วิเคราะห์ราคาทองคำ 11 เม.ย.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,292 1,280 1,273

แนวต้าน : 1,311 1,320 1,333

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) วานนี้ยังแสดงถึงภาพที่คละเคล้ากัน  โดยดัชนี CPI ปรับขึ้น 0.4% ในเดือนมี.ค. ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นมากที่สุดในรอบ 14 เดือน แต่เมื่อเทียบในรอบ 12 เดือนถึงเดือนมี.ค. ดัชนี CPI ปรับขึ้นเพียง 1.9% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปี 2016 บ่งชี้ว่า แนวโน้มเงินเฟ้อที่แท้จริงยังคงอยู่ในระดับต่ำ ท่ามกลางภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงทั้งภายในประเทศและทั่วโลก ทั้งนี้ แนะนำติดตามการรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมี.ค.ในคืนนี้ หลังจาก ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.พ. ปรับลดลงติดต่อกัน 3 เดือน และในช่วง 12 เดือนถึงเดือนก.พ. ดัชนี PPI ปรับขึ้น 1.9% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปี 2017  หากตัวเลขออกมาไม่ดีก็จะสะท้อนภาพเชิงลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เบื้องต้นแนะนำว่าเมื่อราคาขยับขึ้นนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนหากราคาไม่สามารถยืนบริเวณ 1,309-1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้อาจรอขายเมื่อราคาไม่ผ่านแนวต้าน และหากราคาทองคำอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสามารถยืนได้สามารถเปิดสถานะซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวของราคา

จจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำยังติดโซนแนวต้านบริเวณ 1,309-1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคำไม่สามารถทะลุแนวต้านดังกล่าวขึ้นไปได้ ส่งผลให้มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดโซนดังกล่าวจะเห็นแรงขายออกมาทำให้ราคามีการย่อตัวลงต่อโดยประเมินแนวรับถัดไปที่ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ลงทุนในกรอบโดยสามารถถือสถานะซื้อต่อหากราคาย่อตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,292-1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ปิดสถานะทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไปไม่ผ่านแนวต้าน 1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,292 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวดังกล่าวแนะนำให้ปิดสถานะทำกำไร แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไป

Open New แนะนำรอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลง บริเวณ 1,292-1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับผู้ที่สามารถรับความเสี่ยงได้อาจเปิดสถานะขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้าน 1,311 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากไม่เป็นไปตามคาดการณ์ หรือ ราคาทะลุกรอบด้านใดด้านหนึ่ง

าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดร่วง 1.60% หลังจีนเผยดัชนี CPI  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ร่วงลง ภายหลังจากที่จีนได้เปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วง 51.97 จุด หรือ 1.60% ปิดที่ 3,189.96 จุด  สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 2.3% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ.ที่มีการขยายตัวเพียง 1.5% รายงานของ NBS ระบุว่า ราคาอาหารในเดือนมี.ค. ปรับตัวขึ้น 4.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ.ที่ขยับขึ้นเพียง 0.7% ขณะที่ราคาสินค้านอกหมวดอาหาร เพิ่มขึ้น 1.8% ซึ่งสูงกว่าเดือนก.พ. อยู่ 0.1%   ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้าที่หน้าประตูโรงงาน ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งฟื้นตัวขึ้นจากเดือนก.พ.ที่ขยับขึ้นเพียง 0.1% นอกจากนี้ ดัชนี PPI เดือนมี.ค.ยังออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด
  • (-) ประธาน ECB ชี้เบร็กซิทเพิ่มความไม่แน่นอน,ถ่วงเศรษฐกิจยูโรโซน  วันนี้นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า เบร็กซิทคือความไม่แน่นอนสำคัญที่ถ่วงเศรษฐกิจยูโรโซน และระบุว่า เขา “ยังคงหวัง” ว่า ภาวะติดขัดสำคัญ เช่น ความติดขัดในห่วงโซ่มูลค่า จะสามารถป้องกันได้  ผ่านมาแล้วกว่าหนึ่งสัปดาห์จากกำหนดดั้งเดิมที่สหราชอาณาจักรต้องแยกตัวจาก EU นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษพยายามเลื่อนกำหนดเบร็กซิทเพิ่มเติม จากวันที่ 12 เม.ย.เป็นวันที่ 30 มิ.ย.  ในขณะที่เธอต่อสู้กับการนำพาข้อตกลงให้ผ่านการอนุมัติในสภาอังกฤษที่แตกแยก ยังคงไม่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธี, กำหนดเวลาหรือ แม้แต่ว่าเบร็กซิทจะเกิดขึ้นหรือไม่   “ผมคิดว่า ผลของเบร็กซิทมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าเป็นเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลงที่ยุ่งเหยิง หรือเป็นเบร็กซิทที่มีการจัดการอย่างเหมาะสมโดยมีระยะการถ่ายโอนที่เพียงพอ” นายดรากีกล่าว “พวกเขาลงมติทุกวันในรัฐสภาอังกฤษ ดังนั้น จะเป็นการไม่เหมาะสมที่จะคาดถึงสิ่งใดๆ”  “อย่างไรก็ตาม ชัดเจนว่า การหารือเกี่ยวกับเบร็กซิทที่ดำเนินมาหลายปี เป็นส่วนหนึ่งของความไม่แน่นอนโดยรวมที่ถ่วงยุโรปและผมคิดว่าถ่วงอังกฤษด้วย”
  • (-) สนง.สถิติเยอรมนีเผยอัตราเงินเฟ้อลดลงในเดือนมี.ค. เหตุราคาอาหารชะลอตัวลง  สำนักงานสถิติเยอรมนี (FSO) เปิดเผยในวันนี้ว่า อัตราเงินเฟ้อของเยอรมนีซึ่งคำนวณตามมาตรฐานเงินเฟ้อของธนาคารกลางยุโรป (HICP) ลดลงในเดือนมี.ค. อันเป็นผลจากราคาอาหารที่ลดลง   ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อเดือนมี.ค.ลดลงสู่ระดับ 1.4% ในเดือนมี.ค. จากระดับ 1.7% ในเดือนก.พ.  เงินเฟ้อจากราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 4.2% ส่วนเงินเฟ้อจากราคาอาหารลดลงสู่ระดับ 0.7% เมื่อเทียบรายปีในเดือนมี.ค. จากระดับ 1.4% ในเดือนก.พ.  หากไม่รวมราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวน ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเยอรมนีเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี  ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตั้งเป้าที่จะรักษาระดับอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนโดยรวมไว้ที่ต่ำกว่าระดับ 2%
  • (+/-) IMF ระบุเยอรมนี,จีนและประเทศอื่นๆอาจจำเป็นต้องกระตุ้นทางการคลัง  เมื่อวานนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า อาจจำเป็นต้องมีการกระตุ้นทางการคลังในออสเตรเลีย, เยอรมนี, จีน และประเทศอื่นๆอีกหลายประเทศ เนื่องจากความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรงกว่าที่คาดไว้  IMF ระบุว่า มีกรณีที่ว่า ประเทศเหล่านี้ ซึ่งได้รวมถึง เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ควรดำเนินการ “กระตุ้นทางการคลังโดยมีคุณภาพสูงอย่างมีขีดจำกัด”   IMF ระบุว่า การกระตุ้นทางการคลังใดๆในจีนและญี่ปุ่นควรดำเนินการพร้อมกับ “แผนการสร้างความแข็งแกร่งระยะกลางที่น่าเชื่อถือ”
ข้ามไปยังทูลบาร์