็ตาม  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,430.14 จุด ลดลง 162.77 จุด หรือ -0.61% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,923.73 จุด ลดลง 22.10 จุด หรือ -0.75% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,049.64 จุด ลดลง 45.75 จุด หรือ -0.57%
  • (-) พาวเวลเชื่อเงินเฟ้ออ่อนแรงเพราะปัจจัยชั่วคราว คาดฟื้นตัวสู่เป้าหมาย 2% ขณะเมินทรัมป์จี้ลดดอกเบี้ย  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดเมื่อวานนี้ โดยนายพาวเวลยังคงย้ำจุดยืนด้านนโยบายของเฟด แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามกดดันให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็  นายพาวเวลย้ำว่า จุดยืนด้านนโยบายของเฟดในขณะนี้ “มีความเหมาะสม” และเฟดยังมองไม่เห็นหลักฐานใดๆที่จะผลักดันให้เฟดดำเนินนโยบายไปในทิศทางอื่น  ส่วนในเรื่องเงินเฟ้อของสหรัฐที่อ่อนแรงลงนั้น นายพาวเวลเชื่อว่า แรงกดดันด้านราคาที่ปรับตัวลดลงเมื่อเร็วๆนี้ อาจจะเกิดจาก “ปัจจัยชั่วคราว” และคาดว่า อัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้นสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% ในวันข้างหน้า
  • (-) ADP เผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐพุ่งสูงสุดรอบ 9 เดือนในเม.ย.  ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 275,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้น ภาคเอกชนมีการจ้างงานพุ่งขึ้น 284,000 ตำแหน่ง  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าการจ้างงานของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเพียง 177,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย.
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดแถลงมติการประชุม  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (1 พ.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดระบุว่า อัตราเงินเฟ้อที่อ่อนแรงลงในช่วงที่ผ่านมานั้น อาจเกิดจากปัจจัยชั่วคราว และเชื่อว่าเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้นสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.59 เยน จากระดับ 111.36 เยน ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1194 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1221 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3044 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3037 ดอลลาร์
  • (+/-) เฟดมีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยตามคาด เมินทรัมป์กดดันปรับลดลง  คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 2.25-2.50% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 3 ของเฟดในปีนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้  ขณะเดียวกัน เฟดย้ำว่าจะใช้ความอดทนก่อนที่จะมีการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจากระดับ 2.25-2.50% ในปัจจุบัน
  • (+/-) แหล่งข่าวเผยสหรัฐ-จีนจ่อประกาศบรรลุข้อตกลงการค้าในวันศุกร์หน้า  แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าว CNBC ว่า มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐและจีนจะประกาศการบรรลุข้อตกลงทางการค้าภายในวันศุกร์หน้า  ทั้งนี้ คณะเจรจาการค้าของสหรัฐและจีนได้เสร็จสิ้นการเจรจาการค้าที่กรุงปักกิ่งในวันนี้แล้ว ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะหารือกันในรอบต่อไปในการเจรจาที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์หน้า