วิเคราะห์ราคาทองคำ 17 เม.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากตลอดวันราคาทองคำยังไม่สามารถฝ่าแนวต้านบริเวณ 1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ดังนั้นให้ระมัดระวัง เพราะมีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับย่อลงมาบริเวณแนวรับ 1,267 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,267 1,256 1,248   แนวต้าน : 1,288 1,300 1,309

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำเริ่มอ่อนตัวลงในวันจันทร์และอังคาร  ก่อนที่วานนี้ราคาทองคำจะปิดปรับตัวลดลงแรงถึง 11.60   ดอลลาร์ต่อออนซ์   โดยปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำวานนี้  ได้แก่  การอ่อนค่าของค่าเงินยูโรหลังจากสื่อรายงานว่า กรรมการของธนาคารกลางยุโรป (ECB) บางคนมองว่า มาตรการป้องกันเศรษฐกิจที่ ECB นำมาใช้นั้น ยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอ  อีกทั้งเจ้าหน้าที่บางรายยังคิดว่า การคาดการณ์เศรษฐกิจของ ECB นั้นอยู่ในเชิงบวกมากเกินไป  ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศษฐกิจยูโรโซน  นอกจากดอลลาร์จะได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของยูโรแล้วนั้น  ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 63 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน   ประกอบกับดัชนีดาวโจนส์, ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ปรับตัวสูงขึ้น  หลังการผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน อาทิ  จอห์นสัน แอนด์ จอห์สัน  จึงทำให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม  เป็นผลให้ราคาทองคำร่วงลงเกือบ 1% และลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนบริเวณ 1,272.70  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำ  -1.76 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขจีนในช่วงเช้า  ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนรวมถึงดุลการค้าของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองย่อตัวลงมาแต่ยังทรงตัวได้เหนือระดับ 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดวานนี้ คาดว่าจะเห็นการดีดกลับไปทดสอบแนวต้าน 1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง และหากยืนบริเวณดังกล่าวไม่ได้ อาจขยับลงทดสอบแนวรับโซน 1,267 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำให้แบ่งขายทองคำออกขายเพื่อทำกำไร หากราคาทองคำขยับขึ้นไม่ผ่านแนวต้าน 1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และอาจเข้าซื้อคืนเมื่อราคาทองคำย่อตัวลงมาบริเวณ 1,267 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่ควรลงทุนมากเกินไปและควรคำนึงถึงความเสี่ยงจากแกว่งตัวของราคาที่เพิ่มสูงขึ้น

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลง 0.1% ในเดือนมี.ค. หลังผลผลิตเหมืองแร่ลดลงต่อเนื่อง ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานในวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐปรับตัวลงในเดือนมี.ค. หลังผลผลิตเหมืองแร่ลดลง ขณะที่ผลผลิตในภาคการผลิตทรงตัว ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกและสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน เฟดเปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ ซึ่งรวมผลผลิตในภาคการผลิต เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค ลดลง 0.1% ในเดือนมี.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมี.ค. จะปรับตัวขึ้น 0.1% จากเดือนก่อนหน้า
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 67.89 จุด รับผลประกอบการสดใส,ราคาน้ำมันพุ่งหนุนหุ้นพลังงาน ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงจอห์นสัน แอนด์ จอห์สัน ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน WTI  นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดเช่นกัน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,452.66 จุด เพิ่มขึ้น 67.89 จุด หรือ +0.26% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,907.06 จุด เพิ่มขึ้น 1.48 จุด หรือ +0.05% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,000.23 จุด เพิ่มขึ้น 24.21 จุด หรือ +0.30%
  • (-) ดอลล์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับข้อมูลศก.สหรัฐสดใส  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 เม.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส ส่วนสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของยูโรโซน ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และยอดค้าปลีกเดือนมี.ค.  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1287 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1304 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3052 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3097 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7173 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7174 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0074 ฟรังก์ จากระดับ 1.0042 ฟรังก์ แต่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.99 เยน จากระดับ 112.02 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3355 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3377 ดอลลาร์แคนาดา  ดอลลาร์ได้รับปัจจัยหนุนหลังจากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวขึ้น 1 จุด แตะที่ระดับ 63 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยดัชนีความเชื่อมั่นยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงมุมมองโดยทั่วไปที่เป็นบวก  ส่วนยูโรอ่อนค่าลงหลังจากสื่อรายงานว่า กรรมการของธนาคารกลางยุโรป (ECB) บางคนมองว่า มาตรการป้องกันเศรษฐกิจที่ ECB นำมาใช้นั้น ยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอ ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศษฐกิจยูโรโซน
  • (-) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวขึ้นในเดือนเม.ย. สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวขึ้น 1 จุด แตะที่ระดับ 63 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์   ดัชนีความเชื่อมั่นยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงมุมมองโดยทั่วไปที่เป็นบวก ขณะที่ดัชนีภาวะยอดขายในปัจจุบันเพิ่มขึ้น 1 จุด สู่ระดับ 69 จุด ส่วนดัชนีคาดการณ์ยอดขายในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ลดลง 1 จุด สู่ระดับ 71 จุด
ข้ามไปยังทูลบาร์