วิเคราะห์ราคาทองคำ 12 เม.ย.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ราคาทองคำปรับลงแรง ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐแข็งแกร่ง

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย. ราคาทองคำมีแนวรับสำคัญที่ 1,280 ดอลลาร์ 

  • ราคาทองคำเมื่อวานปรับลงแรงหลุด 1,300 ดอลลาร์และปรับลงไปแตะที่แนวรับ 1,290 ดอลลาร์ หลังจากเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 วัน   ราคาทองคำได้รับปัจจัยลบจากนักลงทุนคลายความกังวลประเด็นการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) หลังจากสหภาพยุโรป (EU) ได้เห็นชอบขยายเวลา Brexit ไปเป็นวันที่ 31 ต.ค.2562 นอกจากนี้ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐแข็งแกร่ง โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 196,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 50 ปี สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานสหรัฐแข็งแกร่ง รวมทั้งดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 0.6% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2561 ส่วนกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมติดต่อกันเป็นวันที่ 2
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ตลาดคาดจะลดลงสู่ระดับ 98.1 จากระดับ 98.4 ในเดือนมี.ค. นอกจากนี้จะมีการประชุม IMF ในวันนี้และวันพรุ่งนี้
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways down ทั้งนี้ราคาทองคำมีแนวรับสำคัญที่ 1,280 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าหลุดแนวรับดังกล่าวจะมีแรงขายออกมามาก ทำให้ราคาทองคำจะกลับเป็นขาลง ขณะที่มีแนวต้าน 1,300 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไป 1,310 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,292.40 -15.31 1,290/1,280 1,300/1,310

าคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
19,650 19,450/19,350 19,550/19,650

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
19,640 -90 19,590/19,490 19,670/19,760

การลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์ส การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำที่ราคาทองคำ Spot 1,290 และ 1,280 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,275 ดอลลาร์ ส่วนการลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,280 ดอลลาร์

โกลด์ ออนไลน์ ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
1,300.90 -10.30 1,292/1,282 1,302/1,312

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOM19 ปรับลงมาที่ 1,292 และ 1,282 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,277 ดอลลาร์

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับข้อมูลศก.สหรัฐสดใส

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 เม.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานที่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดรอบเกือบ 50 ปี และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบ 5 ปี ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 196,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2512 และปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดร่วง $20.60 จากแรงขายทำกำไร,ดอลล์แข็งทุบตลาด

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 4 วันทำการ นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเทยังขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ Brexit สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 20.60 ดอลลาร์ หรือ 1.57% ปิดที่ 1,293.30 ดอลลาร์/ออนซ์  สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 37.7 เซนต์ หรือ 2.47% ปิดที่ 14.867 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.03 หลัง IEA เตือนศก.โลกชะลอตัวฉุดอุปสงค์น้ำมันดิบ

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 เม.ย.) หลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) เตือนว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการน้ำมันดิบ พร้อมระบุว่า ความต้องการน้ำมันของประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) อาจลดลงในไตรมาสแรกปีนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ร่วงลง 1.03 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ 63.58 ดอลลาร์/บาร์เรล   สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 90 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 70.83 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดลบ 14.11 จุด วิตกศก.โลกชะลอตัว

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 เม.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด นอกจากนี้ นักลงทุนยังชะลอการซื้อขายก่อนที่บริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ของสหรัฐจะเปิดเผยผลประกอบการในวันศุกร์ ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,143.05 จุด ลดลง 14.11 จุด หรือ -0.05% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,947.36 จุด ลดลง 16.88 จุด หรือ -0.21% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,888.32 จุด เพิ่มขึ้น 0.11 จุด หรือ +0.00%

“เทเรซา เมย์” แถลงสื่อมวลชน เผยปชช.จำนวนมากผิดหวัง EU ขยายเวลา Brexit เป็น 31 ต.ค.

             นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้แถลงหลังจากผู้นำ 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ได้เห็นชอบให้อังกฤษขยายเวลาการถอนตัวออกจาก EU (Brexit) ไปเป็นวันที่ 31 ต.ค. โดยนางเมย์กล่าวว่า ประชาชนจำนวนมากรู้สึกผิดหวังที่ผู้นำชาติสมาชิก EU ได้เลื่อนเวลา Brexit นางเมย์กล่าวว่า การผลักดันข้อตกลง Brexit ให้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาอังกฤษไม่ใช่เรื่องง่าย พร้อมระบุว่า สถานการณ์ในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าอาจไม่ราบรื่นนัก การแสดงความเห็นของนางเมย์มีขึ้นหลังจากนายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรียุโรปเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์เมื่อคืนนี้ตามเวลาท้องถิ่นว่า ผู้นำประเทศสมาชิก 27 ชาติของ EU ได้เห็นชอบให้อังกฤษขยายเวลาการถอนตัวออกจาก EU (Brexit) ไปเป็นวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งนานกว่าที่นางเมย์ได้ยื่นขอต่อ EU ก่อนหน้านี้ว่าให้เลื่อนเวลา Brexit เป็น 30 มิ.ย.

“คิม จอง อึน” เผยเกาหลีเหนือเริ่มพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น แม้ต้องเผชิญมาตรการคว่ำบาตรอย่างหนักหน่วง

          สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือเปิดเผยถ้อยแถลงของ นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่ระบุว่า เกาหลีเหนือจำเป็นต้องพูดถึงมาตรการคว่ำบาตรที่กำลังเผชิญอยู่ และมั่นใจว่าเศรษฐกิจของประเทศสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำคิมออกมากล่าวถึงจุดยืนของเกาหลีเหนือ หลังจากที่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดรอบ 2 ร่วมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ที่กรุงฮานอย ของเวียดนาม เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในการประชุมร่วมกับปธน.สหรัฐ ที่เวียดนาม ผู้นำเกาหลีเหนือได้เปิดเผยว่า จะเพิ่มความพยายามเป็น 2 เท่าในการสร้างเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเองให้กับประเทศ อย่างไรก็ดี การประชุมระหว่างปธน.ทรัมป์และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่กรุงฮานอยในเดือนก.พ. ได้ปิดฉากลงโดยไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ ท่ามกลางความขัดแย้งเกี่ยวกับขอบเขตการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อเกาหลีเหนือ

รมว.คลังสหรัฐไม่เห็นด้วยกรณี “ทรัมป์” วิจารณ์ “พาวเวล” ไม่เหมาะนั่งประธานเฟด

          นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเปิดเผยว่า เขาไม่เชื่อว่านายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) เป็นผู้ที่ไม่เหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งประธานเฟด ตามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป ได้วิพากษ์วิจารณ์ ทั้งนี้ นายมนูชินชี้แจงว่า เขาไม่คิดว่าการเลือนายพาเวลให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดนั้น เป็นการตัดสินใจที่ผิด แต่เขาก็เคารพในมุมมองของปธน.ทรัมป์ ในช่วงที่ผ่านมานั้น ปธน.ทรัมป์ได้กล่าวโจมตีเฟดแลพาวเวลว่าทำให้เศรษฐกิจและตลาดหุ้นสหรัฐชะลอตัวลง นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังไม่พอใจที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีที่แล้ว พร้อมกับกล่าวว่า หากนายพาวเวลและกรรมการเฟดคนอื่นๆ ไม่ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เศรษฐกิจของสหรัฐก็อาจจะขยายตัวเกินกว่า 4% ต่อปีในปี 2561 แทนที่จะเป็น 3.1% นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวว่า ปธน.ทรัมป์ต้องการปลดนายพาวเวลออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่พอใจต่อนโยบายของเฟด แต่ทำเนียบขาวได้ปฏิเสธข่าวดังกล่าวในเวลาต่อมา

ข้ามไปยังทูลบาร์