วิเคราะห์ราคาทองคำ 12 เม.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

อาจเสี่ยงเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ทั้งนี้ ควรลดสถานะการลงทุนลงเพื่อควบคุมความเสี่ยงจากการหยุดยาวในช่วงสงกรานต์ของ TFEX

แนวรับ : 1,280 1,273 1,265   แนวต้าน : 1,300 1,309 1,320

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 15.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์   โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีเกินคาด  ทั้งจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ลดลงถึง 8,000 ราย สู่ระดับ 196,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 49 ปีครึ่ง  หรือ  นับตั้งแต่เดือนต.ค. 1969  ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อในระดับการค้าส่งพุ่งขึ้น 0.6% ในเดือนมี.ค.เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้วอีกด้วย  แม้ข้อมูลด้านเงินเฟ้อและตัวเลขตลาดแรงงานที่ดีเกินคาดจะยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการคาดการณ์ของตลาด  เกี่ยวกับการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ตลอดปีนี้ได้  เห็นได้จาก FedWatch Tool จาก  CME Group ที่ยังคงบ่งชี้ว่า  เทรดเดอร์คาดว่าเฟดจะไม่สามารถปรับขึ้นดอกเบี้ยแม้แต่ครั้งเดียวในปีนี้  อย่างไรก็ดี  ตัวเลขดังกล่าวหนุนให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 0.24% จนกระตุ้นแรงขายในตลาดทองคำ  ส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงกว่า 1% วานนี้และลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  อาทิ  คาดการณ์ความเชื่อมั่นผู้บริโภค และ คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ จาก ม.มิชิแกน

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำยังคงพยายามฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านโซน 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ มีแนวโน้มอ่อนตัวลงต่อเพื่อทดสอบแนวรับ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถ้าสามารถยืนได้ จะเกิดแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาไว้ โดยประเมินแนวต้านระยะสั้นจะอยู่ที่ 1,300 และแนวต้านสำคัญจะอยู่ในบริเวณ 1,309 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

ถ้าเกิดการอ่อนตัวลงมาอาจเสี่ยงเปิดสถานะซื้อเพิ่มเติม หากราคาทองคำไม่หลุด 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามควรลดพอร์ตการลงทุนหากราคาหลุด 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และหากถือสถานะซื้ออยู่อาจพิจารณาปิดสถานะทำกำไรในบริเวณ 1,300-1,309 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) รองปธน.สหรัฐประสานเสียงทรัมป์ เรียกร้องเฟดลดอัตราดอกเบี้ย  นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า ถึงแม้เขามองว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่ง แต่เขาก็ยังคงสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ย  “เมื่อคุณดูตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ก็ไม่พบว่าเศรษฐกิจเผชิญปัญหาเงินเฟ้อ” นายเพนซ์กล่าว
  • (-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำสุดรอบเกือบ 50 ปีในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 196,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2512  จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 211,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว
  • (-) ประธานเฟดนิวยอร์กชี้เศรษฐกิจสหรัฐแกร่ง เมื่อพิจารณาจากมุมมองนโยบายการเงิน   นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในสถานะแข็งแกร่ง เมื่อพิจารณาจากมุมมองนโยบายการเงิน  “เรากำลังเข้าใกล้การขยายตัวที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ของสหรัฐ ขณะที่อัตราการว่างงานต่ำเป็นประวัติการณ์ และเงินเฟ้อเข้าใกล้เป้าหมาย 2% ของเฟด” นายวิลเลียมส์กล่าว  อย่างไรก็ดี นายวิลเลียมส์ระบุว่า เฟดยังต้องทำงานต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่าทุกภาคส่วนจะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  นายวิลเลียมส์ยังกล่าวว่า เฟดนิวยอร์กจะนำเสนอรายงานวิจัยให้แก่หน่วยงานด้านการพัฒนาในชุมชน รวมทั้งผลักดันการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันด้านค่าจ้าง และที่อยู่อาศัย
  • (-) สหรัฐเผยดัชนี PPI พุ่งขึ้นมากสุดรอบ 5 เดือนในมี.ค.  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งขึ้น 0.6% ในเดือนมี.ค.เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว หลังจากขยับขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ.  การพุ่งขึ้นของดัชนี PPI ได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาพลังงาน และอาหาร  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนมี.ค. หลังจากขยับขึ้น 1.9% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2560  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI จะปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และดีดตัวขึ้น 1.9% เมื่อเทียบรายปี  ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหาร, พลังงาน และภาคบริการ ทรงตัวในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากขยับขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ.  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.0% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2560 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนก.พ.
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับข้อมูลศก.สหรัฐสดใส  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 เม.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานที่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดรอบเกือบ 50 ปี และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบ 5 ปี  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.67 เยน จากระดับ 110.97 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0036 ฟรังก์ จากระดับ 1.0025 ฟรังก์ นอกจากนี้ ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1255 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1270 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3056 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3082 ดอลลาร์
  • (-) ทรัมป์เตรียมหารือผู้นำเกาหลีใต้จัดประชุมซัมมิตครั้งใหม่กับคิม จอง อึน  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาและนายมูน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ จะหารือกันที่ทำเนียบขาวในวันนี้ เกี่ยวกับการจัดการประชุมสุดยอดครั้งใหม่ระหว่างเขาและนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ  ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า มีสิ่งดีๆมากมายเกิดขึ้นจากการเจรจากับนายคิม จอง อึน แม้ว่าสหรัฐไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการจากการประชุมกับผู้นำเกาหลีเหนือ  ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า มีความคืบหน้าครั้งใหญ่เกิดขึ้น ขณะที่เขาได้รู้จัก และให้ความเคารพต่อนายคิม จอง อึน
ข้ามไปยังทูลบาร์